เปิดโครงข่ายผลประโยชน์ไอพีเน็ตเวิร์กและอินเทอร์เน็ต สายสัมพันธ์ชั้นยอด
ฝังรากลึกสืบทอดจากยุค สุธรรม มลิลา สู่ปรีชา รักษาชาติ สบโชค จิราจินต์
และวรรษพล ปรัชญ-พฤทธิ์หรืออาจารย์ป๋วย ผ่านการโยงใยของผู้รวบรวมระบบบริษัทเอไอทีของศิริพงษ์
อุ่นทรพันธ์ ทำให้ซิสโก้ผงาดเหนือทศท.ส่วนด้าน อินเทอร์เน็ต ทีโอทีออนไลน์
กลายเป็นเวทีชำระแค้นของ"อาจารย์ป๋วย"กับฟรีอินเทอร์เน็ตที่เข้ามาขวางผลประโยชน์
บังตาจนลืมนึก ถึงภาพรวมองค์กร
แหล่งข่าวในวงการไอทีกล่าวถึงกลุ่มอิทธิพลด้านไอพีเน็ตเวิร์กในบริษัท ทศท
คอร์ปอเรชั่นว่าเทคโนโลยีไอพีเน็ตเวิร์กถือเป็นเรื่องใหม่และมีคนในทศท.ไม่กี่คนที่มีความรู้ในเรื่องนี้
ไอพีเน็ตเวิร์กเกิดขึ้นครั้งแรกในสมัยนายสุธรรม มลิลาเป็นผู้อำนวยการทศท.พร้อมทีมงานคู่ใจอย่าง
ดร.นพรัตน์ เมธาวีกุลชัยและนายสบโชค จิราจินต์โดย ในช่วงแรกทศท.เช่าจากบริษัท
มิตรสยาม อินเตอร์เนชั่นแนลโดยใช้อุปกรณ์ของ บริษัท ซิสโก้ ซิสเต็มส์ ประมาณ
12,000 พอร์ต ในราคาค่าเช่าประมาณพอร์ตละ 600 กว่าบาทต่อเดือน
ต่อมากลุ่มนี้ใช้วิธีการซื้อซ้ำหรือรีพีทออเดอร์จากบริษัท ฮาตาริ ประมาณ
1 แสนพอร์ตค่าเช่าพอร์ต ละ 400 กว่าบาทต่อเดือน
ประเด็นที่กำลังเป็นเรื่องในขณะนี้คือปปช.กำลังตรวจสอบความไม่ชอบมาพากลที่เกิดขึ้น
เพราะการรีพีทออเดอร์จำเป็นต้องซื้อซ้ำจากบริษัทเดิม แต่ทศท.กลับซื้ออุปกรณ์ยี่ห้อเดิมคือซิสโก้จากบริษัทใหม่คือฮาตาริ
ซึ่งถือว่าผิดระเบียบราชพัสดุว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้าง
"ขณะนี้ยังมีคดีความค้างอยู่ในศาล ค่าวิ่งเต้นกันเป็นมูลค่าหลาย ร้อยล้านบาท
เป็นการหักหลังกันว่าจะให้แต่ไม่ให้ กลุ่มอิทธิพลดังกล่าวเกี่ยวข้องเต็มเปา"
กลุ่มนี้ยังดำเนินการในครั้งที่ 3 เพื่อให้มีการซื้อซ้ำยี่ห้อซิสโก้ แต่คราวนี้เปลี่ยนหน้าบริษัทใหม่เป็นไทย-เอ็มซี
อีก 1 แสนพอร์ตโดยเสนอขออนุมัติหลักการจากบอร์ดเรียบร้อยแล้วตั้งแต่ปลายเดือน
ธ.ค.2543 และอยู่ระหว่างการเจรจา ต่อรองราคา แต่ถูกสหภาพทศท. ค้านด้วยข้อหา
5 ประเด็นคือ1.การ เช่าอุปกรณ์ดังกล่าวไม่โปร่งใส ไม่มีการเรียกประกวดราคา
2.การคำ นวณค่าเช่าไม่ถูกหลักการบริหารงานและไม่ถูกหลักการจัดซื้อจัดจ้าง
3.มีการเมืองเข้าแทรกแซงในการ นำเสนอขอนุมัติหลักการสำหรับการเช่าครั้งที่
3 ในการประชุมบอร์ด ทศท.วันที่ 28 ธ.ค.2543 ตามหลักฐานต่างๆ ปรากฏว่าดำเนินการภาย
ในวันเดียวกัน ตั้งแต่เสนอราคาจนถึงการอนุมัติหลักการ
4.ผลกระทบกับทศท.ในเรื่อง สภาพคล่องด้านการเงิน เนื่องจากโครงการดังกล่าวไม่ได้มีการพิจารณาด้านการเงินอย่างรอบคอบ
เช่น ไม่ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการบริหารงานและคณะกรรมการกลั่นกรองงานก่อนนำเสนอบอร์ดทศท.
เพราะทศท.ต้องรับภาระค่าเช่าเดือนละเกือบ 200 ล้านบาทสำหรับการเช่าโครงข่ายไอพี
เน็ตเวิร์กจากทั้ง 3 รายตลอดระยะเวลา 3 ปีหรือเป็นเงินประมาณ 7,200 ล้านบาท
และ5.การดำเนินการโครงการนี้ถือว่าเป็นการไม่ให้เกียรติกับผู้บริหารระดับสูงของทศท.เช่นรองผู้อำนวยการ
ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ผู้อำนวยการฝ่ายต่างๆ รวมทั้งพนักงานในส่วนที่รับผิดชอบการให้บริการไอพี
เนื่องจากการอนุมัติการเช่าในครั้งที่ 3 เป็นความร่วมมือกันระหว่างบริษัทที่เสนอราคา
ประธานบอร์ดทศท. ผู้อำนวยการทศท. เลขานุการบอร์ดทศท.(นายโอฬาร เพียรธรรม
รองผู้อำนวยการในขณะนั้น) โดยการอาศัยอำนาจของบอร์ดทศท.เป็นผู้อนุมัติ
ความพยายามครั้งนั้นตกไป แต่ชื่อหนึ่งที่เริ่มคุ้นหูมากขึ้นคือนายศิริพงษ์
อุ่นทรพันธ์ เจ้าของบริษัท แอดวานซ์ อินฟอร์เมชั่นเทคโนโลยีหรือเอไอที ซึ่งครั้งนั้นทำ
หน้าที่เป็นผู้รวบรวมระบบหรือเอสไอ ซึ่งไม่ใช่แค่รวบรวมอุปกรณ์ แต่ยังรวบรวมสายสัมพันธ์ไว้ในอุ้งมือ
หลังการเกษียณอายุของนายสุธรรม กลุ่มที่มีบทบาทเริ่มมีการเปลี่ยนหน้าค่าตาใหม่
ปรากฏชื่อนายปรีชา รักษาชาติ รองกรรมการ ผู้อำนวยการใหญ่ทศท.นายสบโชค ซึ่งรับตำแหน่งดูแลด้านไอพีเน็ตเวิร์ก
และนายวรรษพล ปรัชญ-พฤทธิ์ หรืออาจารย์ป๋วย ที่ดูแลด้านอินเทอร์เน็ต ผู้ซึ่งมีสโลแกนประจำใจว่างานด้านไอทีประกอบด้วย
3 ส่วนคือฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และ มันนี่แวร์
ความน่าสนใจของคนกลุ่มนี้ยังอยู่ที่การผูกพันกับซิสโก้กับเอไอทีอย่างแยกกันไม่ขาด
หลังไทย-เอ็มซีล่มสลาย ทศท.กำลังมีโครง การประมูลไอพีเน็ตเวิร์กเฟสใหม่อีกประมาณ3
พันล้านบาท ภายใต้การวิ่งเต้นของพ่อค้า 2 กลุ่มคือกลุ่ม เพชราวุธที่ปัจจุบันเป็นเจ้าของ
ฮาตาริภายหลังเจ้าของเดิมเซ้งกิจการมาให้ต้องการอัพเกรดเน็ตเวิร์กเดิม และกลุ่มใหม่ที่ต้องการให้เปิดประมูล
หลังจากทศท.จ้างบริษัทจีเนียสเป็นที่ปรึกษาเขียนทีโออาร์ ปรากฏว่ามีการล็อกสเปกให้ซิสโก้
จนนายสิทธิชัย ส่งพิริยะกิจ กรรม การผู้จัดการใหญ่ทศท.ทนไม่ได้ต้องให้กลุ่ม
3 ด็อกเตอร์มารื้อทีโออาร์ใหม่ในขณะนี้
แต่ในระหว่างที่โครงการใหญ่ ยังไม่เกิดเอไอทีก็อาศัยสายสัมพันธ์ ตอดเล็กตอดน้อยโครงการของทศท.แบบล็อกสเปกอย่างโครงการ
ของกรมการปกครองหรือโครงการ สกูลเน็ตของกระทรวงศึกษา
"มีคนเห็นรองปรีชากับนายศิริพงษ์ทานข้าวกันบ่อยๆอย่างเมื่อคราวไปเปิดตัวบริษัทหนึ่งที่ประมูลบิลลิ่ง
อาจไม่น่าแปลกใจเพราะเป็นเรื่องปกติของธรรม-เนียมคนไทย แต่ที่น่าสงสัยคือรองปรีชามักเชียร์โปรดักต์ซิสโก้จนออกนอกหน้า"
ส่วนผลงานเด่นของนายวรรษพลด้านอินเทอร์เน็ต คือพยายามทำทุกวิถีทางที่จะดีดบริษัท
ฟรีอินเทอร์เน็ต ที่ได้รับสิทธิจากทศท.ให้บริการทีโอทีออนไลน์หรือการใช้อินเทอร์เน็ตฟรี
ให้กระเด็นออกไปจากวงโคจรด้านอินเทอร์เน็ต ไอพีของทศท.เนื่องจากฟรีอิน- เทอร์เน็ต
เข้ามาขัดผลประโยชน์หลายเรื่องอย่างแรกสุดมีความพยา ยามที่จะจัดซื้ออุปรกณ์เพื่อมาให้บริการอินเทอร์เน็ตแข่งกับฟรีอิน-เทอร์เน็ต
ทั้งๆที่บอร์ดทศท.สมัยนายศุภชัย พิศิษฐ์วานิชเป็นประ ธานได้ทำสัญญามอบหมายให้ฟรีอินเทอร์เน็ตให้บริการทีโอทีออนไลน์
"ครั้งนั้นจะจัดซื้อทีเดียว 440 ล้านบาท พอประธานบอร์ดรู้เรื่องสั่งห้ามพร้อมทั้งย้ายคนที่เกี่ยวข้อง
2 คนเหลือวรรษพลไว้ นึกว่าจะหมดเรื่อง แต่กลายเป็นเพาะบ่มความแค้นไว้รอวันคิดบัญชีกับฟรีอินเทอร์เน็ต"
ถึงแม้ไม่ได้ซื้อ 440 ล้านบาทแต่ยังมีความพยายามจัดซื้อลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์อีกประมาณ
90 ล้านบาททั้งๆที่ฟรีอินเทอร์เน็ตให้บริการฟรี รวมทั้งยังมีเรื่องการลง
ทุนระบบป้องกันพวกแฮกเกอร์ เนื่องจากทีโอทีออนไลน์มีนโยบายเปิดกว้างให้ทุกคนเข้าถึงเพื่อประ-
โยชน์ทางการศึกษา แต่ด้านหนึ่งจำเป็นต้องมีการป้องกันพวกร้อนวิชาจะแฮกเข้าสู่ระบบสร้างความเสียหายหรือเสื่อมเสียให้บุคคลที่3
ฟรีอินเทอร์เน็ตได้ทำหนังสือชี้แจงกับทศท.มาหลายครั้งเพื่อการลงทุนในระบบป้องกันดังกล่าว
แต่อาจารย์ป๋วยไม่สนใจเห็นว่าไม่จำเป็น แต่พอเกิดเรื่องขึ้นจากการแฮกของผู้ไม่หวังดี
ก็ถือเป็นข้ออ้างจะถอดปลั๊กทีโอทีออนไลน์ ไล่ฟรีอินเทอร์เน็ตออกจากทศท. ทั้งๆที่หากไล่เรียงความผิดกันแล้ว
หาจำเลยได้ไม่ยาก
ไม่เพียงเท่านี้ กระบวนการล้างแค้นยังลามสู่ผู้ใช้บริการทีโอทีออนไลน์ทั่วประเทศ
ในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา ทีโอทีออนไลน์มักล่มในช่วงวันศุกร์ และกลับมาดีในวันจันทร์
สาเหตุที่เกิดขึ้นคือเมื่อล่มในวันศุกร์ ฟรีอินเทอร์เน็ตได้ประสานงานแจ้งไปทางอาจารย์ป๋วย
แต่จะได้ยินคำตอบกลับมาเสมอว่า ให้รอวันจันทร์ ทั้งๆที่บริการทีโอทีออนไลน์
เป็นบริการเพื่อประชาชน เพื่อภาพลักษณ์องค์กรทีดี แต่กลับเป็นเรื่องรอง การแก้แค้นเป็นเรื่องหลักมากกว่า
"หากแยกเป็น 2 ด้านจะเห็นภาพไอพีเน็ตเวิร์ก เป็นการผูกขาดยึดกุมด้วยอุปกรณ์ซิสโก้ผ่านสายสัมพันธ์ผู้บริหารและพ่อค้าที่เกี่ยว
ข้อง ส่วนด้านอินเทอร์เน็ตจะเห็นภาพการแก้แค้น การขาดหลักธรรมาภิบาลในการบริหารงาน
ไม่ได้มองภาพรวมองค์กรเป็นหลัก ถือเป็นปัญหาใหญ่ที่ต้องรีบแก้ไข"