ครั้งหนึ่งปูนซิเมนต์ไทย เคยได้ชื่อว่าเป็นยักษ์ใหญ่ของวงการอุตสาหกรรม
ที่ไม่มีใครหาญกล้าขึ้นมาต่อกรด้วย โดยเฉพาะในธุรกิจหลักคือ ธุรกิจซีเมนต์
แต่หลังจากเกิดวิกฤติการเงินขึ้นในปี 2540 สถานการณ์ดังกล่าว ได้เปลี่ยนแปลงไป
มีการมองว่า ปูนซิเมนต์ไทย เริ่มจะอุ้ยอ้าย ความคล่องตัวที่จะกดดันคู่แข่งกำลังลดน้อยลง
ธุรกิจซีเมนต์ของปูนซิเมนต์ไทย กำลังเผชิญกับการท้าทายครั้งใหญ่ หลังจากโฮลซิม
กรุ๊ป จากสวิตเซอร์แลนด์เข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในปูนซีเมนต์นครหลวง และยังเคยมีแผนที่จะเข้าไปซื้อกิจการของทีพีไอ
โพลีน
ปูนซีเมนต์นครหลวง ซึ่งกำลังแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะส่วนแบ่งการตลาดที่ขยับขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด
ภายหลังการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้น ถูกมองว่าคือคู่แข่งสำคัญของปูนซิเมนต์ไทย
กิจกรรมที่ทั้ง 2 ค่ายเริ่มนำออกมาปะทะซึ่งกันและกัน จึงเริ่มเป็นที่จับตา
แต่สิ่งหนึ่งที่คนซึ่งรู้จักปูนซิเมนต์ไทยดี กำลังเป็นห่วงอยู่ลึกๆ ว่า
หากปูนซิเมนต์ไทยยังคงใช้กลยุทธ์เช่นเดิมนี้ต่อไป กลับจะยิ่งสร้างความแข็งแกร่งให้กับคู่แข่งอย่างปูนซีเมนต์นครหลวง
ดูง่ายๆ แค่แผนการตลาดในการเปิดตัวสินค้าตัวใหม่ ของทั้งคู่ ซึ่งเป็นสินค้าชนิดเดียวกัน
และจังหวะของการเปิดตัวก็ใกล้เคียงจนเกือบเรียกได้ว่าพร้อมกัน
แต่การเตรียมการ หรือการให้ความสำคัญของงาน ปูนซิเมนต์ไทย ต่างจากปูนซีเมนต์นครหลวงอย่างเห็นได้ชัด
ปูนซิเมนต์ไทย ใช้วิธีเปิดตัวด้วยการแถลงข่าวในห้องประชุมภายในบริษัท โดยผู้บริหาร
3 คน ลงมานั่งให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าว เสมือนเพียงต้องการจะบอกผ่านไปถึงผู้บริโภคว่า
"ปูนซิเมนต์ไทยกำลังจะมีสินค้าตัวใหม่ออกมาให้ลองใช้แล้วนะ"
ขณะที่ปูนซีเมนต์นครหลวง มีการเปิดตัวอย่างหรูหราภายในโรงแรมแชงกรี-ลา
มีการนำ packaging สินค้ามาวางโชว์ไว้ พร้อมกิจกรรมการเปิดตัวที่หลากหลายกว่า
หลังการแถลงข่าว ซึ่งผู้บริหารลงมือแสดงวิธีการฉาบปูนให้เห็นด้วยตนเองแล้ว
ในช่วงกลางคืน ยังมีการเลี้ยงสังสรรค์ตัวแทนจำหน่าย มีการจัดการแสดงบนเวทีอย่างอลังการ
และทันทีที่มีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ก็มีการยิงโฆษณาออกมาเป็นชุดๆ
ทำให้สินค้าอินทรีย์ทองของปูนซีเมนต์นครหลวง ดูจะมีความโดดเด่นมากกว่า Masonry
Cement ของปูนซิเมนต์ไทย
น่าจะถึงเวลาที่ปูนซิเมนต์ไทย ต้องหันกลับมาทบทวนท่าทีของตัวเองได้อีกครั้งหนึ่งแล้ว