Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน11 เมษายน 2550
แผนเพิ่มทุน"ไทยธนาคาร"ลงตัว TPGดึงพันธมิตรลงขันเพิ่ม2ราย             
 


   
www resources

โฮมเพจ ธนาคารไทยธนาคาร

   
search resources

ธนาคารไทยธนาคาร, บมจ.
Banking and Finance




แผนเพิ่มทุนไทยธนาคารลงตัว TPG Newbridge หาผู้ร่วมทุนเพิ่มให้อีก 2 ราย ALNERY NO. 114 LIMITED และ ALNERY NO.113 LIMITED ให้ถือหุ้นส่วนที่เหลืออีก 7.88% รวม 32.88% พร้อมขอผ่อนผันไม่ต้องทำเทนเดอร์ ออฟเฟอร์ ขณะที่บอร์ดไฟเขียวอ้างมีความจำเป็นในการเพิ่มทุน เพื่อสร้างความแข็งแกร่งและเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน

นายฐาภพ คลี่สุวรรณ ผู้อำนวยการอาวุโส สำนักกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยธนาคาร จำกัด (มหาชน)(BT)เปิดเผยว่า จากกรณีที่ที่ประชุมคณะกรรมการธนาคารไทยธนาคาร ครั้งที่ 5/2550 เมื่อวันที่ 3 มีนาคมที่ผ่านมา ได้มีมติอนุมัติให้จัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวนทั้งสิ้น 731,450,194 หุ้นเพื่อเสนอขายให้แก่ Newbridge Asia IV, L.P. และ/หรือ กลุ่มบริษัทในเครือ Newbridge Asia IV, L.P.(TPG Newbridge) ในจำนวน 556,225,048 หุ้น หรือคิดเป็นร้อยละ 24.99 ของทุนชำระแล้วของธนาคาร และขายให้กับผู้ลงทุนรายอื่นๆจำนวน 175,225,146 หุ้น หรือคิดเป็นร้อยละ 7.88 ของทุนชำระแล้วของธนาคาร ในราคาหุ้นละ 4.17 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้นจำนวน 3,050.15 ล้านบาทนั้น

ทั้งนี้ เนื่องจาก TPG Newbridge ไม่สามารถซื้อหุ้นของธนาคารได้เกินกว่าร้อยละ 24.99 ของทุนชำระแล้วของธนาคารตามหนังสืออนุญาตของกระทรวงการคลัง ขณะที่ธนาคารต้องการเงินลงทุนในจำนวนที่เกินกว่าสัดส่วนการถือครองหุ้นของ TPG Newbridge ดังนั้น TPG Newbridge จึงได้แนะนำผู้ร่วมลงทุน 2 รายที่จะเข้าซื้อหุ้นส่วนที่เหลือของธนาคาร ได้แก่ ALNERY NO. 114 LIMITED และ ALNERY NO.113 LIMITED ให้เข้าซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนของธนาคารในคราวเดียวกันกับ TPG Newbridge

โดยรายละเอียดในการถือหุ้นนั้น จะแบ่งเป็น TPG Newbridge โดยผ่านบริษัทลงทุนชื่อ Centerpoint Media Investments ถือหุ้นจำนวน 556,225,048 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 24.99 ราคาหุ้นละ 4.17 บาท รวม 2,319.46 ล้านบาท Netherlands B.V. (1) Blum โดยผ่านบริษัทลงทุนชื่อ ALNERY NO.114 LIMITED ถือหุ้นจำนวน 87,612,573 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 3.94 ราคาหุ้นละ 4.17 บาท รวม 365.34 ล้านบาท และ Marathon โดยผ่านบริษัท ลงทุนชื่อ ALNERY NO. 113 LIMITED ถือหุ้นจำนวน 87,612,573 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 3.94 ราคาหุ้นละ 4.17 บาท รวม 365.34 บาท รวมจำนวนหุ้นที่ทั้ง 3 แห่งถืออยู่ 731,450,194 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 32.88 รวมเป็นเงิน 3,050 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม จากกรณีการเข้าซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนใหม่ของธนาคารโดย TPG Newbridge โดยผ่านบริษัทลงทุนของ TPG Newbridge คือ Centerpoint Media Investments Netherlands B.V.พร้อมกันกับ ALNERY NO. 114 LIMITED และ ALNERY NO.113 LIMITED ในเวลาเดียวกัน ทำให้มีสัดส่วนการถือหุ้นรวมกันทั้งสิ้นในธนาคารเกินร้อยละ 25 ของทุนชำระแล้วของธนาคาร ทำให้ต้องทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของธนาคารนั้น ซึ่งทางผู้ถือหุ้นใหม่ได้มีการขอผ่อนผันในการคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดต่อคณะกรรมการและผู้ถือหุ้นทั้งมด

และที่ประชุมคณะกรรมการได้มีความเห็นให้ผู้ถือหุ้นควรลงมติผ่อนผันให้แก่ผู้ขอผ่อนผันไม่ต้องจัดทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของธนาคารในครั้งนี้ เนื่องจากผู้ถือหุ้นจะได้รับประโยชน์จากการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนทั้งในด้านความแข็งแกร่งทางการเงินของธนาคารและศักยภาพทางการแข่งขันในอนาคต และเมื่อพิจารณาราคาเสนอขายที่ 4.17 บาทต่อหุ้น ถือเป็นราคาที่เหมาะสม

"คณะกรำมการเห็นว่าการเพิ่มทุนโดยการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนของธนาคารในช่วงเวลานี้เป็นสิ่งที่จำเป็น เนื่องจากการเพิ่มทุนดังกล่าวจะช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้ธนาคาร โดยทำให้ธนาคารมีเงินกองทุนชั้นที่ 1 เพิ่มขึ้น และอัตราส่วนเงินกองทุนทั้งหมดต่อสินทรัพย์เสี่ยงของธนาคารสูงกว่าเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด ซึ่งจะสามารถรองรับการตั้งสำรองและการขยายธุรกิจในอนาคต รวมทั้งเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของธนาคาร"นายฐาภพกล่าว

นอกจากนี้ การเข้าร่วมทุนของกลุ่มผู้ขอผ่อนผันในครั้งนี้ จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อธนาคาร ไม่ว่าจะเป็นเงินที่ได้รับจากการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนในครั้งนี้ ซึ่งธนาคารจะนำไปใช้ในการขยายธุรกิจสินเชื่อ โดยจะมุ่งเน้นการขยายธุรกิจในกลุ่มลูกค้า SME และลูกค้ารายย่อย การขยายสาขา การปรับปรุงและพัฒนาผลิตภัณฑ์ของธนาคาร ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันและส่วนแบ่งทางการตลาดของธนาคารในอนาคต นอกจากนี้เงินเพิ่มทุนดังกล่าว ยังช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งของเงินกองทุนทั้งหมดต่อสินทรัพย์เสี่ยงของธนาคาร โดยจะทำให้ธนาคารมีเงินกองทุนชั้นที่ 1 เพิ่มขึ้นเป็น 8,343 ล้านบาท ส่งผลให้อัตราส่วนเงินกองทุนทั้งหมดต่อสินทรัพย์เสี่ยงเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 9.41 และเมื่อรวมกับเงินเพิ่มทุนจากการเสนอขายหุ้นให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม จะทำให้

ธนาคารมีเงินกองทุนชั้นที่ 1 เพิ่มสูงขึ้น และทำให้อัตราส่วนเงินกองทุนทั้งหมดต่อสินทรัพย์เสี่ยงเพิ่มขึ้นเป็นประมาณร้อยละ 18.22 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด ทั้งนี้ ภายหลังการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่กลุ่มผู้ขอผ่อนผันในครั้งนี้ จะช่วยทำให้อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นของธนาคาร ลดลงจากเดิม 50.50เท่าเป็น 29.33 เท่า   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us