บอร์ดรถไฟลงมติยกเลิกสัญญาเซ็นทรัล และเซ็นทรัลต้องออกจากพื้นที่ทันทีหลังรถไฟทำหนังสือแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรแจ้ง
ไปถึง รวมทั้งยึดสิทธิ์ในตัวอาคารและกิจการที่เกิดขึ้นทั้งหมดตกเป็นของรถไฟ ด้าน"สุริยะ"เกรงเซ็นทรัลตุกติกร้องศาลคุ้มครองรายได้
เชื่อเซ็นทรัลไม่ยอมและสู้ถึงศาลแน่นอน ขณะที่เดินหน้าตั้งกรรมการสอบทุจริตจัดซื้อไม้หมอนแล้ว
นายปริญญา จินดาประเสริฐ ประธานคณะกรรมการการรถไฟ เปิด เผยภายหลังการประชุมว่า
คณะกรรมการมีมติเป็นเอกฉันท์ให้บอกเลิก สัญญาการเช่าพื้นที่บริเวณสามเหลี่ยม พหลโยธินกับบริษัท
เซ็นทรัลอินเตอร์ พัฒนา จำกัด ตั้งแต่บัดนี้เป้นต้นไป ทั้งนี้ บอร์ดได้เใช้เวลาในการพิจารณา
อย่างละเอียดรอบคอบ ในประเด็นที่เซ็นทรัลผิดสัญญา 14 จุดจริงหรือไม่ และรถไฟได้ทำตามสัญญาหรือไม่
ซึ่งบอร์ดเห็นว่าเซ็นทรัลผิดจริงตามที่คณะกรรมการตรวจสอบพื้นที่ และแบบแปลนแผนผังตามสัญญาเช่าที่ดิน
บริเวณห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลพลาซ่า ที่มี พล.ต.อ.วุฑฒิชัย ศรีรัตนวุฑฒิ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
เป็นประธาน ได้สรุปมาและรถไฟได้ทำตาม สัญญาทุกขั้นตอน
เนื่องจากสัญญาข้อ 16 ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า ถ้าผู้เช่าผิดเงื่อนไขแห่ง สัญญาข้อใดข้อหนึ่งผู้ให้เช่าสามารถบอกเลิกสัญญา
โดยแจ้งให้ผู้เช่าทราบ เป็นลายลักษณ์อักษร และริบเงินค้ำประกัน ซึ่งที่ผ่านมารถไฟได้ริบเงินค้ำประกัน
3 ล้านบาทจากเซ็นทรัลแล้ว และได้ทำหนังสือแจ้งไปยังเซ็นทรัลเพื่อให้เซ็นทรัลทำตามสัญญา
หากยังฝ่าฝืนรถไฟสามารถบอกเลิกสัญญาได้ ถึงวันนี้ก็ได้ดำเนินการมาถึงขั้นตอนการบอกเลิกสัญญา
และจากนี้ไป เป็น หน้าที่ของฝ่ายบริหารในการบอกเลิกสัญญาเช่าพื้นที่ตามมกฎหมายต่อไป
นายปริญญากล่าวว่า เมื่อได้มีการบอกเลิกสัญญากับเซ็นทรัลแล้ว อาคารและที่ดินและการดำเนินกิจการ
ทั้งหมดจะต้องตกเป็นสิทธิ์ของรถไฟ โดยเซ็นทรัลจะต้องออกจากพื้นที่ แต่ทั้งนี้ มีนโยบายเรื่องการยกเลิกสัญญา
กับเซ็นทรัลว่าจะไม่ให้กระทบต่อผู้ประกอบการที่เช่าพื้นที่ภายในอาคาร เพราะไม่ได้เกี่ยวข้องกับข้อพิพาทนี้
ทั้งนี้ จะต้องดูข้อกฎหมายอีกครั้งว่าจะสามารถดำเนินการได้อย่างไรบ้าง โดยฝ่ายกฎหมายรถไฟจะไปจัดแผน
การบอกเลิกสัญญาทั้งหมดและเสนอบอร์ดให้บอร์ดทราบในวันที่ 26 มี.ค. ซึ่งบอร์ดจะประชุมอีกครั้ง
"ที่ผ่านมาทราบว่ามีการเจรจาระหว่างรถไฟกับเซ็นทรัลหลายครั้งแต่ก็ล้มเหลว เพราะผู้ที่อำนาจตัดสินใจของเซ็นทรัลไม่มาหารือ
ทั้งที่ได้ให้โอกาสเต็มที่แล้ว จึงแปลกใจว่าทำไมเซ็นทรัลจึงไม่สนใจที่จะมาเจรจา
เห็นใจเซ็นทรัลมากที่พัฒนาพื้นที่ดังกล่าว จนดีขึ้นมาก แต่ขณะเดียวกันก็ต้องเห็นใจรถไฟด้วย
เพราะหากรถไฟไม่ทำตามสัญญาก็จะถือว่าทำผิดกฎหมายมาตรา 157 ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่
ดังนั้น ทุกฝ่ายก็จะต้องทำตจามหน้าที่ของตัวเองอย่างเคร่งครัด และเชื่อว่า เซ็นทรัลเองคงต้อง
สู้จนถึงที่สุด และรถไฟเองก็จะต้องทำตามสัญญาถึงที่สุดเช่นกัน" ประธานบอร์ดรถไฟกล่าว
สำหรับการประเมินมูลค่าอาคารและที่ดินดังกล่าวนั้น คาดว่าคงไม่สูงมากนัก เพราะเซ็นทรัลลงทุน
เพียงโครงสร้างอาคาร ส่วนการตกแต่งภายในส่วนใหญ่ผู้เช่าเข้ามาดำเนินการเอง
นายปริญญากล่าวว่า กรณีหากรถไฟนำอาคาร ดังกล่าวออกมาประมูลหาผู้ประกอบการรายใหม่เข้ามานั้น
ทางเซ็นทรัลมีสิทธิ์ที่จะเข้ามาร่วมประมูลด้วยได้ แต่จะได้รับการพิจารณาเป็นรายแรกหรือไม่
ต้องดูในเงื่อนไขอีกครั้ง แม้ว่าในสัญญาเดิมจะมีการ ระบุว่า ในการต่อสัญญา เซ็นทรัลจะได้รับข้อเสนอให้ให้ได้รับการพิจารณาเป็นรายแรกหากเสนอผลตอบแทนเป็นที่น่าพอใจ
ซึ่งสัญญาจะหมด 31 ธ.ค. 2551
เกรงเซ็นทรัลตุกติกร้องศาลคุ้มครองรายได้
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมกล่าวว่า ขั้นตอนต่อจากนี้จะต้องให้บอร์ดรถไฟรับรองมติในการยกเลิกสัญญาเซ็นทรัลอย่างเป็นทางการก่อน
และคาดว่าภายในสัปดาห์หน้าบอร์ดจะประชุมอีกครั้ง หลังจากนั้นรถไฟจะทำหนังสือถึงเซ็นทรัลเพื่อบอกยกเลิกสัญญาว่ากรรมสิทธิ์ต่างๆ
ต้องตกเป็นของรถไฟ หากเซ็นทรัลไม่รับมติดังกล่าว รถไฟก็ต้องดำเนินการ ทางคดีที่จะฟ้องร้อง
โดยส่วนนี้อัยการจะเป็นผู้รับผิดชอบ ส่วนระหว่างมีการฟ้องร้องกันอาจจะยืดเยื้อนั้น
ในช่วงดังกล่าวรถไฟจะขอศาลคุ้มครองรายได้ในช่วงที่คดียังไม่ยุติ โดยเมื่อคดียุติ
เซ็นทรัลจะต้องจ่ายผลประโยชน์ย้อนหลังทั้งหมดแก่รถไฟด้วย ซึ่งรายได้ที่เกิดขึ้นกับเซ็นทรัลทั้งหมดหลังจากมีการบอกเลิกสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรไปแล้ว
จะต้องตกเป็นของรถไฟ
"กรณีหากเซ็นทรัลอ้างว่าไม่ได้รับหนังสือ ครั้งนี้จะมีการทำหนังสือและส่งไปอย่างเป็นทางการ
โดยมีการลงทะเบียน ซึ่งเซ็นทรัลจะยกมาเป็นข้ออ้างไม่ได้"
สำหรับเงินค้ำประกันนั้น เมื่อวันที่ 25 ก.พ. ธนาคารนครหลวงไทย ได้จ่ายเช็คเลขที่
0143373 จำนวน 3 ล้านบาท ให้รถไฟ ซึ่งเป็นเงินค้ำประกันสัญญาการเช่าที่ดินระหว่างบริษัท
เซ็นทรัล อินเตอร์ พัฒนา จำกัด กับ รถไฟ ส่วนความเสียหายที่เซ็นทรัลต้องจ่ายชดเชยแบ่งออกเป็น
2 ส่วน คือช่วงเริ่มมีการดัดแปลงอาคารและมีรายได้เพิ่มตั้งแต่ ปี 2541-ม.ค.2546
มูลค่าเสียหายประมาณ 160 ล้านบาท และช่วง ก.พ.46- ธ.ค.51 ซึ่งกำหนดสิ้นสุดสัญญาเช่าที่
มูลค่าเสียหายประมาณ 370-380 ล้านบาทรวมทั้งสิ้น ประมาณ 540 ล้านบาท
ตั้งกก.สอบทุจริตไม้หมอน
นายสุริยะ กล่าวว่า ได้ลงนามแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง กรณีการทุจริตในการจัดซื้อไม้หมอนรถไฟ
ของรถไฟแล้ว จากรณีที่พบว่าไม้หมอนรถไฟที่ร.ฟ.ท.จัดซื้อมานั้น มีสภาพชำรุดแตกหัก
ไม่มีคุณภาพใช้งานไม่ได้เป็น ล้านบาท แล้วจำนวนมาก อีกทั้งยังพบว่ามีการ นำไม้หมอนรถไฟมาเปลี่ยนกับไม้หมอนในส่วนที่ไม่มีคุณภาพด้วย
ซึ่งส่อไปในทางไม่สุจริต ทั้งนี้ ให้คณะกรรมการ สอบสวนข้อเท็จจริงว่ามีมูลหรือไม่
อย่างใด และให้แล้วเสร็จภายใน 10 วัน หรือรายงานให้ตนทราบภายในวันที่ นี้ 28 มี.ค.นี้
ทั้งนี้ได้แต่งตั้งให้นายวิเชษฐ์ โรจนธรรมกุล ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม เป็นประธาน
ส่วนกรรมการประกอบด้วย พ.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บังคับการ กองตำรวจป่าไม้
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, พ.ต.ท.เทวัญ มังคละ-ชาติกุล รองผู้กำกับการ 2 กองตำรวจป่าไม้,นายวิรัตน์
ธีระราษฏร หัวหน้ากองเงินเดือนและค่าจ้างฝ่ายบริหารงานบุคคล ร.ฟ.ท.,นายเสรี จิตต์โสภา
หัวหน้าฝ่ายวินัย กองการเจ้าหน้าที่ สำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคม และน.ส.กาญจนา ทองคำมา
บุคลากร 3 กองการเจ้าหน้าที่สำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคม