|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
เอเชีย พลัส เดินหน้าลงทุนต่างประเทศหลังก.ล.ต.อนุมัติ เปิดเกณฑ์คัดเลือกผลตอบแทนเฉลี่ย 10 ย้อนหลัง 15% ขึ้นไป "ก้องเกียรติ"เผยปีนี้เตรียมลงทุน 5 กองทุนอย่างน้อย 500 ล้านจากพอร์ตบริษัทที่มีกว่า 3.5 พันล้าน เปรยสนใจลงทุนในบริษัทขนาดเล็ง-กลาง เพิ่มทางเลือก ระบุโบรกฯนอกมีรายได้หลักมาจากการลงทุน ขณะที่งานด้านวาณิชฯมีดีลควบรวม 8 ดีล พร้อมดีลไอพีโออีก 5 บริษัท
นายก้องเกียรติ โอภาสวงการ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด (มหาชน) หรือ ASP เปิดเผยว่า ในปีนี้บริษัทตั้งเป้าจะไปลงทุนในต่างประเทศโดยเป็นการลงทุนผ่านกองทุนใหม่อีก 4 กองทุน ซึ่งเป็นกองทุนที่สามารถลงทุนได้ทั่วโลกทุกสินค้า มูลค่าลงทุนอย่างน้อยกองทุนละ 100 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้ได้คัดเลือกแล้ว 1 กองทุน และอยู่ระหว่างเลือกผู้ดูแลสินทรัพย์(คัสโตเดียน) ซึ่งคาดว่าภายในไตรมาส2/50ก็สามารถไปลงทุนได้ จากที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)อนุมัติให้โบรกเกอร์สามารถไปลงทุนในต่างประเทศได้
สำหรับในปีนี้บริษัทจะลงทุนในต่างประเทศรวมจำนวน 5 กองทุน จากที่ปีที่ผ่านมาบล.เอเซียพลัสได้มีการลงทุนผ่านกองทุนเพื่อการลงทุนต่างประเทศ (FIF) ที่ไปลงทุนในประเทศญี่ปุ่น กว่า 100 ล้านบาทในช่วงกลางปี2549 โดยเกณฑ์ในการคัดเลือกกองทุนที่จะไปลงทุนนั้น บริษัทจะดูด้านผลการดำเนินงานย้อนหลัง10 ปี และจะต้องสร้างผลตอบแทนแต่ละปี 15% โดยปัจจุบันบริษัทมีพอร์ตในการลงทุนรวมประมาณ 3,500 ล้านบาท ซึ่งมีการลงทุนกระจายทั้งหุ้น ตราสารหนี้ ฯลฯ
นอกจากนี้ บริษัทมีแผนที่จะเข้าไปลงทุนในบริษัทขนาดกลางและเล็กที่มีแนวโน้มการเติบโตที่ดีในอนาคต ผู้บริหารมีประสบการณ์ โดยจะเป็นลักษณะการร่วมถือหุ้นประมาณ 20-30% และจะถือลงทุนในระยะยาว 5-6 ปี เมื่อบริษัทดังกล่าวมีการเติบโตที่ดีขึ้นก็จะสร้างผลตอบแทนที่ดี โดยถือว่าการลงทุนดังกล่าวนั้นดีกว่าการลงทุนในหุ้นเนื่องจากให้ผลตอบแทนไม่แน่นอนเพราะการปรับขึ้นลงจะต้องขึ้นอยู่กับภาวะตลาด
“จากการที่ภาวะตลาดไม่ดีและงานไอพีโอน้อยลง ประกอบกับอนาคตจะมีการเปิดเสรีค่าธรรมเนียมการซื้อขายหลักทรัพย์ และใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ ทำให้ธุรกิจมีการแข่งขันที่สูงนั้น บริษัทได้มีการปรับตัวโดยการพยายามกระจายรายได้ด้านอื่นมากขึ้น ซึ่งบริษัทดูโอกาสที่จะไปเทคโอเวอร์ หรือ เข้าไปร่วมทำธุรกิจ ในธุรกิจต่างๆซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษายังไม่ได้มีการตัดสินใจที่จะเลือก โดยรายได้จากการลงทุนถือเป็นฐานรายได้ที่ใหญ่ของบริษัทหลักทรัพย์ในประเทศแถบตะวันตก” นายก้องเกียรติ กล่าว
นายก้องเกียรติ กล่าวอีกว่า งานด้านวาณิชธนกิจของบริษัทขณะนี้ของบริษัทได้มีการกระจายด้านการปรับโครงสร้าง การควบรวมกิจการ การหาแหล่งเงินทุนให้กับบริษัท ซึ่งงานด้านการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(SET) และตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอ (mai) ขณะนี้บริษัทได้มีการให้ทีมงานศึกษาว่าลูกค้าเดิมของบริษัทนั้นจะมีการเพิ่มทุนหรือไม่
ทั้งนี้พบว่าลูกค้าเดิมของบริษัทหลายแหล่งต้องการหาแหล่งเงินทุนเพิ่ม ซึ่งมีทั้งการเพิ่มทุนแบบเฉพาะเจาะจง (PP)และการเพิ่มทุนให้กับประชาชนทั่วไป (PO) เพื่อที่จะทำให้บริษัทมีความแข็งแกร่งมากขึ้นโดยให้บล.เอเซียพลัส เป็นที่ปรึกษาทางการเงินให้
"การลาออกของนายอุดมศักดิ์ ชาครียวาณิช ทำให้ตำแหน่งผู้อำนวยการ ว่างนั้นไม่มีความจำเป็นที่จะแต่งตั้งคนเข้ามาดูแล เพราะตนก็มีการดูทางด้านการลงทุนโดยตรง"นายก้องเกียรติกล่าว
ในส่วนของรายได้บริษัทปัจจุบันมาจาก 5 ด้าน คือ ด้านการเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ ด้านวาณิชธนกิจ ด้านบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน การลงทุนโดยพอร์ตของบริษัท และอนุพันธ์ ซึ่ง 3 ธุรกิจหลังเป็นธุรกิจใหม่ที่จะเกิดขึ้น ทำให้มีสัดส่วนน้อยต่อรายได้รวมแต่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต
สำหรับแนวโน้มการควบรวมกิจการในธุรกิจโบรกเกอร์ ในขณะนี้ มีโบรกเกอร์ต่างประเทศเข้ามาเจรจาที่จะควบรวมกับโบรกเกอร์ในไทย เพราะ ต้องการที่จะขยายฐานลูกค้ารายย่อย แต่ขณะนี้เป็นลักษณะการทาบทามเท่านั้น ซึ่งก็ยังไม่มีความรีบร้อนที่จะต้องสรุป โดยโบรกเกอร์ขนาดเล็กและขนาดกลางก็จะต้องมีการปรับตัว หากไม่ปรับตัวก็จะอยู่ในได้ในอนาคต ซึ่งหากบริษัทขนาดเล็กแต่สามารถหาจุดเด่นให้กับตัวเองได้ก็จะสามารถอยู่รอดได้แม้จะมีการเปิดเสรีฯ
นายเล็ก สิงขร รองผู้อำนวยการฝ่ายวาณิชธนกิจ บล.เอเชีย พลัส กล่าวว่า งานด้านวาณิชธนกิจของบริษัทในปัจจุบันบริษัทมีงานเป็นที่ปรึกษาในการควบรวมกิจการ 8 ดีล โดยเป็นดีลบริษัทนอกตลาด 3 ดีล ขณะที่มีดีลในการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์รวม 5 บริษัท นอกจากนี้บริษัทยังมีงานในด้านการปรับโครงสร้างหนี้ของบริษัทด้วย
|
|
 |
|
|