Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน1 เมษายน 2546
จับตาโมเดิร์นไนน์เฟส3ดึงผู้จัดช่อง3ผลิตละคร             
 


   
search resources

องค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย (MCOT)
มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์




แหล่งข่าวจากองค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย (อ.ส.ม.ท.) เปิดเผยว่า การปรับโฉมใหม่ช่อง 9 ทั้งเฟส 1และ2 ขณะนี้ผู้ผลิตรายการเริ่มลงตัวทั้งหมดแล้ว ทุกรายสามารถปรับรูปแบบรายการได้ตามทิศทางบุคลิกโมเดิร์นไนน์ ซึ่งการปรับในเฟส 3 ที่เหลือหลังเดือน มิ.ย. ที่เป็นกำหนดเดิม จะมีความเข้มข้นไม่แพ้ทั้ง 2 เฟส ช่วงเวลาที่ปรับส่วนใหญ่จะอยู่ในวันเสาร์-อาทิตย์ โดยสิ่งที่โมเดิร์นไนน์เฟส 3 จะเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด คือ ละคร ซึ่งจะมีผู้จัดละครชื่อดังจากช่อง 3 เข้ามาผลิตให้ช่อง 9 นอกเหนือจากเอ็กซ์แซกท์ ที่เข้ามาทำละครช่วงและเสาร์-อาทิตย์ เวลา 18.00-19.00 น. 2 เรื่องแรกคือ อยู่เย็นเป็นรัก และ พ่อไก่แจ้กับแม่ทูนหัว ในเฟส 2

ขณะนี้กำลังคุยกับผู้จัดละครจากช่อง 3 ไม่ต่ำกว่า 3 ราย เพื่อมาผลิตละครให้ช่อง 9ในเฟส 3 เพิ่มเติม โดยละครของช่อง 9 จะเป็นเกรดเดียวกับช่อง 3 ซึ่งละครคุณภาพและต้องใช้เวลาผลิตไม่ต่ำจาก 3-4 เดือน จึงจำเป็นต้องบรรจุอยู่ในการปรับรายการเฟส 3 ซึ่งจะอยู่ในวันเสาร์-อาทิตย์ แต่ยังไม่กำหนดช่วงเวลาที่จะออกอากาศ

“ผอ.มิ่งขวัญถือว่ามีความเชี่ยวชาญรายการละคร โดยเฉพาะด้านแนวคิดที่แปลกใหม่ และตัวนักแสดงที่ประชาชนชื่นชอบ ช่อง 9 ต้องการนำบรรยากาศความเป็นผู้นำละครเหมือนสมัยช่อง 4 บางขุนพรหมกลับมาอีกครั้ง การบรรจุรายการละครไว้ในเฟส 3 จึงเป็นการเริ่มปูทางไปสู่เป้าหมายใหม่ในครั้งนี้”

อย่างไรก็ตามต้องยอมรับว่าละครเป็นรายการที่มีผู้ชมมากที่สุด การเพิ่มละครเข้ามา จึงเป็นทางหนึ่งที่จะสร้างเรตติ้งผู้ชมให้สูงขึ้นด้วย ในอดีตช่อง 9 เป็นผู้บุกเบิกละครช่วงเที่ยงวันเสาร์ อาทิตย์ และสามารถสร้างเรตติ้งได้สูงมาก เมื่อเทียบกับช่องอื่นๆ ในเวลาเดียวกัน

ทางด้านนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ ผู้อำนวยการ องค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย (อ.ส.ม.ท.)เปิดเผยว่า การปรับโฉมเฟสแรกของช่อง 9 อ.ส.ม.ท. เริ่มที่เนื้อหาสาระด้านข่าว เนื่องจากอ.ส.ม.ท. มีความพร้อมในด้านนี้มากที่สุด จากบุคลากรที่ทำงานในสำนักข่าวไทย และช่อง 9 อ.ส.ม.ท. ในช่วงดังกล่าวปรับเนื้อหาไปทั้งหมด 12% ส่วนเฟส 2 ที่จะเริ่มในวันที่ 1 เม.ย.นี้ เป็นการปรับรายการด้านบันเทิงประมาณ 80% ในช่วงไพร์มไทม์ 18.30-24.00 น. โดยมีผู้จัดรายใหญ่ของประเทศมาชุมนุมกันมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ ก่อนหน้านี้วงการทีวีจะพบการปรับผังรายการในลักษณะนี้เพียง 2 ครั้งเท่านั้น คือ เทเลไฟฟ์ ของช่อง 5 และ เมจิคทรี ของช่อง 3 แต่การปรับเฟส 2 ของโมเดิร์นไนน์ เป็นการปรับที่มีจำนวนรายการมากกว่า

ทั้งนี้ การปรับทั้ง 2 เฟส หากรวมเนื้อหารายการที่เปลี่ยนแปลงไปรวม 92% แต่การปรับโฉมเฟส 3 ที่จะล่าช้ากว่ากำหนดเดิมในเดือน มิ.ย.ไปประมาณ 2 เดือนครึ่งเป็นอย่างน้อย จะไม่ใช่การปรับอีก 8% ที่เหลือแน่นอน แต่จะต้องปรับรายการใหม่อีกอย่างน้อย 30% โดยจะปรับรายการจากเฟส 1-2 ที่ไม่ได้รับความนิยม มาเปลี่ยนรูปแบบใหม่ ที่คาดว่าจะมีจำนวนหนึ่ง จึงได้วางกรอบการเปลี่ยนแปลงไว้อีก 30% ขณะนี้

เวลาที่ยังไม่เปลี่ยนแปลงตั้งแต่เฟส 1และ2 คือรายการวันเสาร์และอาทิตย์

การปรับโฉมใหม่ในเฟส 2 ในช่วงเวลาที่ 21.00-23.00 น. ที่มีผู้จัดรายใหญ่ของวงการเข้ามาร่วมงานด้วย ช่อง 9 ได้ปรับอัตราโฆษณาเพิ่มขึ้นเป็นนาทีละ 2.2 แสนบาท ซึ่งเป็นอัตราโฆษณาที่สูงกว่ารายการเดิม ทำให้มั่นใจว่าหลังการออกอากาศ

โมเดิร์นไนน์ เฟส 2 ในวันที่ 1 เม.ย.นี้ จะทำให้รายได้จากการโฆษณาของช่อง 9 เพิ่มขึ้นถึง 50% ซึ่งเป็นเป้าหมายขั้นต่ำที่วางไว้ ซึ่งโดยความเป็นจริงแล้วมีโอากาสที่รายได้จะสูงกว่านี้มาก

นายมิ่งขวัญกล่าวต่อว่าก่อนเปิดตัวโมเดิร์นไนน์ เฟส3 ระหว่างนี้ อ.ส.ม.ท. ได้ดำเนินกระบวนการปรับโครงสร้างไปพร้อมกัน โดยจัดตั้งบุคลากรทั้งระดับสูง กลาง ล่างภายในองค์กรขึ้นมาเป็นตัวแทนของคณะกรรมการปรับปรุงโครงสร้าง อ.ส.ม.ท. ซึ่งจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเดือน มิ.ย.นี้ ซึ่งเป็นการปรับครั้งแรกในรอบ 26 ปี ของ อ.ส.ม.ท. โดยจะศึกษารูปแบบจากองค์กรเอกชนทั่วไป และองค์กรในธุรกิจสื่อสารมวลชนจากต่างประเทศ

การปรับโครงสร้างในครั้งนี้จะยุบหน่วยงานบางแผนก และเพิ่มด้วยงานบางแผนกขึ้นมาด้วย เช่น กองงานต่างประเทศ ที่จะรับผิดชอบการส่งออกข่าวของ อ.ส.ม.ท.ในอนาคต ทั้งนี้ หลังอาคารปฏิบัติการ 6 ชั้นของ อ.ส.ม.ท. ดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จ และเปิดใช้ในเดือน ต.ค. นี้ จะเป็นแกนนำในการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางข้อมูลข่าวสารในภูมิภาคเอเชีย (Reginal Hub of Communication) โดยจะดึงสำนักข่าวต่างประเทศที่มีชื่อเสียงให้เข้ามาเช่าอาคารปฏิบัติการเป็นสำนักงานสาขาอีกแห่งในภูมิภาคนี้ หลังจากสำนักข่าวหลายแห่งในภูมิภาคนี้มีสำนักงานอยู่แล้วในฮ่องกง และสิงคโปร์

ในอนาคตไทย อินโดจีน และจีน จะเป็นกลุ่มประเทศที่ขยายตัวด้านเศรษฐกิจสูงมาก ดังนั้นข่างสารจากกลุ่มประเทศเหล่านี้จึงเป็นที่สนใจของคนทั่วโลก ที่สำนักข่าวต่างๆ จะต้องให้ความสำคัญ

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us