|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
“แมคโดนัลด์” คิดสวนทาง เพิ่มงบลงทุนปีนี้เป็น 300 ล้านบาท จากแผนเดิมวางไว้เพียง 250 ล้านบาท เน้นเรื่องการขยายสาขา โฆษณา และ เพิ่มเมนูอาหาร ช่วยดันยอดขายสิ้นปีโต 10-15% ระบุธุรกิจดีลิเวอรี่โตเร็ว ปีนี้เปิดเพิ่มอีก 10 แห่ง ตอบสนองไลฟ์สไตล์คนเมือง ชูบริการถึงเที่ยงคืน สั่งได้ไม่จำกัดราคาขั้นต่ำ หวังมัดใจลูกค้า ตัดหน้าคู่แข่งขัน ที่มีข้อจำกัดมากกว่า
นายเฮสเตอร์ ชิว ประธานกรรมการบริหาร บริษัท แมคไทย จำกัด ผู้ดำเนินกิจการร้านแมคโดนัลด์ เปิดเผยแผนธุรกิจ ว่า ในปีนี้บริษัทฯจะใช้เงินลงทุนเพื่อขยายสาขาใหม่รีโนเวตสาขาเดิม และ เพิ่มบริการแมคดีลิเวอรี่ 1711 รวม 300 ล้านบาท ซึ่งมากกว่าแผนเดิมที่คาดว่าจะใช้เพียง 200-250 ล้านบาท ทั้งนี้เพราะจากสภาพเศรษฐกิจและสถานการณ์ทางการเมืองของประเทศไทย ส่งผลกระทบให้กำลังซื้อของผู้บริโภคชะลอตัว ดังนั้นจึงมองว่าหากต้องการให้ธุรกิจเติบโต จะต้องทำการตลาดเชิงรุก เช่น การขยายสาขา เพิ่มบริการ และเพิ่มเมนูอาหารให้มีความหลากหลาย พร้อมจัดโปรโมชั่นส่งเสริมการขายไปพร้อมๆกัน นอกจากนั้นจะต้องเพิ่มความถี่ในการโฆษณาประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ให้ถึงกลุ่มผู้บริโภคด้วย
“ยอมรับว่า 5 เดือนแรกของปีนี้ ยอดขายของแมคไม่เติบโต ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา ซึ่งมาจากปัจจัยทางด้านเศรษฐกิจ ความกังวลด้านความปลอดภัยจากเหตุลอบวางระเบิด ทำให้คนงดเดินห้างสรรพสินค้า จึงกระทบต่อยอดขายของแมคโดนัลด์ เช่นกัน จึงทำให้บริษัทฯต้องปรับกลยุทธ์เข้าหาลูกค้าด้วยการเพิ่มบริการด้านดีลิเวอรี่ให้มากขึ้น”
ทั้งนี้ในรายละเอียดของการดำเนินงาน คือ จะเพิ่มสาขาใหม่อีก 5-6 แห่ง ทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด จากปัจจุบันแมคฯมีสาขาทั้งหมดกว่า 94 แห่ง ทั่วประเทศ นอกจากนั้นยังขยายเพิ่มในส่วนของสาขาที่เป็นดีลิเวอรี่อีกไม่น้อยกว่า 10 แห่งในกรุงเทพและปริมณฑล และในปีนี้จะเปิดสาขาที่เป็นแมคคาเฟ่อีก 8-10 สาขา ด้านความหลากหลายของอาหารจะเพิ่มเมนูใหม่เฉลี่ยเดือนละ 1 เมนู ทั้งของคาวและของหวาน ส่วนราคาสินค้าต่อชิ้นหรือต่อเมนู เริ่มต้นที่ 19 บาท ให้ลูกค้ารู้สึกคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป
นายชิวกล่าวว่า แผนธุรกิจของแมคโดนัลด์ นับจากนี้ไปจะเน้นเข้าถึงไลฟ์สไตล์ของลูกค้าให้มากขึ้น โดยเฉพาะการใช้ชีวิตแบบคนเมืองที่อยู่กับความเร่งด่วน และเป็นครอบครัวเดี่ยวหรือครอบครัวขนาดเล็ก ดังนั้นการเน้นบริการแบบดีลิเวอรี่จะเหมาะสมที่สุด ซึ่งสิ่งที่แมคฯแตกต่างจากคู่แข่งขันรายอื่นๆ คือ ระยะเวลาให้บริการตั้งแต่ 9 โมงเช้า ถึงเที่ยงคืน หรือ 24 .00 น. และไม่จำกัดขั้นต่ำของการสั่งอาหาร ตั้งเป้าหมายรายได้จากดีลิเวอรี่ปีนี้เติบโตอีก 40-50% จากปัจจุบันดีลิเวอรี่มีสัดส่วนรายได้คิดเป็น 10% ของรายได้รวมของบริษัท
ส่วนภาพรวมของธุรกิจแมคฯปีนี้น่าจะเติบโตได้ 10-15% ซึ่งแผน 5 ปีของบริษัทฯได้กำหนดว่า จำนวนสาขาจะเพิ่มเป็น 3 เท่าของวันนี้ ส่วนการลงทุนจะเฉลี่ยที่ปีละ 300 ล้านบาท ด้านรายได้ขึ้นอยู่กับปัจจัยในแต่ละปี สำหรับตลาดรวมของร้านอาหารบริการด่วนในประเทศไทย มีมูลค่ากว่า 14,500 ล้านบาท เติบโตเฉลี่ยปีละ 10-15%
ล่าสุดบริษัทฯจับมือกับดรีมเวิร์ค ผู้สร้างภาพยนตร์การ์ตูนแอนิแมนชั่น เชร็ค 3 จัดแคมเปญ “แมคโดนัลด์ เชร็ค 3” ใช้งบโฆษณาประชาสัมพันธ์ 10-15 ล้านบาท ภายใต้คอนเซปต์ Go For Green จัดเซทเมนูอาหาร กรีนแก๊ง ,กรีนโฟลต์ และ เมนูอาหาร แฮปปี้มีล พร้อมชุดของเล่น คอลเลคชั่น เชร็ค 3
นางสาวกรรณิการ์ อัครชัยพานิชย์ ผู้จัดการด้านช่องทางธุรกิจใหม่ (New Business Channal) กล่าวว่า ในส่วนของธุรกิจดีลิเวอรี่ จะเพิ่มความถี่โฆษณาในสื่อทุกรูปแบบ โดยเฉพาะสื่อนอกบ้าน ที่ผู้คนพบเห็นได้บ่อย รวมถึงภาพยนตร์โฆษณาทางโทรทัศน์ และ สปอตวิทยุ ซึ่งมีมากถึง 7 สปอต จุดประสงค์ให้ผู้บริโภคคุ้นเคยกับแมคดีลิเวอรี่ และเบอร์โทรสั่งอาหาร 1711 ซึ่งความจริงการไม่กำหนดขั้นต่ำของการสั่งอาหารถือว่ามีความเสี่ยงที่บริษัทฯจะแบกรับต้นทุนสูงมาก เพราะแต่ละครั้งของการส่งอาหารจะเป็นต้นทุนค่าขนส่งไม่น้อยกว่า 30-40% ซึ่งต้องมียอดสั่งตั้งแต่ 200 บาทขึ้นไปจึงคุ้มทุน แต่บริษัทฯเชื่อว่าบริการนี้จะมีข้อดีในเรื่องของได้ใจลูกค้าว่าเราสามารถบริการให้คุณได้ทุกความต้องการ ให้ลูกค้าเกิดจดจำแบรนด์และประทับใจในบริการ ล่าสุดเปิดตัวเมนูใหม่ ฟิช แอนด์ ฟรายส์
|
|
 |
|
|