Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน23 มีนาคม 2550
"เซทเทเลม"ลุยขยายสินเชื่อเพิ่ม เมินเศรษฐกิจซบ-ยอดหนี้เน่าพุ่ง             
 


   
search resources

เซทเทเลม (ประเทศไทย), บจก.
Loan




เซทเทเลมไม่หวั่นหนี้เสียพุ่ง 7.5% เดินหน้าขยายสินเชื่อต่อเนื่อง ลุยขยายสาขาเพิ่มช่องทางบริการอีก 10 แห่ง พร้อมเดินหน้าสานนโยบายทำธุรกิจกับพันธมิตรคู่ค้า มั่นใจสินปีบริหารงานถึงจุดคุ้มทุนแน่นอน

นายโคลด จินิเยร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซทเทเลม (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ให้บริการด้านสินเชื่อรายย่อย เปิดเผยถึงแผนการดำเนินงานของบริษัทในปี 2550 ว่า บริษัทตั้งเป้าหมายขยายสินเชื่อเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 50% จากปีที่แล้วซึ่งมียอดสินเชื่อโดยรวมมากกว่า 6,000 ล้านบาท ขณะเดียวกันได้วางเป้าหมายว่าภายใน 2 ปีจากนี้จะมีพอร์ตสินเชื่อรวม 10,000 ล้านบาท จากปัจจุบันที่มียอดสินเชื่อ 6,500 ล้านบาท และมียอดลูกค้าจำนวน 1.1 ล้านราย จากปัจจุบันที่มี 650,000 ราย

สำหรับในปัจจุบันบริษัทมีลูกค้าใหม่เข้ามาเดือนละประมาณ 40,000 ราย ซึ่งเป็นลูกค้าสินเชื่อเงินผ่อนในสัดส่วนสูงถึง 80% รองลงมาเป็นสินเชื่อบัตรเครดิต 20% แต่อย่างไรก็ตาม บริษัทจะพยายามลดสัดส่วนเงินผ่อนให้เหลือ 30% เนื่องจากมองว่าสินเชื่อเงินผ่อนเป็นสินเชื่อระยะสั้นและวงเงินในการอนุมัติค่อนข้างน้อย ดังนั้น จึงพยายามที่จะลดสัดส่วนลงแล้วหันมากระตุ้นให้ลูกค้าใช้บริการสินเชื่อด้านอื่นๆแทน พร้อมกันนี้จะเพิ่มสินเชื่อส่วนบุคคล 50% โดยเน้นการเข้าไปสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าให้มากขึ้น เพื่อให้มีฐานลูกค้ามากขึ้นด้วย

นอกจากนี้บริาทยังมีแผนที่จะขยายสาขาให้ครบ 10 แห่งภายใน 2 ปีนี้ โดยวันที่ 30 มีนาคานี้บริษัทจะเปิดสาขาแห่งแรกที่ห้างสรรพสินค้า เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า และให้บริการสินเชื่อออนไลน์ ผ่านอินเทอร์เน็ต เพื่อบุกตลาดสินเชื่อรายย่อย ที่คาดว่าปีนี้จะสามารถเติบโตได้ถึง 50% คาดว่า เมื่อมีพอร์ตสินเชื่อถึง 8,000 ล้านบาท ก็จะถึงจุดคุ้มทุน หลังจากที่เปิดดำเนินกิจการมา 7 ปี

“ยอมรับว่าปี 50 นี้ ภาวะเศรษฐกิจไทยชะลอตัวลงพอสมควร และอาจมีผลทำให้ลูกค้าใช้จ่ายน้อยลง แต่อย่างไรก็ตาม บริษัทจะไม่ปรับเป้าหมายลดลง เพราะเชื่อว่าจะทำได้ตามเป้าหมายที่วางไว้หลังจากที่ได้ขยายช่องทางการตลาดไว้”นายจินิเยร์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม กลยุทธ์ในดำเนินธุรกิจในปีนี้จะเน้นสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้ามากขึ้น และสร้างความสัมพันธ์กับร้านค้าพันธมิตร พร้อมทั้งจะพยายามเสนอผลิตภัณฑ์ให้ครบถ้วนต่อไปในระยะยาว เนื่องจากในปัจจุบันพบว่าลูกค้าส่วนใหญ่เริ่มมีการเรียนรู้การขอใช้บริการสินเชื่อมากขึ้นและมีการเปรียบกันกับบริการของคู่แข่งขันมากขึ้น ซึ่งในส่วนของเซเทเลมจะพยายามเสนอบริการที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้มากขึ้นพร้อมเตรียมกลยุทธ์เทคโนโลยีผ่านระบบคอมพิวเตอร์ ใช้ประมวลผลอนุมัติได้รวดเร็วทันใจ

"จุดแข็งในการดำเนินธุรกิจในปีนี้ของเราจะหาคู่ค้าทางพันธมิตรสร้างความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิด ขณะเดียวกันเรื่องของการโฆษณาเราจะเน้นรูปแบบการโฆษณาของแต่ละคู่ค้าให้มีความแต่ต่างกันตามผลิตภัณฑ์ที่นำเสนอ" นายจินิเยร์ กล่าว

นายจินิเยร์ กล่าวอีกว่า บริษัทจะยังคงดำเนินแผนงานขยายสินเชื่ออย่างต่อเนื่อง แม้ว่าในปัจจุบันบริษัทมียอดหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้(เอ็นพีแอล)สูงถึง 7.5% จากยอดสินเชื่อคงค้างทั้งหมด 6,500 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทพยายามที่จะสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าด้วยการไปเจรจาให้ปรับโครงสร้างหนี้และชำระหนี้ เพื่อให้กลับมาเป็นลูกหนี้ที่ดีของบริษัทต่อไป เพราะหากจะให้มีเอ็นพีแอลต่ำเพียง 2-3% ก็สามารถทำได้ ด้วยการขายหนี้ออกไป แต่บริษัทก็เลือกแนวทางในการปรับโครงสร้างหนี้เอง

"เอ็นพีแอลที่เกิดขึ้นก็ไม่ได้สูงมาก เนื่องจากที่ผ่านมาบริษัทมีการเก็บหนี้เอาไว้นานเกินไป ขณะเดียวกันเราก็ไม่ได้มุ่งหวังที่จะรีบลดหนี้ดังกล่าวลงเพราะมองว่าการกระทำดังกล่าวไม่ได้ก่อให้เกิดความสำคัญ แต่หากต้องการจะลดให้ถึงลงให้มาอยู่ที่ระดับ 2-3%มันก็ทำได้ง่ายและเร็ว คือการขายหนี้ออกไป"นายจินิเยร์ กล่าว   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us