|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
บอสใหญ่ ดิอาจิโอ โมเอ็ท เฮนเนสซี่ ออกโรงโวย มติ ครม.ห้ามไม่ให้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์โฆษณาเบ็ดเสร็จ อัดซ้ำไม่เปิดกว้าง คุมมากเกินเหตุ โต้กลับ ยิ่งห้ามโฆษณา ยิ่งทำให้ตลาดยิ่งโตด้วย เหตุผู้ประกอบการเล่นเรื่องราคา เพราะไม่มีต้นทุนการตลาด ยิ่งล่อใจให้คนซื้อดื่มมากขึ้น ชี้มาตรการนี้ล้มเหลวแน่นอน
นายวรเทพ รางชัยกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ดิอาจิโอ โมเอ็ท เฮนเนสซี่ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยี่ห้อจอห์นนี่ วอล์กเกอร์ เบนมอร์ สเมอร์นอฟ เปิดเผยถึง มติคณะรัฐมนตรีที่ออกมาเกี่ยวกับ การห้ามโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตลอด 24 ชั่วโมงว่า ผลกระทบจะเกิดขึ้นอย่างมากในวงกว้างกับธุรกิจที่เกี่ยวข้องทั้งหลาย ซึ่งไม่ใช่เฉพาะผู้ค้าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงวงการต่างๆเช่น วงการท่องเที่ยว โรงแรม ทัวร์ ร้านค้าร้านอาหาร พนัก
งานพีจีทั้งหลายซึ่งตัวเลขคร่าวๆ พีจีในไทยมีประมาณ 30,000 กว่าคน ซึ่งเป็นเด็กผู้หญิงที่ทำงานเพื่อหาเงินมาเรียนหนังสือทั้งนั้น หรือพวกค้าปลีก เป็นต้น ซึ่งทั้งหมดนี้จะโดนหางเลขจากผลกระทบของมาตรการดังกล่าวนี้ทั้งสิ้น ซึ่งในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจไม่ดีเวลานี้ ยอดขายก็หายไปกว่า 40% แล้ว
สิ่งต่างๆที่รัฐบาลทำออกมานี้ ในส่วนของผู้ประกอบการแอลกอฮอล์เองก็มีความเห็นด้วยว่า เป็นสิ่งที่ควรจะต้องมีการควบคุมกัน แต่ว่า รัฐบาลควรทำโดยเปิดกว้างเรียกผู้ประกอบการแอลกอฮอล์เข้าไปปรึกษาหารือด้วย เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและผลกระทบต่างๆ ไม่ใช่ทำกันในวงแคบ และไม่ใช่ห้ามแบบเบ็ดเสร็จ ซึ่งผลที่รัฐบาลต้องการนั้นคือควบคุมการดื่มแอลกอฮอลล์ของคนไทย คิดว่าอาจจะไม่ได้ผลด้วยซ้ำไป เพราะเป็นการแก้ไขปัญหาที่ไม่ตรงจุด ซึ่งตรงนี้ผู้ประกอบการก็เคยออกมาเตือนและพูดหลายครั้งแล้ว แต่ก็ไม่เป็นผล
“ในฐานะที่ทำธุรกิจตรงนี้ ผมไม่มองว่า การห้ามโฆษณาตลอด 24 ชั่วโมงทุกรูปแบบจะช่วยทำให้ลดการบริโภคเหล้าลงได้ หรือจะป้องกันไม่ให้เยาวชนดื่มลดลงได้เหมือนกัน ขอการันตีไว้ตรงนี้เลยว่า เมื่อห้ามโฆษณาภายใน ช่วง 1 ปี ผมว่า การดื่มเหล้าหรือแอลกอฮอล์ของคนไทยจะเพิ่มมากขึ้น และตลาดแอลกอฮอล์จะเติบโตขึ้นอีกไม่ต่ำกว่า 10-15% ด้วยซ้ำไป”
เหตุผลหลักๆมาจาก การที่เมื่อภาครัฐห้ามโฆษณาเบ็ดเสร็จ ผู้ประกอบการก็ไม่จำเป็นที่จะต้องใช้งบโฆษณาและการตลาดต่างๆที่เคยใช้กันมากมายในแต่ละปี ซึ่งงบประมาณตรงนี้ ยังมีอยู่ ขณะเดียวกัน เป้าหมายยอดขายของบริษัทที่กำหนดเอาไว้นั้นก็ค้ำคออยู่ว่าต้องทำให้ได้ ตรงนี้เองที่ผู้ประกอบการจะผันงบตรงนั้นมาใช้ในการลดราคาขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่างๆ ให้มีราคาที่ต่ำลง เมื่อราคาต่ำลงแล้ว ก็ยิ่งจูงใจให้คนมาดื่มมากขึ้น ต่างจากเมื่อก่อนที่มีราคาแพงกว่า
“เมื่อการแข่งขันด้านราคามีมากขึ้น เป็นธรรมดาอยู่แล้วที่สินค้าเดิมที่ผู้บริโภคเคยดื่มเคยใช้ มีราคาถูกลง คนก็จะซื้อมากขึ้นแน่นอน”
เขากล่าวต่อว่า แม้ว่าภาครัฐจะห้ามไม่ให้มีการทำโปรโมชั่นก็ตาม ขอฟันธงว่าทำไม่ได้แน่นอน เพราะว่า ผู้ประกอบการจะออกสินค้ายี่ห้อใหม่ สูตรใหม่ และขนาดใหม่เข้ามาทำตลาดแทนก็ได้ เพราะไม่ใช่ทำโปรโมชั่น อีกทั้งการห้ามลดราคาหรือทำโปรโมชั่นนั้นก็ผิดหลักการของการค้าเสรีอีกต่างหาก ตามระเบียบของ ดับบลิวทีโอ หรือWTO อย่างรุนแรง เพราะ ดับบลิวทีโอกำหนดไว้ว่าให้ราคาสินค้าต่ำที่สุดกับผู้บริโภค หากไทยไปเจรจาการค้าอะไรกับต่างชาติแล้ว จะตอบตรงนี้อย่างไร
“ผมว่าการที่รัฐบาลรีบทำตรงนี้ ก็คงคิดว่า จะมาลบล้างควยามล้มเหลว มาตรการต่างๆที่ผ่านมาที่ทำให้เสียรังวัดไปไม่น้อย เช่น มาตรการ 30% ของแบงก์ชาติ หรือ มาตรการหวย”
|
|
 |
|
|