Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายสัปดาห์7 พฤษภาคม 2550
โศกนาฏกรรม“แบงก์ทหารไทย”ผู้ถือหุ้น “พิฆาต”บอร์ดบริหาร             
 


   
www resources

โฮมเพจ ธนาคารทหารไทย

   
search resources

ธนาคารทหารไทย
Banking and Finance




คงสุดทนกับแผนบริหารจัดการ“แบงก์ทหารไทย”ที่ไม่เคยสักครั้งสร้างผลตอบแทนให้ผู้ถือหุ้น ถึงกับทำให้รายย่อยเกิดอาการบันดาลโทสะระเบิดอารมณ์กลางเวทีประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประหนึ่งการลงดาบหวังผลทำลายล้างบอร์ดบริหารที่ปฏิบัติงานไม่ได้ดั่งใจ ผลงานขาดทุนสะสมอย่างไรก็เป็นเช่นนั้นไม่เปลี่ยนแปลง แม้จะมีกำไรจากการดำเนินงานแต่ยังไม่มากพอยาไส้ แถมแผนล้างหนี้ยังถูกตีกลับ ยิ่งทวีความไม่พึงใจให้รายย่อย

อนาคตของ “แบงก์ทหารไทย”เหมือนอยู่ท่ามกลางสายหมอกที่มองเท่าใดก็ไม่อาจเห็นความชัดเจนของภาพที่จินตนาการไว้...นั่นคงเป็นความรู้สึกของผู้ถือหุ้นโดยเฉพาะในรายย่อย

หลังวิกฤติเศรษฐกิจ“ทหารไทย” ใช้เงินเพิ่มทุนเพื่อเยียวยาองค์กรไปแล้วไม่ต่ำกว่า 50,000 ล้านบาทแล้ว ในจำนวนนี้กระทรวงการคลังถมเงินเข้าไปแล้วไม่ต่ำกว่า 30,000 ล้านบาท ยังไม่นับเงินเพิ่มทุนก้อนใหม่ 3.5 หมื่นล้านที่ขอไปกับทางกระทรวงการคลัง แต่แผนดังกล่าวถูกตีกลับ ประเด็นสำคัญว่ากันว่าเพราะคลังนั้นเงินหมดหน้าตักแล้ว

จนถึงวันนี้ก็ยังไม่ได้ข้อสรุปเรื่องการเพิ่มทุนของแบงก์แห่งนี้อย่างชัดเจน...แม้แต่ในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นก็ไม่มีการหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาพูด... มีเพียงกระแสข่าวว่าคลังจะใส่เงิน 10,000 ล้านบาท ด้วยยินยอมลดสัดส่วนการถือหุ้นจาก 31% เหลือ 25% พร้อมยอมให้ ธนาคารดีบีเอส เพิ่มสัดส่วนการถือหุ้น จาก 16%เป็นมากว่า 20%

ความชัดเจนในแนวทางการแก้ปัญหาแบงก์ทหารไทย สร้างความไม่พอใจกับผู้ถือหุ้นรายย่อย โดยเฉพาะประเด็นขาดทุนสะสมที่สูงถึง 6 หมื่นล้านบาท

ผู้ถือหุ้นรายย่อยถึงกับเอ่ยปากถามกลางที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นด้วยน้ำเสียงไม่พอใจว่าจะแก้ปัญหา อย่างไร?...ในเมื่อลดพาร์ล้างขาดทุนสะสมก็ไม่ได้ เพิ่มทุนใหม่ก็มีปัญหาต้องยื้อเวลาออกไป..แล้วแบบนี้เมื่อไรผู้ถือหุ้นถึงจะได้เงินปันผล

ประธานกรรมการ “สมใจนึก เองตระกูล” ก็ดูลำบากใจต่อการชี้แจงประเด็นนี้ ด้วยการตอบคำถามที่ฟังดูช่างคลุมเครือเหลือเกินโดยเฉพาะเรื่องการลดพาร์เพื่อล้างขาดทุนที่ต้องล้มไป นั่นเพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงการคลังผู้ถือหุ้นใหญ่ของแบงก์ทหารไทย

สมใจนึก จึงได้แต่เอ่ยว่า “เรื่องการลดพาร์ที่ต้องล้มไปนั้น เกินวิสัยที่กระทรวงการคลังจะสามารถอธิบายได้”

ทั้งที่จริงแล้วทุกฝ่ายต่างก็รู้ดีว่าเป็นเรื่องผลประโยชน์ที่กระทรวงการคลังต้องเสียไป นั่นเพราะในมือคลังถือคลองหุ้นบุริมสิทธิของทหารไทยไว้ การลดพาร์โดยถือคลองหุ้นบุริมสิทธิทำให้คลังเสียสิทธิ และประโยชน์ที่พึงได้ ดังนั้นแผนนี้จึงไม่ผ่าน

หากถ้ามองสภาพความเป็นจริง การเสียสิทธิดังกล่าวไม่กระทบเพียงแค่คลัง แต่รวมถึงประชาชนที่เสียภาษีด้วย แหล่งข่าวระดับสูงจากสายการเงิน ได้กล่าวว่า เหตุนี้ก็ต้องคิดจากมุมมองทางด้านคลังด้วย

“ถ้ามีการลดพาร์ คลังต้องสละหุ้นบุริมสิทธิลดลงด้วย ซึ่งอาจมีคำถามเกิดขึ้นในคลังได้ว่า คุณได้สิทธิพิเศษจากการถือหุ้นบุริมสิทธิอยู่แล้ว ทำไมต้องทิ้งสิทธินั้นด้วย”แหล่งข่าวระดับสูงกล่าว พร้อมกับบอกด้วยว่าเรื่องนี้ต้องให้ความเป็นธรรมกับคลังด้วย

การถือครองหุ้นบุริมสิทธินั้นมีอายุ 10 ปี ตั้งแต่ สมัยที่แบงก์ทหารไทยเข้าโครงการ 14 สิงหาคม 2541 (แผนฟื้นฟูระบบสถาบันการเงิน) ซึ่งเหลือระยะเวลาอีก 3 ปีก็สามารถแปลงเป็นหุ้นสามัญได้ ซึ่งพอถึงเวลานั้นโอกาสแก้ไขอาจง่ายกว่าที่เป็นอยู่ ณ ปัจจุบันได้

ในระหว่างนี้ทหารไทยก็คงต้องเฝ้าเพียรหามาตรการด้านอื่น ๆ มาจัดทัพไปพลางก่อนเพื่อยื้อลมหายใจต่อไปอีก 3 ปี

แต่การยื้อเวลาออกไปถึง 3 ปี เหมือนยิ่งสร้างความไม่พอใจให้ผู้ถือหุ้นรายย่อยได้ เพราะแผนที่งัดมาใช้ระหว่างทางไม่ได้ชี้ชัดว่าแบงก์จะล้างขาดทุนสะสมและจ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้นจะมีก็เพียงคำปลอบใจจากบอร์ดบริหารที่ว่า ผลการดำเนินงานที่ผ่านมาแบงก์ทำกำไรได้ตอด จะติดก็ตรงขาดทุนสะสมที่ทำให้ไม่สามารถจ่ายเงินปันผลได้ ดังนั้นกำไรจากการดำเนินงานก็อยู่ในกองทุนไม่ได้หายไปไหน

หรือถ้ามองในแง่ดี ถึงเวลา 3 ปี แบงก์มีกำไรต่อเนื่อง เงินกองทุนเพียงพอ ไม่มีขาดทุนสะสม อาจประกาศจ่ายปันผล 80%ของกำไรก็ได้

คำตอบ...เหมือนฝนชโลมใจผู้ถือหุ้น...แต่ไม่รู้คนฟังคิดเห็นพ้องต้องกันหรือไม่ ?

นั่นเพราะความเหลืออดที่ไม่เคยได้รับเงินปันผลจากการลงทุนในหุ้นทหารไทย และเรื่องประเมินเกณฑ์ IAS 39 ที่แบงก์ต้องตั้งสำรอง 18,000 ล้านบาท เมื่อปีที่ผ่านมา ทำให้มีผลขาดทุน 12,000 ล้านบาท แต่กลับบอกว่าจะนำกำไรจากการบริหารงานมาล้างขาดทุนสะสมทั้งหมดกว่า 60,000 ล้านบาท โดยไม่เห็นแนวทางแก้ไขที่ชัดเจน ยิ่งเพิ่มโทสะให้ผู้ถือหุ้นรายย่อยบางรายที่ถึงกับรุกออกมาแสดงความเห็นแบบแตกเป็นแตกกับบอร์ดทหารไทย

“สมใจนึก” ได้ออกมาแจงว่า เกณฑ์ตั้งสำรอง IAS 39 สร้างความปั่นป่วนต่อแบงก์ค่อนข้างมากเพราะต้องใช้วงเงินกันสำรองสูง ขณะเดียวกันยังต้องใช้เม็ดเงินเพื่อบริหารจัดการอย่างต่อเนื่องอีก จึงทำให้ทหารไทยมีอาการเป๋ไปบ้างในปีที่ผ่านมา

แต่ถึงอย่างไรเสีย สุภัค ศิวะรักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ได้บอกว่า ปีนี้ แบงก์ยังคงต้องตั้งสำรองตามเกณฑ์ IAS 39 อีก 7,000 ล้านบาท ซึ่งในไตรมาสแรกตั้งสำรองแล้ว 1,000 ล้านบาท โดยเพื่อไม่ให้เกิดการขาดทุน ทำให้ปีนี้แบงก์ต้องพยายามทำรายได้ให้สูงกว่า 7,000 ล้านบาท

นับว่ายังโชคอยู่ข้างบอร์ดบริหารที่จำนวน “ผู้ถือหุ้นรายย่อย”อยากพิฆาตบอร์ดชุดนี้มีจำนวนน้อย ....ถือเป็นเวลาสำคัญที่ต้องเร่งสร้างผลงาน จัดทำการแผนที่สามารถบริหารเยียวยา “แบงก์ทหารไทย”ได้อย่างเป็นรูปธรรม...เพื่อความเป็นสุขของทุกฝ่ายที่ไม่ต้องเห็น “โศกนาฏกรรม” องค์กรแห่งนี้   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us