Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน23 พฤษภาคม 2550
แอสคอนฯยุคคมช.สนประมูลรถไฟ ผนึกเยอรมนี-ญี่ปุ่นเสนอตัวสู้คู่แข่ง             
 


   
www resources

โฮมเพจ แอสคอน คอนสตรัคชั่น

   
search resources

Real Estate
แอสคอน คอนสตรัคชั่น, บมจ.




แอสคอนฯในยุคคมช.ยืนหยัดเข้าประมูลโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง บางซื่อ-ตลิ่งชัน และรถไฟฟ้ารางคู่ หลังครม.อนุมัติให้ดำเนินการ ยืนยันพันธมิตรจากเยอรมนียังเหนี่ยวแน่นร่วมทุนประมูล 2โครงการ ระบุกลุ่มญี่ปุ่นยังสนใจบริษัท แต่ขอความชัดเจนจากเจบิกในการปล่อยกู้โครงการ พร้อมสร้างข่าวจ่อเทกโอเวอร์โครงการคอนโดฯต่อ

นายพัฒนพงษ์ ตนุมัธยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสคอน คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ASCON เปิดเผยถึงประเด็นที่ทางคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติอนุมัติโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีแดงเรียบร้อยแล้ว มูลค่ารวม 13,000 ล้านบาทเมื่อวานนี้ (22) ว่า บริษัทพร้อมที่จะเข้าร่วมประมูลโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง บางซื่อ-ตลิ่งชัน นอกจากนี้ บริษัทก็จะเข้าร่วมประมูลรถไฟฟ้ารางคู่ด้วย โดยจะบริษัทจะทำการประมูลโครงการ 2 โครงการร่วมกับทางพันธมิตรเยอรมนี

ส่วนพันธมิตรญี่ปุ่นนั้น ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการเจรจากับทางพันธมิตรญี่ปุ่น ซึ่งทางพันธมิตรกำลังรอความชัดเจนของธนาคารเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (เจบิก) จะปล่อยเงินกู้ให้สร้างรถไฟฟ้าหรือไม่ ประกอบทางพันธมิตรยังมั่นใจในสถานการณ์ต่าง ๆ ภายในประเทศไทย และยังคงยืนยันจะเข้าร่วมลงทุนกับบริษัทแอสคอนฯ เพียงแต่ว่ารอความชัดเจนเท่านั้น

นอกจากนี้ บริษัทก็มีแผนที่จะเข้าร่วมประมูลงานภาคอุตสาหกรรม โดยจะเข้าร่วมประมูลงานเกี่ยวกับงานด้านพลังงาน อาทิ โรงไฟฟ้า โรงแยกแก๊ส เป็นต้น มูลค่าโครงการประมาณ 10,000 ล้านบาท ทั้งนี้ บริษัทจะเข้าร่วมประมูลโครงการดังกล่าวร่วมกับทางพันธมิตรเยอรมนี โดยในเบื้องต้นคาดว่าจะยื่นแบบประมูลโครงการดังกล่าวประมาณเดือนมิถุนายนนี้

อย่างไรก็ดี บริษัทยังก็คงยืนยันว่าจะเข้าร่วมประมูลงานใหม่ในปีนี้ มูลค่ารวมประมาณ 4,000 ล้านบาท และจะพยายามรักษางานประมูลในมือให้ได้ 10-20 โครงการอย่างสม่ำเสมอ โดยในปีนี้มั่นใจว่าจะชนะการประมูลมูลค่าประมาณ 3,000-4,000 ล้านบาท มากกว่าปีก่อนที่อยู่ที่ 2,000 ล้านบาท

นายพัฒนพงษ์ กล่าวต่อว่า สำหรับงานโครงการ “The Inspire Rama IX" ที่บริษัทเข้าไปเทคโอเวอร์มานั้น บริษัทได้ทำการเปิดขายโครงการในงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 16 ที่ผ่านมา ก็ได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี ขณะนี้บริษัทสามารถขายโครงการไปได้แล้วกว่า 80% ขณะเดียวกัน บริษัทก็มีแผนที่จะเข้าไปซื้อโครงการ(เทกโอเวอร์)ที่ศักยภาพเข้ามาบริหารเพิ่มเติม

ส่วนงานในต่างประเทศนั้น ขณะนี้บริษัทก็กำลังรอผลโครงการปรับปรุงถนนที่ประเทศกัมพูชาว่า ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทได้ทำข้อมูลและรายละเอียดต่าง ๆ ให้แก่ทางการของกัมพูชาไปหมดแล้ว แต่ยังติดในรายละเอียดบางอย่างที่ยังตกลงกันไม่ได้ แต่อย่างก็ไรก็ตาม บริษัทก็ยังติดตามผลของโครงการดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ส่วนโครงการที่เวียดนาม เป็นงานโรงแรมมูลค่าโครงการประมาณ 4,000 ล้านบาท ขณะนี้ก็กำลังอยู่ระหว่างการเจรจา คาดว่าจะสามารถเริ่มการก่อสร้างได้ประมาณไตรมาส 3/2550

ขณะเดียวกัน บริษัทก็มีแผนที่จะไปรับงานก่อสร้างอาคารสูงที่ประเทศแถบตะวันออกกลาง คาดว่าจะทราบผลของการเจรจาภายในเดือนหน้า สำหรับการไปรับงานที่ประเทศตะวันออกกลางนั้นบริษัทก็จะไปกับพันธมิตรเยอรมันและอาจจะร่วมกับคอลพาร์ทเนอร์ที่ประเทศตะวันออกกลางด้วย

นายพัฒนพงษ์ กล่าวต่อว่า สำหรับแนวโน้มรายได้ในไตรมาส 2/2550 คาดว่ารายได้จะเพิ่มขึ้นและน่าเป็นไปที่ประมาณการไว้ ส่วนเป้ารายได้รวมปีนี้บริษัทก็ยังคงเป้ารายได้อยู่ที่ประมาณ 2,200-2,500 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 60-80% จากปี 2549 ที่มีรายได้อยู่ที่ 1,500 ล้านบาท ปัจจุบันบริษัทมีมูลค่าโครงการงานในมือ (Backlog) ที่รอรับรู้รายได้ประมาณ 4,000 ล้านบาท คาดว่าจะทยอยรับรู้รายได้ได้ในปีนี้ประมาณ 2,000 ล้านบาท ส่วนอีก 2,000 ล้านบาทที่เหลือจะไปรับรู้รายได้ได้ในปี 2551   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us