Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน18 พฤษภาคม 2550
ธุรกิจบัตรเครดิตยังอืดไร้วี่แววฟื้น นอน แบงก์ดิ้นเจาะกลุ่มไฮโซฯ-โหมแคมเปญสู้             
 


   
www resources

โฮมเพจ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย

   
search resources

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย, บจก.
Credit Card




ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินภาพรวมธุรกิจไตรมาส 2-3 ยังซบเซาต่อเนื่อง ตามภาวะเศรษฐกิจและการใช้จ่ายที่ชะลอตัวลง ส่งผลผู้ประกอบการเร่งปรับตัวหันแข่งขันกระตุ้นยอดใช้จ่าย และหันเจาะกลุ่มลูกค้าระดับสูงกว่าเดิม พร้อมการขยายร้านค้ามากขึ้น เผยไตรมาสแรกยอดธุรกรรมขยายตัวน้อยลง โดยนอน-แบงก์อ่วมสุดปริมาณ-ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรตกฮวบ

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินแนวโน้มธุรกิจบัตรเครดิตไตรมาส 2 และ 3 ของปี 2550 ว่า ธุรกิจบัตรเครดิตจะยังคงมีการเติบโตชะลอลง ตามภาวะการอุปโภคบริโภคภายในประเทศที่คาดว่าจะเติบโตลดลง ซึ่งทำให้ผู้ประกอบการยังคงมีการแข่งขันกันสูง โดยแนวโน้มการแข่งขันของคงจะเน้นไปในเรื่องของการกระตุ้นการการใช้ผ่านบัตรเครดิต การทำธุรกรรมผ่านบัตรเครดิต และการขยายร้านค้ารับบัตรเครดิตให้ครอบคลุมมากขึ้น ทั้งนี้ เชื่อว่าผู้ประกอบการจะแข่งกันเสนอสิทธิประโยชน์ของบัตรเครดิต การออกบัตรเครดิตร่วมกับพันธมิตร ทำให้ผู้บริโภคมีโอกาสที่จะเลือกมากขึ้น จึงส่งผลทำให้ความจงรักภักดีต่อแบรนด์ (Brand Royalty) ที่เคยมีเริ่มลดลงต่อการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตใบเดียวนั้นลดลง ดังนั้น คงต้องยอมรับว่าในการที่จะรักษาความภักดีของลูกค้าได้นั้น ผู้ประกอบการคงจะต้องทำให้บัตรเครดิตของตนมีลักษณะ ที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ได้ ซึ่งกลยุทธ์ที่ผู้ประกอบการจะใช้มากขึ้นคือเพิ่มสิทธิประโยชน์ของบัตรเครดิต โดยการหาพันธมิตรใหม่ๆ เข้ามาร่วมให้ครอบคลุมและหลากหลายประเภท และนั่นก็หมายถึงต้นทุนการตลาดที่เพิ่มขึ้นของผู้ประกอบการเช่นกัน

สำหรับแนวโน้มการขยายฐานบัตรใหม่ ผู้ประกอบการบัตรเครดิตยังคงเน้นการขยายฐานลูกค้าใหม่ไปยังกลุ่มลูกค้าระดับบน ทั้งกลุ่มที่ธนาคารพาณิชย์และสาขาธนาคารต่างประเทศ นอกจากนี้กลุ่มผู้ประกอบ Non bank หันมารุกขยายฐานตลาดในกลุ่มนี้เช่นกัน เนื่องจากเห็นได้ชัดว่าผู้ถือบัตรเครดิตของกลุ่ม Non bank ที่ส่วนใหญ่จะมีรายได้ปานกลางลงมา ซึ่งเป็นกลุ่มที่ค่อนข้างมีความอ่อนไหวต่อปัจจัยทางเศรษฐกิจ มีการระมัดระวังในการใช้จ่ายมากขึ้น ทำให้ยอดใช้จ่ายบัตรเครดิตของกลุ่ม Non bank ชะลอตัวลง จึงทำให้ผู้ประกอบการสถาบันที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์ต้องปรับกลยุทธ์ โดยการหันมารุกตลาดบน ในกลุ่มลูกค้าที่มีรายได้ประมาณ 50,000 บาทต่อเดือนขึ้นไป เนื่องจากลูกค้ากลุ่มนี้มีกำลังซื้อสูงอีกทั้งยังมีศักยภาพในการชำระบัตรเครดิตสูง ขณะที่การขยายฐานบัตรเครดิตไปยังต่างจังหวัดยังคงมีการแข่งขันที่รุนแรงต่อเนื่อง ทั้งนี้กลุ่มผู้ประกอบการที่มีแนวโน้มการเติบโตของสินเชื่อบัตรเครดิต น่าจะเป็นผู้ประกอบการกลุ่ม Nonbank ที่เริ่มทำการตลาด ไม่ว่าจะเป็นการเข้าหาพันธมิตรร้านค้ามากขึ้น การปรับกลยุทธ์เพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการบริโภคของคนในแต่ละจังหวัด อีกทั้งผู้ประกอบการกลุ่มนี้ยังมีความโดดเด่นในเรื่องการมีความชำนาญในการทำธุรกิจลูกค้ารายย่อย

ขณะที่การจัดแคมเปญส่งเสริมการขายและบริการยังคงมีความเข้มข้น ผู้ประกอบการพยายามหาความแปลกใหม่ โดยการหาพันธมิตรเข้ามาร่วมในการส่งเสริมการขาย เพื่อสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งในการทำตลาด โดยเฉพาะในภาวะที่การแข่งขันที่รุนแรง ความจงรักภักดีต่อการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเพียงใบเดียวเริ่มน้อยลง ส่วนการขยายร้านค้ารับบัตรเครดิต หากผู้ประกอบการรายใดสามารถขยายฐานร้านค้ารับบัตรได้มาก ก็จะสามารถสร้างรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการเช่นกัน อย่างไรก็ตามร้านค้าบางแห่ง โดยเฉพาะร้านค้าที่มีขนาดเล็กมักจะผลักภาระค่าธรรมเนียมให้แก่ผู้ที่ซื้อสินค้าผ่านบัตรเครดิต ด้วยสาเหตุนี้การใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตตามร้านเหล่านี้จึงมีจำนวนที่น้อย

สำหรับปัจจัยลบต่อการขยายตัวธุรกิจบัตรเครดิตศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุปัจจัยลบที่เป็นสาเหตุสำคัญที่ส่งผลต่อการชะลอตัวลงของธุรกิจบัตรเครดิตในปีนี้ ได้แก่ ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะส่งผลต่อความมั่นคงทางรายได้ในอนาคต ทำให้ผู้บริโภคมีความระมัดระวังในการใช้จ่าย ปัจจัยด้านความมั่นคงทางการเมือง และทิศทางนโยบายทางเศรษฐกิจ ปัญหาความไม่แน่นอนทางการเมืองยังคงเป็นปัจจัยที่กระทบความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ทั้งนี้เสถียรภาพความมั่นคงของรัฐบาลเป็นสิ่งที่ยังคงต้องจับตามอง ทั้งการกำหนดนโยบายทางเศรษฐกิจของประเทศและความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ มีส่วนส่วนสำคัญต่อการเติบโตของตลาดสินเชื่อบัตรเครดิต

นอกจากนี้ท่ามกลางตัวเลขเศรษฐกิจที่ส่งสัญญาณชะลอตัว และการอุปโภคบริโภคภาคเอกชนที่ขยายตัวลดลง ธุรกิจบัตรเครดิตอาจต้องเผชิญกับความท้าทายในการทำธุรกิจ จากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภค ส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องปรับตัวเพื่อเตรียมรับมือกับระดับความเสี่ยงที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งนี้แนวโน้มการดำเนินการธุรกิจบัตรเครดิต ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า การอนุมัติบัตรใหม่บัตรใหม่ยังคงอยู่บนพื้นฐานของความระมัดระวัง โดยเฉพาะในภาวะที่การแข่งขันตลาดบัตรเครดิตยังคงมีความรุนแรง ผู้ประกอบการต้องการที่จะขยายฐานบัตรใหม่ เพื่อครอบครองสัดส่วนในตลาดมากเพียงใดก็ตาม แต่ในภาวะที่เศรษฐกิจชะลอตัวส่งผลต่อความสามารถในการชำระสินเชื่อของผู้ถือบัตรเครดิตบางกลุ่ม โดยเฉพาะผู้ที่ถือบัตรเครดิตมากว่า 1 บัตร ขึ้นไป ผู้ประกอบการทุกกลุ่มจำเป็นต้องทำการตรวจสอบประวัติผู้เข้ามาขอสินเชื่อมากขึ้น เพื่อควบคุมคุณภาพของสินเชื่อในระบบ

ทั้งนี้การเพิ่มการตรวจสอบในส่วนของการผิดนัดชำระหนี้บัตรเครดิต ผู้ประกอบการบัตรเครดิตต่างเพิ่มการตรวจสอบพฤติกรรมการผิดชำระบัตรของลูกค้า เพื่อเป็นเกณฑ์ในการพิจารณาปรับลดวงเงิน หรือยกเลิกบัตรล่วงหน้า ก่อนเวลาต่ออายุบัตรจริง โดยเฉพาะหลังการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิต จาก 18% เป็น 20% ที่ผู้ประกอบการบัตรเครดิตบางรายเริ่มมีการปรับขึ้นไปแล้ว อีกทั้งการปรับขึ้นชำระขั้นต่ำจาก 5% เป็น 10% ที่มีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 เมษายน 2250 นั้น ที่อาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการผ่อนชำระยอดคงค้างบัตรเครดิตของลูกค้าบางกลุ่มด้วย อย่างไรก็ตามมีความเป็นไปได้ที่ในระยะแรกๆ ลูกหนี้อาจยังคงสามารถหมุนหนี้ โดยการนำสินเชื่อจากแหล่งอื่นมาจ่ายชำระขั้นต่ำบัตรเครดิตที่ 10% ของยอดคงค้าง ถึงแม้ว่าพฤติกรรมหมุนเงินของผู้ถือบัตรอาจทำให้เกิดความเสี่ยงต่อระบบสินเชื่อจะไม่ปรากฏในทันที ตราบใดที่ยังสามารถหมุนเงินเพื่อมาชำระขั้นต่ำของยอดคงค้างได้ แต่จะเริ่มเห็นเมื่อปัญหามีความรุนแรงแล้ว นั่นหมายถึง เมื่อผู้ถือบัตรไม่สามารถหมุนเงินต่อไปได้ความเสี่ยงต่อระบบสินเชื่อก็จะปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ในอนาคต

สำหรับธุรกิจบัตรเครดิตในไตรมาสแรกที่ผ่านมาศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่ามีแนวโน้มชะลอตัวลง โดยพบว่าปริมาณบัตรเครดิตในไตรมาส 1 ปี 2550 มีจำนวน 11,087,434 บัตร ขยายตัว 9.17% ซึ่งลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขยายตัว 14.16% โดยเมื่อแยกพิจารณาตามกลุ่มผู้ประกอบการ พบว่า ปริมาณบัตรเครดิต กลุ่มสาขาธนาคารต่างประเทศยังคงมีอัตราการขยายตัวของบัตรเครดิตใหม่เพิ่มขึ้น โดยมีจำนวนบัตรเครดิตทั้งสิ้น 1,233,251 บัตร ขยายตัว 14.18% ซึ่งเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่ขยายตัว 8.79% ขณะที่ธนาคารพาณิชย์ในประเทศขยายตัวเพิ่มขึ้นโดย มีจำนวนบัตรเครดิตทั้งสิ้น 4,441,091 บัตร และมีการเติบโต 12.73% ซึ่งลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขยายตัว 19.72% และสถาบันที่ไม่ใช่ธนาคาร หรือ Non-Bank มีจำนวนบัตรเครดิตทั้งสิ้น 5,413,001 บัตร ขยายตัว 5.38% ซึ่งลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขยายตัว 11.36%

โดยภาพรวมปริมาณการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตในทุกกลุ่มผู้ประกอบการไตรมาส 1 ปี 2550 มีปริมาณการใช้จ่ายทั้งสิ้น 172,507 ล้านบาท ขยายตัว 13.39% ซึ่งชะลอลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีอัตราการเติบโต 21.54% โดยเมื่อแยกพิจารณาตามกลุ่มผู้ประกอบการ พบว่า ไตรมาส1 ปี 2550 ปริมาณการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตของธนาคารพาณิชย์ในประเทศมีมูลค่า 87,974 ล้านบาท โดยขยายตัว 16.19% ซึ่งลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่ขยายตัว 19.89% ขณะที่ในส่วนของกลุ่มผู้ประกอบการสาขาธนาคารต่างประเทศมีปริมาณการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเพิ่มขึ้นหากเทียบกับกลุ่มอื่นในไตรมาส 1 ปี 2550 โดยมีปริมาณการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตทั้งสิ้น 25,532 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.22% ซึ่งสูงกว่าที่ขยายตัว 21.9% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน ด้านปริมาณการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตของสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคารพบว่ามีอัตราการชะลอตัวอย่างเห็นได้ชัดเจนโดยพบว่าในไตรมาสแรกมีปริมาณการใช้จ่ายทั้งสิ้น 59,001 ล้านบาท โดยมีอัตราการขยายตัว 6.25% ซึ่งชะลอตัวลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขยายตัว 23.72%

นอกจากนี้ยังพบว่าปริมาณสินเชื่อคงค้างบัตรเครดิตไตรมาส1 ของปีนี้ยังมีทิศทางชะลอตัว โดยมีปริมาณสินเชื่อคงค้างทั้งสิ้น 166,383 ล้านบาท ขยายตัวในอัตรา 15.89% ซึ่งลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขยายตัว 21.07% ทั้งนี้หากแยกพิจารณาเป็นรายผู้ประกอบการแล้วจะพบว่า ยอดสินเชื่อคงค้างบัตรเครดิตของสาขาธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศมีปริมาณสินเชื่อคงค้างในไตรมาส แรก อยู่ที่ 33,688 ล้านบาท โดยมีอัตราการขยายตัว 20.51% ซึ่งขยายตัวลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 21.40% สำหรับยอดสินเชื่อคงค้างบัตรเครดิตของสถาบันที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์ ก็มีปริมาณอยู่ที่ 76,873 ล้านบาท โดยขยายตัว 14.65% ซึ่ง ชะลอลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขยายตัว 31.35% ขณะที่ยอดสินเชื่อคงค้างบัตรเครดิตของธนาคารพาณิชย์ในประเทศมีปริมาณยอดคงค้างทั้งสิ้น 55,822 ล้านบาท ขยายตัว 14.95% ซึ่งขยายตัวเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 9.11% และเป็นเพียงกลุ่มเดียวที่มียอดสินเชื่อคงค้างเพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตามในส่วนของปริมาณการเบิกเงินสดล่วงหน้าบัตรเครดิตไตรมาสแรกของปีโดยรวมยังมีทิศทางชะลอตัวลง โดยมีมูลค่ารวมอยู่ที่ 53,306 ล้านบาท ขยายตัวอยู่ที่ 15.88% ซึ่งลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขยายตัว 26.64% ซึ่งหากแยกพิจารณาเป็นรายผู้ประกอบการแล้ว พบว่า ธนาคารพาณิชย์ในประเทศมีปริมาณการเบิกเงินสดล่วงหน้าในไตรมาส แรกขยายตัวเพียง 17.53% ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขยายตัว 25.5% ขณะที่กลุ่มสาขาธนาคารต่างประเทศนั้น ยังคงมีอัตราการขยายตัวที่ค่อนข้างสูงแม้ว่าจะชะลอตัวก็ตาม โดยพบว่าไตรมาสแรกขยายตัว 41.56% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน จากที่เคยขยายตัว 45.68% และกลุ่มผู้ประกอบการสถาบันที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์นั้น อัตราการขยายตัวการเบิกเงินสดล่วงหน้าชะลอลง โดยพบว่ามีอัตราการขยายตัวเพียง 5.4% ซึ่งลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขยายตัว 27.09%   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us