Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายสัปดาห์19 มีนาคม 2550
“ร้อกเวิธ” ฝ่าปัจจัยลบรอบด้านมุ่งปรับดีไซน์-หาพันธมิตรใหม่             
 


   
www resources

โฮมเพจ ร้อกเวิธ

   
search resources

Furniture
ร้อกเวิธ, บมจ.




“ร้อกเวิธ” ตอกย้ำจุดยืนตลาดเฟอร์นิเจอร์สำนักงาน ปรับดีไซน์สินค้าเป็นจุดแข็งตอบโจทย์ตลาด ใช้การลดต้นทุนผลิตแก้กำไรหดจากค่าบาทแข็ง เดินหน้าบุกตลาดส่งออกเร่งหาพันธมิตรต่างชาติรายใหม่ตั้งโรงงานผลิต ตั้งเป้ารายได้ส่งออกเพิ่มเป็น 50% ใน 3 ปี พร้อมรีแบรนดิ้งองค์กรรองรับสถานการณ์เปลี่ยนแปลง

ร้อกเวิธ นับเป็นหนึ่งในผู้เล่นของตลาดเฟอร์นิเจอร์สำนักงานที่วางตัวจับกลุ่มเป้าหมายระดับไฮเอนด์อย่างชัดเจน มีการเติบโตจากการทำตลาดเฟอร์นิเจอร์สำนักงานอย่างครบวงจรเพียงอย่างเดียว แตกต่างจากโมเดอร์นฟอร์ม คู่แข่งที่ครองมาร์เก็ตแชร์อันดับ 1 ของตลาดอยู่ในขณะนี้ ที่มีการทำตลาดเฟอร์นิเจอร์ในหลายกลุ่ม ไม่จำกัดแต่เพียงตลาดสำนักงานเท่านั้น

แม้ร้อกเวิธจะบุกเพียงตลาดเดียว แต่ก็เน้นจุดยืนที่จะสร้างความแข็งแกร่งให้กับตลาดที่ตนเองถนัด ด้วยการขยายการส่งออกไปยังต่างประเทศ เฟ้นหาพันธมิตรที่จะเอื้อต่อการทำธุรกิจอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งเป็นผู้นำเข้า-จัดจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์แบรนด์ต่างๆ เพื่อตอบสนองลูกค้าที่เป็นบริษัทข้ามชาติ ที่มีความต้องการสินค้าที่มีคุณภาพสูงเป็นพิเศษ

ท่ามกลางการชะลอตัวของภาวะเศรษฐกิจและตลาดในประเทศที่หดตัวลง ประกอบกับเงินบาทแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อร้อกเวิธเช่นกัน เนื่องจากกว่า 30% ของลูกค้ามาจากตลาดส่งออก ซึ่ง ไชยยงค์ พงษ์สุทธิมนัส กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ร้อกเวิธ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทฯ ได้รับผลกระทบจากภาวะดังกล่าวเช่นเดียวกัน แต่ได้มีการปรับตัวด้วยการควบคุมกระบวนการผลิตให้มีต้นทุนลดลง ซึ่งสามารถลดต้นทุนลงไปได้ 2-3% โดยปี 2549 บริษัทฯ มีรายได้รวม 856 ล้านบาท เติบโตขึ้น 6% จากปี 2548 แบ่งเป็นยอดขายในประเทศ 620 ล้านบาท โตขึ้น 6% และยอดส่งออกต่างประเทศ 226 ล้านบาท โตขึ้น 4%

สำหรับในปีนี้ร้อกเวิธวางเป้ารายได้ไว้ที่ 950-1,000 ล้านบาท เติบโตจากปีที่ผ่านมา 10% โดย ชาคริต วรชาครียนันท์ กรรมการบริหาร และผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและการขาย บริษัท ร้อกเวิธ กล่าวว่า จะเน้นกลยุทธ์เชิงรุกภายใต้คอนเซปต์ Human-Space-Technology หลังจากศึกษาพบว่าสภาพแวดล้อมและพฤติกรรมผู้บริโภคปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ซึ่งบริษัทฯ จะเน้นดีไซน์ของสินค้าที่สามารถตอบรับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว สร้างสภาพแวดล้อมในการทำงานให้เอื้อต่อศักยภาพของพนักงานในองค์กร

โดย Human จะเน้นการออกแบบเฟอร์นิเจอร์ที่ถูกต้องตามหลักสรีระและการใช้งานจริง รวมทั้งวัสดุที่ไม่เกิดผลเสียต่อสุขภาพ ส่วน Space ดีไซน์ของเฟอร์นิเจอร์ที่ไม่เปลืองพื้นที่ใช้สอย และ Technology ดีไซน์ที่รองรับรูปแบบเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น ระบบ Wireless, คอมพิวเตอร์จอแบน ทั้งนี้ในเร็วๆนี้บริษัทฯ จะมีการรีแบรนดิ้งปรับภาพลักษณ์องค์กรใหม่ เพื่อสร้างความต่างของบริษัทฯ ให้ทันต่อสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปอยู่ตลอดเวลา

สำหรับตลาดในประเทศ บริษัทฯ ยังได้เป็นผู้แทนจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์สำนักงานนำเข้าภายใต้แบรนด์ AllSteal จากอเมริกา และ Senetica จากอิตาลี เจาะตลาด A+ ที่เป็นบริษัทข้ามชาติในเมืองไทย ที่มีความต้องการเฟอร์นิเจอร์ที่มีดีไซน์แตกต่างจากทั่วไป ซึ่งล่าสุดบริษัทฯ ได้สิทธิ์เป็นผู้แทนจำหน่ายแบรนด์ Vitra จากสวิตเซอร์แลนด์ โดยตั้งยอดขายปีแรกไว้ที่ 30 ล้านบาท

นอกจากนี้ในตลาดต่างประเทศที่ปัจจุบันมีการส่งออกไปยัง 25 ประเทศทั่วโลก บริษัทฯ ยังมีแผนที่จะขยายตลาดส่งออกด้วยการหาพันธมิตรท้องถิ่นมาร่วมทุน เพื่อตั้งโรงงานผลิตสินค้าแบรนด์ร้อกเวิธในต่างประเทศเพิ่ม โดยอยู่ในระหว่างพิจารณา 2 ประเทศ คือ เวียดนามและอินเดีย ตั้งงบลงทุนไว้ 150-200 ล้านบาท และตั้งเป้าผลักสัดส่วนลูกค้าจาก 30% ในปี 2549 เป็น 40% ในปีนี้ และก้าวขึ้นไปให้ได้ถึง 50% ภายใน 3 ปี   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us