Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน14 พฤษภาคม 2550
กรุงไทยหันผนึกเคทีซีรุกบัตรเดบิต โหมอัดแคมเปญ-ดันรายได้ค่าธรรมเนียม             
 


   
www resources

โฮมเพจ ธนาคารกรุงไทย

   
search resources

ธนาคารกรุงไทย
Banking and Finance




"กรุงไทย"หันผนึกเคทีซีเดินหน้ารุกตลาดบัตรเดบิต ขอแจมใช้สัญลักษณ์ KTC Make Sense และ KTC 24 เพิ่มสิทธิประโยชน์ล่อใจ หวังขยายยอดบัตรเพิ่ม ด้าน"ยูโอบี"เล็งไตรมาส 2 ทบทวนเป้าหมายธุรกิจรายย่อยใหม่หลังเศรษฐกิจส่อแววทรุดต่อเนื่อง

นายสหัส ตรีทิพยบุตร รองกรรมการผู้จัดการ ผู้บริหารสายงาน สายงานบริหารผลิตภัณฑ์และการตลาด ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ขณะนี้ธนาคารได้เพิ่มสิทธิประโยชน์บนบัตรเดบิตให้กับลูกค้าเพิ่มขึ้น โดยที่ผ่านมาได้ขอความร่วมมือจากบริษัทบัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ เคทีซี ในการใช้สัญลักษณ์ KTC Make Sense และ KTC 24 (ทเวนตี้โฟร์) ร่วมกันเพื่อให้ลูกค้าได้รับสิทธิพิเศษจากร้านค้าที่มีสัญลักษณ์ดังกล่าว ซึ่งเพียงโชว์บัตรเดบิตของธนาคารก็สามารถได้รับสิทธิประโยชน์ทันที

"เราได้ร่วมกับทางเคทีซีเพื่อใช้สัญลักษณ์ร่วมกัน ทำให้เมื่อลูกค้าไปใช้บริการร้านค้าที่มีสัญลักษณ์ ก็จะได้รับสิทธิประโยชน์ทันทีโดยไม่จำเป็นใช้จ่ายผ่านบัตร เพียงแค่โชว์บัตรก็พอ” นายสหัสกล่าว

ขณะที่นายนิวัตต์ จิตตาลาน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การที่ธนาคารกรุงไทยเข้ามาขอความร่วมมือในการใช้สัญลักษณ์ KTC Make Sense และ KTC 24 (ทเวนตี้โฟร์) ร่วมกับบัตรเคทีซีนั้น ยอมรับว่าเป็นสิ่งที่ดี และจากการพิจารณาถึงการร่วมมือกันดังกล่าวถือเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย โดยลูกค้าที่ถือบัตรเดบิตของธนาคารกรุงไทยจะเป็นผู้ที่ได้รับสิทธิประโยชน์ที่เพิ่มขึ้น พร้อมทั้งช่วยส่งผลให้ยอดบัตรเดบิตของธนาคารปรับเพิ่มขึ้นด้วย

"สิทธิประโยชน์ที่ลูกค้าได้รับจากการร่วมมือกันครั้งนี้เชื่อว่าลูกค้าจะมีความพอใจมาก เมื่อเทียบกับสิทธิประโยชน์จากบัตรอื่นๆ ขณะที่ในส่วนของร้านค้าก็จะมีความพึงพอใจมากขึ้น เนื่องจากจะมีลูกค้ามาใช้บริการที่ร้านค้าผู้รับบัตรเพิ่มขึ้น” นายนิวัตต์ กล่าว

ทั้งนี้ การร่วมมือกันเพื่อติดตราสัญลักษณ์ดังกล่าวนี้ ไม่มีการเสียค่าใช้จ่ายใดๆ เพราะถือเป็นการร่วมมือกันของทั้ง 2 ฝ่าย โดยต่างฝ่ายต่างได้รับประโยชน์ซึ่งกันและกัน แต่ในส่วนของธนาคารกรุงไทยจะต้องเสียค่าใช้จ่ายในเรื่องของเอกสารที่จะต้องแจ้งกลับไปยังลูกค้าสมาชิกบัตรเดบิต เพื่อแจ้งข่าวสารเกี่ยวกับโปรโมชั่นต่างๆ ให้ลูกค้ารับทราบเอง

ยูโอบีเล็งลดเป้าธุรกิจรายย่อย

ด้านนายธนชัย ธนชัยอารีย์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มบุคคลธนกิจ ธนาคารยูโอบี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากเศรษฐกิจโดยรวมในขณะนี้เริ่มซึมๆ ลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ไตรมาสแรก ทำให้ธนาคารจำเป็นต้องติดตามและเฝ้าดูเหตุการณ์อย่างใกล้ชิดว่าจากนี้ไปจะเป็นอย่างไร เนื่องจากผู้บริโภคยังไม่กล้าใช้จ่าย และมีความเป็นไปได้ที่ธนาคารอาจจะต้องปรับเป้าหมายการทำธุรกิจรายย่อย ในครึ่งปีหลังใหม่แม้ว่าในไตรมาสแรกธุรกิจรายย่อยโดยรวมเข้าเป้าหมายที่ธนาคารวางไว้ก็ตาม

"จริงๆแล้วไตรมาสแรกธุรกิจรายย่อยของธนาคารเข้าเป้า แม้ว่าจะเติบโตไม่หวือหวา แต่เมื่อเทียบกับระบบแล้วก็โอเคเพราะธุรกิจรายย่อยของระบบนั้นลดลง 13-14% โดยเฉพาะสินเชื่อบ้านอย่างเดียวลดลงไปถึง 20% ส่วนไตรมาส 2 ถึงไตรมาส 4 จะเข้าเป้าหมายหรือไม่ตอบไม่ได้เพราะต้องรอดูทิศทางก่อน แต่ที่แน่ๆธนาคารมั่นใจว่ายอดบัตรเครดิตใหม่เข้าเป้าแน่นอนในปีนี้"นายธนชัย กล่าว

สำหรับเป้าหมายบัตรเครดิตใหม่ในปีนี้อยู่ที่ 100,000 บัตร โดยในไตรมาสแรกสามารถทำได้แล้วกว่า 30,000 บัตร และคาดว่าทั้งปีได้ตามเป้าหมายแน่นอนเพราะ ธนาคารได้พลิกวิกฤตเป็นโอกาส โดยได้ยึดหลักความเข้าใจธุรกิจ นำฐานข้อมูลลูกค้าที่มีอยู่มาทำการศึกษาให้เข้าใจถึงพฤติกรรมของลูกค้า เมื่อเข้าใจก็สามารถเจาะหาฐานลูกค้าได้ และอาศัยจุดเด่นที่ธนาคารแม่มีความแข็งแกร่งอยู่แล้ว จึงทำให้สามารถขยายธุรกิจด้านนี้ได้อย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม แนวทางที่ธนาคารต้องหันมาเน้นเพิ่มเติม จากนี้คือการหารายได้จากค่าธรรมเนียมเพิ่ม แม้ว่าทุกธนาคารก็หันมาให้ความสำคัญกับการหารายได้จากค่าธรรมเนียมก็ตาม สิ่งหนึ่งที่ธนาคารต้องดำเนินการมากขึ้นคือเรื่องการเสนอขายผลิตภัณฑ์ทางการเงินต่างๆ เช่น กองทุนรวม แบงก์แอสชัวรันส์ การโอนเงิน เป็นต้น แม้ว่าภาวะเช่นนี้ทุกคนระวังกันหมดทั้งลูกค้าและธนาคาร   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us