|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
บิ๊กชาญอิสสระฯ ระบุตลาดคอนโดมิเนียมติมชายทะเลยังโตต่อเนื่อง ระบุแค่เปิดขายโครงการบ้านชานทะเล ริมชายหาดชะอำแค่วันเสาร์วันเดียว กวาดไปแล้วกว่า 300 ล้านบาท มั่นใจสิ้นปียอดขายทะลุเป้า 500 ล้านบาท ชี้แนวโน้มธุรกิจมุ่งตลาดคอนโดฯในเมืองและแหล่งท่องเที่ยว แต่พักพัฒนาตลาดบ้านเดี่ยว เปรยยอดขายปี 50 โตต่อเนื่อง แค่โครงการศรีพันวา ภูเก็ต มียอดขายกว่า 900 ล้านบาทภายในสิ้นปี
นายสงกรานต์ อิสสระ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือCI เปิดเผยถึงสภาพตลาดคอนโดมิเนียมริมชายหาดชะอำ-หัวหินว่า ยังมีความต้องการซื้อจากผู้บริโภคทั้งในกรุงเทพฯและนักลงทุนต่างประเทศ โดยซื้อไว้เพื่อการพักผ่อนและซื้อเพื่อการลงทุนในลักษณะการปล่อยเช่า ซึ่งจะเห็นได้จากโครงการคอนโดมิเนียม บ้านชานทะเล ริมชายหาดชะอำ ซึ่งเป็นโครงการที่ 2 ของบริษัท ชาญอิสสระ วิภาพล จำกัด ในฐานะบริษัทย่อยที่ได้เปิดตัวโครงการอย่างเป็นทางการเมื่อวันเสาร์และอาทิตย์ที่ผ่านมา ปรากฏว่าลูกค้าให้การตอบรับอย่างล้นหลาม เพียงแค่วันเสาร์วันเดียว มียอดจองซื้อได้กว่า 300 ล้านบาท และคาดว่าภายในสิ้นปีน่าจะสร้างยอดขายได้เกินกว่าเป้าที่วางไว้ประมาณ 450-500 ล้านบาทอย่างแน่นอนอน
สำหรับโครงการบ้านชานทะเล พัฒนาบนเนื้อที่ประมาณ 14 ไร่ มูลค่าโครงการประมาณ 1,400 ล้านบาท เป็นคอนโดมิเนียมโลว์ไรซ์ 6 อาคาร จำนวน 175 ยูนิต โดยอาคารA,B,C และD จะติดชายทะเล สูง 4 ชั้น เฉพาะอาคารเอ จะมีเพียง 8 ยูนิต ยูนิตละ 2 ชั้น ชั้นล่าง 2 ยูนิตจะมีสระว่ายน้ำเป็นส่วนตัว โดยเสนอราคาขายประมาณ 43 ล้านบาท พื้นที่ประมาณ 395 ตารางเมตร ส่วนอาคารEและF จะเป็นอาคารสูง 7 ชั้น อยู่ด้านหลังของโครงการ ซึ่งอาคารE จะมีลักษณะเป็นอาคารรูปตัวแอล มีจำนวนประมาณ 111 ยูนิต
"ที่ดินแปลงดังกล่าวตนใช้เวลาในการหาที่ดินประมาณปีครึ่ง และคิดว่าเป็นที่ดินที่มีศักยภาพติดชายหาด ซึ่งที่ดินในลักษณะนี้ ค่อนข้างหากยากมากในชะอำ ประกอบกับราคาที่ดินได้ปรับขึ้นจากประมาณ 8 ล้านบาทต่อไร่ เป็น 15-16 ล้านบาทต่อไร่ ทำให้เชื่อมั่นว่า จะเป็นโครงการเด่นอีกโครงการหนึ่งในชะอำ อย่างไรก็ตาม ในเรื่องของการบริหารโครงการนั้น นอกจากการขายห้องชุดแล้ว ยังมีบริการให้เช่าแก่เจ้าของห้องชุด เนื่องจากตนได้หลักแนวคิดมาจากการพัฒนาโครงการศรีพันวา ที่ภูเก็ต ที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ลูกค้าและโครงการอย่างต่อเนื่อง "นายสงกรานต์กล่าว
ในส่วนทิศทางการลงทุนของบริษัท กรรมการผู้จัดการกล่าวว่า ในปีนี้จะมีการเปิดโครงการใหม่ประมาณ 3 โครงการ(รวมโครงการคอนโดมิเนียมที่ชะอำ) และมีโครงการต่อเนื่อง ส่วนใหญ่จะเป็นการพัฒนาโครงการที่ศรีพันวา ภูเก็ต ขณะที่โครงการคอนโดมิเนียมที่ลาดพร้าว คาดว่าภายใน 2-3 เดือนจะรู้ผลที่ชัดเจนเกี่ยวกับแบบของโครงการ
"ตอนนี้ชาญอิสสระ คงจะหันจากการพัฒนาตลาดบ้านเดี่ยวมาสู่ตลาดคอนโดมิเนียมในเมืองและคอนโดมิเนียมตามแหล่งท่องเที่ยว เนื่องจากมีศักยภาพและมีแนวโน้มที่จะเติบโต โดยตนได้พิจารณาที่ดินในชะอำไว้หลายแปลง แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้ และจากนี้ไป โครงการของบริษัทจะเน้นที่ภูเก็นและชะอำเป็นส่วนใหญ่ "
ในส่วนแนวโน้มของยอดขายในปี 2550 คาดว่าจะเติบโตกว่าปี 2549 เนื่องจาก โครงการศรีพันวา จังหวัดภูเก็ต สามารถทำยอดขายได้ดีมาก โดยมียอดขายที่รอบันทึกเป็นรายได้มาปีนี้ประมาณ 300 ล้านบาท บวกกับยอดขายปัจจุบัน 300 ล้านบาท และคาดว่าภายในสิ้นปีจะสามารถสร้างยอดขายรวมในส่วนของโครงการศรีพันวากว่า 900 ล้านบาท ขณะที่โครงการคอนโดมิเนียมลาดพร้าว ในปีนี้คงจะรับรู้รายได้ไมมาก แต่จะเพิ่มสัดส่วนในปี 2551 เป็นต้นไป
|
|
 |
|
|