|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
สยามพิวรรธน์ เดินโปรแกรม CRM เข้มข้น ซอยเซกเมนต์ดิสคัฟเวอรี่คลับ ผุด S' Club อัดกิจกรรม สร้าง Loyalty Program เจาะตลาดวัยทีน
"กว่า 37 ปีที่สยามเซ็นเตอร์เปิดให้บริการมา เราคิดเสมอว่าจะทำอย่างไรที่จะดูแลและเข้าถึงความต้องการของลูกค้า ให้เขามีความสุขตลอดเวลาที่มาใช้บริการในศูนย์การค้าของเรา เราจึงมีการเรียนรู้ มีการพัฒนาโปรแกรมซีอาร์เอ็ม โดยปี 2539 เป็นปีแรกที่มีการทำดิสคัฟเวอรี่ คลับ เพื่อสร้างฐานลูกค้าและพัฒนา Loyalty Program" ชฎาทิพ จูตระกูล กรรมการผู้จัดการ สยามพิวรรธน์ ผู้บริหารศูนย์การค้า สยาม ดิสคัฟเวอรี่ และ สยาม เซ็นเตอร์ กล่าว
ในช่วงแรกของการทำ ดิสคัฟเวอรี่ คลับ ทางสยามพิวรรธน์ได้แบ่งกลุ่มสมาชิกออกเป็น 3 กลุ่มเพื่อทำโปรแกรมซีอาร์เอ็มให้ตรงความต้องการของแต่ละกลุ่ม โดยกลุ่มแรกคือ เด็กเล็ก ซึ่งมีกิจกรรมซัมเมอร์แคมป์ กิจกรรมวันหยุด และการออกกำลังกาย กลุ่มที่ 2 เป็นวัยรุ่น มีกิจกรรมสอนการเต้นฮิปฮอป การแข่งกีฬา กิจกรรมต่อต้านยาเสพติด และกลุ่มสุดท้ายเป็นวัยทำงาน ซึ่งจะได้รับสิทธิพิเศษในการซื้อสินค้า กิจกรรมที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของคนทำงานเช่น โยคะ สอนแต่งหน้า และแฟชั่นการแต่งกาย
การทำซีอาร์เอ็มภายใต้บัตรดิสคัฟเวอรี่ คลับ ซึ่งครอบคลุมฐานลูกค้าตั้งแต่อายุ 3-60 ปี เป็นเรื่องยากที่จะต้องมาจำแนกลูกค้าและทำแคมเปญที่แตกต่างกันสำหรับลูกค้าแต่ละกลุ่มภายใต้บัตรแบบเดียวกัน ดังนั้นสยามพิวรรธน์จึงเริ่มมีการซอยเซกเมนต์สมาชิกในช่วงปลายปีที่ผ่านมาโดยร่วมกับซิตี้แบงก์จัดทำบัตรเครดิต การ์ด ภายใต้ชื่อว่า ดิสคัฟเวอรี่ วีซ่า เครดิต การ์ด เพื่อขยายฐานสมาชิกวัยทำงานซึ่งนอกจากจะได้สิทธิพิเศษในการซื้อสินค้าและการทำกิจกรรมต่างๆที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของคนวัยทำงานแล้วยังได้สิทธิพิเศษจากซิตี้แบงก์ร่วมด้วย ส่งผลให้สามารถขยายฐานสมาชิกได้มากถึง 40,000 คน และยังทำให้ยอดการใช้จ่ายของสมาชิกแต่ละคนเพิ่มขึ้น 20% โดย 85% ของผู้ถือบัตรดิสคัฟเวอรี่ วีซ่า เครดิต การ์ด เป็นบัตรทอง เป็นการทำให้ภาพของสมาชิกผู้ใหญ่มีความชัดเจนในเรื่องของกำลังซื้อที่สูง ในขณะที่ดิสคัฟเวอรี่ คลับ ซึ่งทำมานาน 11 ปี มีฐานสมาชิกทั้ง 3 กลุ่มรวมกันเพียง 20,000 คนเท่านั้น
ล่าสุดทางบริษัทได้ทุ่มงบ 10 ล้านบาทในการทำซีอาร์เอ็มกับกลุ่มสมาชิกวัยรุ่น ภายใต้ชื่อ S'Club Passionistas' Society คลับสนุกเกินพิกัด เพื่อตอบสนองตลาดวัยรุ่นที่ปัจจุบันมีกำลังซื้อ มีไลฟ์สไตล์ที่สนใจเรื่องแฟชั่น เสื้อผ้า เครื่องประดับ ทั้งนี้บริษัทได้ขยายฐานวัยรุ่นไปสู่วัยเด็กมากขึ้น จากในอดีตฐานลูกค้าวัยรุ่นจะเริ่มจากอายุ 15 ปี ต่อมาก็ลดเหลือ 12 ปี แต่ปัจจุบันเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตทำให้เด็กมีการเรียนรู้และเติบโตเร็วมากขึ้น ซึ่งจากการสำรวจของบริษัทพบว่าเด็กวัย 10 ปี มีการทำกิจกรรมผ่านอินเทอร์เน็ตมากขึ้น มีพัฒนาการของวัยที่รวดเร็ว ดังนั้น S'Club จึงกำหนดกลุ่มเป้าหมายเป็นวัยรุ่นอายุตั้งแต่ 10-22 ปี ซึ่งกลุ่มดังกล่าวมีการซื้อการครั้งโดยเฉลี่ยในศูนย์ฯอยู่ที่ 800-1,000 บาท ทั้งนี้บริษัทตั้งเป้าว่าจะสามารถสร้างฐานสมาชิก S'Club ได้ไม่ต่ำกว่า 30,000 คนภายในปีนี้
ในการทำกิจกรรมเพื่อเข้าถึงความต้องการของสมาชิก S'Club นี้ได้มีการศึกษาความต้องการของเด็กวัยรุ่นกว่า 1,000 คนที่มาใช้บริการในศูนย์การค้าสยาม เพื่อให้เกิดความจงรักภักดีและทำให้ศูนย์การค้าสยามเป็นที่แรกที่ลูกค้าจะเลือกมาใช้บริการ ตลอดจนการดึงพันธมิตรมาสู่ศูนย์ฯเพื่อสร้างกิจกรรมที่ตรงความต้องการของวัยรุ่น เช่น การดึงค่ายกันตนา มาเปิดโรงเรียนฝึกสอนการแสดง การเดินแบบ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งไลฟ์สไตล์ ที่วัยรุ่นให้ความสนใจ และยังมีการใช้สถานที่ของสยาม เซ็นเตอร์ ทำ Live Broadcasting ของ Channel V
ตลอดจนการจัดกิจกรรมหรือชมรมตามความสนใจของสมาชิกเช่นในเรื่องของ ดนตรี จะมีการประกวดวงดนตรี การเชิญนักจัดรายการวิทยุมาติวให้กับวัยรุ่นที่สนใจ ด้านกีฬาก็มีการจัดชมรมกีฬาประเภทต่างๆแล้วฝึกซ้อมเพื่อไปแข่งขันกับภายนอก เรื่องแฟชั่นจะเป็นการประกวดนักออกแบบรุ่นเยาว์ การเดินแบบ การร่วมมือกับพันธมิตรเช่นนิตยสารต่างๆ เพื่อผลักดันให้ความฝันของสมาชิก S'Club ให้เป็นความจริง นอกจากนี้ยังมีการแนะแนวการเรียนต่อ การเตรียมตัวเอนทรานซ์ เพื่อสร้างลอยัลตี้ให้กับเด็กวัยรุ่นก่อนจะส่งผ่านไปสู่การเป็นสมาชิกเครดิตการ์ดเมื่อเข้าสู่วัยทำงาน
ทั้งนี้ในการร่วมกิจกรรมแต่ละครั้งสมาชิกจะได้รับแต้มสะสมเช่นเดียวกับการซื้อสินค้าในศูนย์ฯ โดยแต้มสะสมดังกล่าวจะสามารถนำไปใช้เป็นสิทธิในการร่วมกิจกรรมพิเศษเช่น Meet & Greet กับดาราหรือศิลปิน การได้รับสิทธิในการนั่งแถวแรกในการชมคอนเสิร์ตหรือแฟชั่นโชว์ นอกจากนี้ยังมีการทำ Cross Promotion ร่วมกับพันธมิตรกว่า 50 รายที่มีกลุ่มสมาชิกเป็นวัยรุ่นเหมือนกันเช่นแกรมมี่ การ์ด เพื่อทำกิจกรรมร่วมกัน
"การลดค่าเช่าศูนย์การค้าเป็นเรื่องง่าย แต่การทำเช่นนั้นเป็นการแสดงให้เห็นว่าทางศูนย์ฯทำอะไรไม่ไหวแล้ว และต่อให้มีการลดค่าเช่าแต่ถ้าผู้เช่าขายไม่ดี ขายของไม่ได้ก็ต้องปิดร้านในที่สุด ดังนั้นการอยู่รอดจึงอยู่ที่ว่าศูนย์การค้านั้นมีศักยภาพเพียงใด การที่ทำให้คนที่เดินเข้าศูนย์ฯเพียง 50% หันมาซื้อของในศูนย์ฯได้ก็ถือว่าดีแล้ว การลดค่าเช่าไม่ใช่การตอบโจทย์ในระยะยาว การลดค่าเช่าไม่ทำให้ร้านค้าขายของได้ดี เพราะฉะนั้นเราต้องไดรฟ์ยอดให้กับร้านค้าที่เช่าในศูนย์ฯของเราด้วยการจัดกิจกรรม สร้างสีสัน ดึงดูดคน รวมถึงการสร้าง Loyalty ให้เขานึกถึงเรา มาซื้อสินค้าที่เรา โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจทำท่าไม่ดีเราก็จะอัดงบเข้าไปมากขึ้น เช่นปีนี้เราเตรียมงบสำหรับทำกิจกรรมการตลาดไว้ 200 ล้านบาท เพิ่มจากปีก่อนที่ใช้ไปประมาณ 100 ล้านบาท" ชฎาทิพ กล่าว
สำหรับฐานสมาชิกเด็กเล็กที่เคยมีในดิสคัฟเวอรี่ คลับ จะถูกยกเลิกไป เนื่องจากร้านค้าที่ให้บริการเด็กเล็กเช่นโรงเรียนสอนพิเศษซึ่งเคยตั้งอยู่ที่ชั้น 5 สยามดิสคัฟเวอรี่ ได้ย้ายไปอยู่สยาม พารากอน แต่ทั้งนี้บริษัทก็ยังคงมีกิจกรรมสำหรับเด็กเล็กเพียงแต่ไม่มีการทำบัตรสมาชิกพิเศษสำหรับเด็กเล็ก นอกจากนี้ในการทำซีอาร์เอ็มของสยามพิวรรธน์ ยังมีการมองช่องว่างที่จะซอยย่อยเซกเมนต์เพื่อสร้างลอยัลตี้โปรแกรมใหม่ๆต่อไป
|
|
 |
|
|