|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
"กรุงไทย"หันผนึกเคทีซีเดินหน้ารุกตลาดบัตรเดบิต ขอแจมใช้สัญลักษณ์ KTC Make Sense และ KTC 24 เพิ่มสิทธิประโยชน์ล่อใจ หวังขยายยอดบัตรเพิ่ม ด้าน"ยูโอบี"เล็งไตรมาส 2 ทบทวนเป้าหมายธุรกิจรายย่อยใหม่หลังเศรษฐกิจส่อแววทรุดต่อเนื่อง
นายสหัส ตรีทิพยบุตร รองกรรมการผู้จัดการ ผู้บริหารสายงาน สายงานบริหารผลิตภัณฑ์และการตลาด ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ขณะนี้ธนาคารได้เพิ่มสิทธิประโยชน์บนบัตรเดบิตให้กับลูกค้าเพิ่มขึ้น โดยที่ผ่านมาได้ขอความร่วมมือจากบริษัทบัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ เคทีซี ในการใช้สัญลักษณ์ KTC Make Sense และ KTC 24 (ทเวนตี้โฟร์) ร่วมกันเพื่อให้ลูกค้าได้รับสิทธิพิเศษจากร้านค้าที่มีสัญลักษณ์ดังกล่าว ซึ่งเพียงโชว์บัตรเดบิตของธนาคารก็สามารถได้รับสิทธิประโยชน์ทันที
"เราได้ร่วมกับทางเคทีซีเพื่อใช้สัญลักษณ์ร่วมกัน ทำให้เมื่อลูกค้าไปใช้บริการร้านค้าที่มีสัญลักษณ์ ก็จะได้รับสิทธิประโยชน์ทันทีโดยไม่จำเป็นใช้จ่ายผ่านบัตร เพียงแค่โชว์บัตรก็พอ” นายสหัสกล่าว
ขณะที่นายนิวัตต์ จิตตาลาน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การที่ธนาคารกรุงไทยเข้ามาขอความร่วมมือในการใช้สัญลักษณ์ KTC Make Sense และ KTC 24 (ทเวนตี้โฟร์) ร่วมกับบัตรเคทีซีนั้น ยอมรับว่าเป็นสิ่งที่ดี และจากการพิจารณาถึงการร่วมมือกันดังกล่าวถือเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย โดยลูกค้าที่ถือบัตรเดบิตของธนาคารกรุงไทยจะเป็นผู้ที่ได้รับสิทธิประโยชน์ที่เพิ่มขึ้น พร้อมทั้งช่วยส่งผลให้ยอดบัตรเดบิตของธนาคารปรับเพิ่มขึ้นด้วย
"สิทธิประโยชน์ที่ลูกค้าได้รับจากการร่วมมือกันครั้งนี้เชื่อว่าลูกค้าจะมีความพอใจมาก เมื่อเทียบกับสิทธิประโยชน์จากบัตรอื่นๆ ขณะที่ในส่วนของร้านค้าก็จะมีความพึงพอใจมากขึ้น เนื่องจากจะมีลูกค้ามาใช้บริการที่ร้านค้าผู้รับบัตรเพิ่มขึ้น” นายนิวัตต์ กล่าว
ทั้งนี้ การร่วมมือกันเพื่อติดตราสัญลักษณ์ดังกล่าวนี้ ไม่มีการเสียค่าใช้จ่ายใดๆ เพราะถือเป็นการร่วมมือกันของทั้ง 2 ฝ่าย โดยต่างฝ่ายต่างได้รับประโยชน์ซึ่งกันและกัน แต่ในส่วนของธนาคารกรุงไทยจะต้องเสียค่าใช้จ่ายในเรื่องของเอกสารที่จะต้องแจ้งกลับไปยังลูกค้าสมาชิกบัตรเดบิต เพื่อแจ้งข่าวสารเกี่ยวกับโปรโมชั่นต่างๆ ให้ลูกค้ารับทราบเอง
ยูโอบีเล็งลดเป้าธุรกิจรายย่อย
ด้านนายธนชัย ธนชัยอารีย์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มบุคคลธนกิจ ธนาคารยูโอบี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากเศรษฐกิจโดยรวมในขณะนี้เริ่มซึมๆ ลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ไตรมาสแรก ทำให้ธนาคารจำเป็นต้องติดตามและเฝ้าดูเหตุการณ์อย่างใกล้ชิดว่าจากนี้ไปจะเป็นอย่างไร เนื่องจากผู้บริโภคยังไม่กล้าใช้จ่าย และมีความเป็นไปได้ที่ธนาคารอาจจะต้องปรับเป้าหมายการทำธุรกิจรายย่อย ในครึ่งปีหลังใหม่แม้ว่าในไตรมาสแรกธุรกิจรายย่อยโดยรวมเข้าเป้าหมายที่ธนาคารวางไว้ก็ตาม
"จริงๆแล้วไตรมาสแรกธุรกิจรายย่อยของธนาคารเข้าเป้า แม้ว่าจะเติบโตไม่หวือหวา แต่เมื่อเทียบกับระบบแล้วก็โอเคเพราะธุรกิจรายย่อยของระบบนั้นลดลง 13-14% โดยเฉพาะสินเชื่อบ้านอย่างเดียวลดลงไปถึง 20% ส่วนไตรมาส 2 ถึงไตรมาส 4 จะเข้าเป้าหมายหรือไม่ตอบไม่ได้เพราะต้องรอดูทิศทางก่อน แต่ที่แน่ๆธนาคารมั่นใจว่ายอดบัตรเครดิตใหม่เข้าเป้าแน่นอนในปีนี้"นายธนชัย กล่าว
สำหรับเป้าหมายบัตรเครดิตใหม่ในปีนี้อยู่ที่ 100,000 บัตร โดยในไตรมาสแรกสามารถทำได้แล้วกว่า 30,000 บัตร และคาดว่าทั้งปีได้ตามเป้าหมายแน่นอนเพราะ ธนาคารได้พลิกวิกฤตเป็นโอกาส โดยได้ยึดหลักความเข้าใจธุรกิจ นำฐานข้อมูลลูกค้าที่มีอยู่มาทำการศึกษาให้เข้าใจถึงพฤติกรรมของลูกค้า เมื่อเข้าใจก็สามารถเจาะหาฐานลูกค้าได้ และอาศัยจุดเด่นที่ธนาคารแม่มีความแข็งแกร่งอยู่แล้ว จึงทำให้สามารถขยายธุรกิจด้านนี้ได้อย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม แนวทางที่ธนาคารต้องหันมาเน้นเพิ่มเติม จากนี้คือการหารายได้จากค่าธรรมเนียมเพิ่ม แม้ว่าทุกธนาคารก็หันมาให้ความสำคัญกับการหารายได้จากค่าธรรมเนียมก็ตาม สิ่งหนึ่งที่ธนาคารต้องดำเนินการมากขึ้นคือเรื่องการเสนอขายผลิตภัณฑ์ทางการเงินต่างๆ เช่น กองทุนรวม แบงก์แอสชัวรันส์ การโอนเงิน เป็นต้น แม้ว่าภาวะเช่นนี้ทุกคนระวังกันหมดทั้งลูกค้าและธนาคาร
|
|
 |
|
|