แหล่งข่าวจากองค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย (อ.ส.ม.ท.) เปิดเผยว่า การปรับโฉมใหม่ช่อง
9 ทั้งเฟส 1และ2 ขณะนี้ผู้ผลิตรายการเริ่มลงตัวทั้งหมดแล้ว ทุกรายสามารถปรับรูปแบบรายการได้ตามทิศทางบุคลิกโมเดิร์นไนน์
ซึ่งการปรับในเฟส 3 ที่เหลือหลังเดือน มิ.ย. ที่เป็นกำหนดเดิม จะมีความเข้มข้นไม่แพ้ทั้ง
2 เฟส ช่วงเวลาที่ปรับส่วนใหญ่จะอยู่ในวันเสาร์-อาทิตย์ โดยสิ่งที่โมเดิร์นไนน์เฟส
3 จะเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด คือ ละคร ซึ่งจะมีผู้จัดละครชื่อดังจากช่อง 3 เข้ามาผลิตให้ช่อง
9 นอกเหนือจากเอ็กซ์แซกท์ ที่เข้ามาทำละครช่วงและเสาร์-อาทิตย์ เวลา 18.00-19.00
น. 2 เรื่องแรกคือ อยู่เย็นเป็นรัก และ พ่อไก่แจ้กับแม่ทูนหัว ในเฟส 2
ขณะนี้กำลังคุยกับผู้จัดละครจากช่อง 3 ไม่ต่ำกว่า 3 ราย เพื่อมาผลิตละครให้ช่อง
9ในเฟส 3 เพิ่มเติม โดยละครของช่อง 9 จะเป็นเกรดเดียวกับช่อง 3 ซึ่งละครคุณภาพและต้องใช้เวลาผลิตไม่ต่ำจาก
3-4 เดือน จึงจำเป็นต้องบรรจุอยู่ในการปรับรายการเฟส 3 ซึ่งจะอยู่ในวันเสาร์-อาทิตย์
แต่ยังไม่กำหนดช่วงเวลาที่จะออกอากาศ
“ผอ.มิ่งขวัญถือว่ามีความเชี่ยวชาญรายการละคร โดยเฉพาะด้านแนวคิดที่แปลกใหม่ และตัวนักแสดงที่ประชาชนชื่นชอบ
ช่อง 9 ต้องการนำบรรยากาศความเป็นผู้นำละครเหมือนสมัยช่อง 4 บางขุนพรหมกลับมาอีกครั้ง
การบรรจุรายการละครไว้ในเฟส 3 จึงเป็นการเริ่มปูทางไปสู่เป้าหมายใหม่ในครั้งนี้”
อย่างไรก็ตามต้องยอมรับว่าละครเป็นรายการที่มีผู้ชมมากที่สุด การเพิ่มละครเข้ามา
จึงเป็นทางหนึ่งที่จะสร้างเรตติ้งผู้ชมให้สูงขึ้นด้วย ในอดีตช่อง 9 เป็นผู้บุกเบิกละครช่วงเที่ยงวันเสาร์
อาทิตย์ และสามารถสร้างเรตติ้งได้สูงมาก เมื่อเทียบกับช่องอื่นๆ ในเวลาเดียวกัน
ทางด้านนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ ผู้อำนวยการ องค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย (อ.ส.ม.ท.)เปิดเผยว่า
การปรับโฉมเฟสแรกของช่อง 9 อ.ส.ม.ท. เริ่มที่เนื้อหาสาระด้านข่าว เนื่องจากอ.ส.ม.ท.
มีความพร้อมในด้านนี้มากที่สุด จากบุคลากรที่ทำงานในสำนักข่าวไทย และช่อง 9 อ.ส.ม.ท.
ในช่วงดังกล่าวปรับเนื้อหาไปทั้งหมด 12% ส่วนเฟส 2 ที่จะเริ่มในวันที่ 1 เม.ย.นี้
เป็นการปรับรายการด้านบันเทิงประมาณ 80% ในช่วงไพร์มไทม์ 18.30-24.00 น. โดยมีผู้จัดรายใหญ่ของประเทศมาชุมนุมกันมากที่สุดเป็นประวัติการณ์
ก่อนหน้านี้วงการทีวีจะพบการปรับผังรายการในลักษณะนี้เพียง 2 ครั้งเท่านั้น คือ
เทเลไฟฟ์ ของช่อง 5 และ เมจิคทรี ของช่อง 3 แต่การปรับเฟส 2 ของโมเดิร์นไนน์ เป็นการปรับที่มีจำนวนรายการมากกว่า
ทั้งนี้ การปรับทั้ง 2 เฟส หากรวมเนื้อหารายการที่เปลี่ยนแปลงไปรวม 92% แต่การปรับโฉมเฟส
3 ที่จะล่าช้ากว่ากำหนดเดิมในเดือน มิ.ย.ไปประมาณ 2 เดือนครึ่งเป็นอย่างน้อย จะไม่ใช่การปรับอีก
8% ที่เหลือแน่นอน แต่จะต้องปรับรายการใหม่อีกอย่างน้อย 30% โดยจะปรับรายการจากเฟส
1-2 ที่ไม่ได้รับความนิยม มาเปลี่ยนรูปแบบใหม่ ที่คาดว่าจะมีจำนวนหนึ่ง จึงได้วางกรอบการเปลี่ยนแปลงไว้อีก
30% ขณะนี้
เวลาที่ยังไม่เปลี่ยนแปลงตั้งแต่เฟส 1และ2 คือรายการวันเสาร์และอาทิตย์
การปรับโฉมใหม่ในเฟส 2 ในช่วงเวลาที่ 21.00-23.00 น. ที่มีผู้จัดรายใหญ่ของวงการเข้ามาร่วมงานด้วย
ช่อง 9 ได้ปรับอัตราโฆษณาเพิ่มขึ้นเป็นนาทีละ 2.2 แสนบาท ซึ่งเป็นอัตราโฆษณาที่สูงกว่ารายการเดิม
ทำให้มั่นใจว่าหลังการออกอากาศ
โมเดิร์นไนน์ เฟส 2 ในวันที่ 1 เม.ย.นี้ จะทำให้รายได้จากการโฆษณาของช่อง 9 เพิ่มขึ้นถึง
50% ซึ่งเป็นเป้าหมายขั้นต่ำที่วางไว้ ซึ่งโดยความเป็นจริงแล้วมีโอากาสที่รายได้จะสูงกว่านี้มาก
นายมิ่งขวัญกล่าวต่อว่าก่อนเปิดตัวโมเดิร์นไนน์ เฟส3 ระหว่างนี้ อ.ส.ม.ท. ได้ดำเนินกระบวนการปรับโครงสร้างไปพร้อมกัน
โดยจัดตั้งบุคลากรทั้งระดับสูง กลาง ล่างภายในองค์กรขึ้นมาเป็นตัวแทนของคณะกรรมการปรับปรุงโครงสร้าง
อ.ส.ม.ท. ซึ่งจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเดือน มิ.ย.นี้ ซึ่งเป็นการปรับครั้งแรกในรอบ
26 ปี ของ อ.ส.ม.ท. โดยจะศึกษารูปแบบจากองค์กรเอกชนทั่วไป และองค์กรในธุรกิจสื่อสารมวลชนจากต่างประเทศ
การปรับโครงสร้างในครั้งนี้จะยุบหน่วยงานบางแผนก และเพิ่มด้วยงานบางแผนกขึ้นมาด้วย
เช่น กองงานต่างประเทศ ที่จะรับผิดชอบการส่งออกข่าวของ อ.ส.ม.ท.ในอนาคต ทั้งนี้
หลังอาคารปฏิบัติการ 6 ชั้นของ อ.ส.ม.ท. ดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จ และเปิดใช้ในเดือน
ต.ค. นี้ จะเป็นแกนนำในการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางข้อมูลข่าวสารในภูมิภาคเอเชีย
(Reginal Hub of Communication) โดยจะดึงสำนักข่าวต่างประเทศที่มีชื่อเสียงให้เข้ามาเช่าอาคารปฏิบัติการเป็นสำนักงานสาขาอีกแห่งในภูมิภาคนี้
หลังจากสำนักข่าวหลายแห่งในภูมิภาคนี้มีสำนักงานอยู่แล้วในฮ่องกง และสิงคโปร์
ในอนาคตไทย อินโดจีน และจีน จะเป็นกลุ่มประเทศที่ขยายตัวด้านเศรษฐกิจสูงมาก ดังนั้นข่างสารจากกลุ่มประเทศเหล่านี้จึงเป็นที่สนใจของคนทั่วโลก
ที่สำนักข่าวต่างๆ จะต้องให้ความสำคัญ