Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน14 มีนาคม 2550
ปันผลบจ.งวดปี49กว่า1.7แสนล.เศรษฐกิจพ่นพิษฉุดจ่ายไม่ถึงครึ่ง             
 


   
www resources

โฮมเพจ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

   
search resources

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
ภัทรียา เบญจพลชัย
Investment
Stock Exchange




ตลท.เผยบริษัทจดทะเบียนจ่ายปันผลรวมกว่า 1.78 แสนล้านบาท ผลตอบแทนเฉลี่ย 4.4% "ทรัพยากร-อสังหาฯ-เทคโนโลยี"ยังครองแชมป์ ด้านรายบริษัท ปตท.ยังครองแชมป์จ่ายปันผลกว่า 2.9 หมื่นล้านบาท ส่วนแอดวานซ์ฯ ได้อานิสงส์จ่ายปันผลมากกว่ากำไรสุทธิในรอบปีรั้งที่ 2 รวมกว่า 1.86 หมื่นล้าน ขณะที่มีจำนวนบริษัทที่ประกาศจ่ายปันผลเพียง 48% ของบริษัททั้งหมด

นางภัทรียา เบญจพลชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนงวดปี 2549 ณ วันที่ 1 มีนาคม 2550 มีบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯประกาศจ่ายเงินปันผล จำนวน 225 บริษัท หรือ 48.70% ของบริษัทจดทะเบียนทั้งหมดจำนวน 462 บริษัท มีการประกาศจ่ายเงินปันผลรวม 178,450 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.37% เมื่อเทียบกับปี 2548 ซึ่งอยู่ที่ 161,680 ล้านบาท

ขณะที่หากพิจารณาเงินปันผลเทียบกับราคาหลักทรัพย์แล้วจะเห็นว่าอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) อยู่ที่ 4.40% เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปี 2548 ซึ่งอยู่ที่ 4% หรือเพิ่มขึ้น 10% ทั้งนี้ข้อมูลไม่รวมบจ.ในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ บจ.กลุ่มที่เข้าข่ายอาจถูกเพิกถอน (Non-Compliance:NC) และกลุ่มที่แก้ไขการดำเนินงานไม่ได้ตามกำหนด (Non-Performing Group : NPG)

สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีการประกาศจ่ายเงินปันผลสูงสุด คือ กลุ่มเทคโนโลยีมีอัตราผลตอบแทนอยู่ที่ 8.18% โดยหมวดเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารอัตราผลตอบแทนอยู่ที่ 8.21% รองลงมาคือ หมวดชิ้นส่วนอิเลคโทรนิกส์ อยู่ที่ 7.99%

กลุ่มวัตถุดิบและสินค้าอุตสาหกรรม มีอัตราผลตอบแทนอยู่ที่ 5.81% โดยหมวดวัสดุอุตสาหกรรมและเครื่องจักร มีอัตราผลตอบแทนสูงสุดอยู่ที่ 10.23% รองลงมาคือ หมวดบรรจุภัณฑ์ อยู่ที่ 6.31%

กลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง มีอัตราผลตอบแทนอยู่ที่ 5.01% โดยหมวดวัสดุก่อสร้าง มีอัตราผลตอบแทนสูงสุดอยู่ที่ 5.84% รองลงมาคือ หมวดพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ อยู่ที่ 3.55%

กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค มีอัตราผลตอบแทนอยู่ที่ 4.84% โดยหมวดของใช้ในครัวเรือนและสำนักงานมีอัตราผลตอบแทนสูงสุดอยู่ที่ 7.70% รองลงมาคือ หมวดแฟชั่น อยู่ที่ 4.25%

กลุ่มทรัพยากร มีอัตราผลตอบแทนอยู่ที่ 4.36% โดยหมวดเหมืองแร่ มีอัตราผลตอบแทนอยู่ที่ 12.76% รองลงมาคือ หมวดพลังงานและสาธารณูปโภค อยู่ที่ 4.30%

นางภัทรียา กล่าวอีกว่า หากพิจารณามูลค่าเงินปันผลที่จ่ายจะพบว่ากลุ่มอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าการจ่ายเงินปันผลรวมสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ กลุ่มทรัพยากร กลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง กลุ่มเทคโนโลยี กลุ่มธุรกิจการเงิน และกลุ่มบริการ

โดยกลุ่มทรัพยากร มีมูลค่าเงินปันผลที่จ่ายรวม 62,536 ล้านบาท นับเป็นหมวดที่มีมูลค่าการจ่ายเงินปันผลสูงสุดในปี 2549 โดยบมจ.ปตท. ( PTT ) เป็นบริษัทที่จ่ายเงินปันผลเป็นมูลค่ารวมสูงสุดถึง 29,413 ล้านบาท โดยจ่ายปันผลในอัตราหุ้นละ 10.50 บาท มีอัตราผลตอบแทนอยู่ที่ 5.04%

ในขณะที่กลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง มีมูลค่าเงินปันผลจ่ายเป็นอันดับสองรวม 31,934 ล้านบาท โดยบมจ.ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) จ่ายปันผลสูงสุดในกลุ่มนี้รวมมูลค่า 18,000 ล้านบาท โดยจ่ายในอัตราหุ้นละ 15 บาท มีอัตราผลตอบแทนอยู่ที่ 6.47%

ส่วนกลุ่มเทคโนโลยี มีมูลค่าเงินปันผลจ่ายเป็นอันดับสามรวม 31,236 ล้านบาท ซึ่งในหมวดนี้ บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ (ADVANC) มีมูลค่าเงินปันผลจ่ายสูงสุด 18,607 ล้านบาท โดยจ่ายปันผลในอัตราหุ้นละ 6.30 บาท มีอัตราผลตอบแทนอยู่ที่ 8.63%

สำหรับกลุ่มธุรกิจการเงิน มีมูลค่าเงินปันผลจ่ายเป็นอันดับสี่รวม 18,860 ล้านบาท ซึ่งในหมวดนี้ บมจ.ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) มีมูลค่าเงินปันผลจ่ายสูงสุด 4,174 ล้านบาท โดยจ่ายในอัตราหุ้นละ 1.75 บาท มีอัตราผลตอบแทนอยู่ที่ 2.73%

และกลุ่มบริการ มีมูลค่าเงินปันผลจ่ายเป็นอันดับห้ารวม 14,709 ล้านบาท นำโดย บมจ.ท่าอากาศยานไทย (AOT) มีมูลค่าจ่ายเงินปันผลรวมสูงสุด 2,571 ล้านบาท โดยจ่ายเงินปันผลในอัตราหุ้นละ 2.75 บาท มีอัตราผลตอบแทนอยู่ที่ 2.98%

อนึ่ง การประกาศจ่ายเงินปันผลของบริษัทจดทะเบียนแม้ว่ามูลค่ารวมของเงินปันผลจะสูงขึ้น แต่จำนวนบริษัทจดทะเบียนที่ประกาศจ่ายเงินปันผลกลับมีสัดส่วนลดลง ส่วนหนึ่งเพราะปัจจัยลบหลายเรื่องที่เกิดขึ้นในปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจนกระทบต่อต้นทุนของผู้ประกอบการธุรกิจหลายอุตสาหกรรม ขณะที่ปัจจัยลบในประเทศยังส่งผลกระทบต่อความมั่นใจในการบริโภคสินค้าและบริการของประชาชน   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us