|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
โฟร์ไล้ฟ์ยักษ์ใหญ่ขายตรงจากอเมริกา ทุ่ม 15 ล้านบาท ผุดบริษัทขายตรงหลายชั้นในไทย รับเทรนด์ตลาดอาหารโตพรวด ชูอาหารเสริม-เพอร์ซันนัลแคร์เรือธง ปีแรกเล็งออกสินค้า 7 ตัว อัดผลตอบแทนสูงดึงดูดตัวแทนจำหน่าย สิ้นปีกวาดรายได้ 370 ล้านบาท ยอดสมาชิก 1.5 หมื่นราย
นายไอเวิน ซัว ผู้จัดการทั่วไป บริษัท โฟร์ไล้ฟ์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจขายตรงหลายชั้นจากประเทศสหรัฐอเมริกา เปิดเผยว่า จากแนวโน้มตลาดอาหารเสริมทั่วโลกที่มีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากพฤติกรรมของผู้บริโภคหันมาใส่ใจสุขภาพจากภายในสู่ภายนอกมากขึ้น โดยพบว่าตลาดอาหารเสริมประเทศไทยมีอัตราการเติบโตถึง 10-15% จากมูลค่าตลาดทุกช่องทาง 3-4 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็น ช่องทางขายตรงในสัดส่วน 30-40% หรือคิดเป็นมูลค่ากว่า 9,000 ล้านบาท การเติบโตดังกล่าวทำให้ขณะนี้มีบริษัทขายตรงจากอเมริกาจะเข้ามาเปิดตัวอีกหลายบริษัท
ดังนั้นบริษัทแม่จากประเทศสหรัฐอเมริกา จึงได้ทุ่มงบ 15 ล้านบาท จัดตั้งบริษัท 4ไล้ฟ์ (ประเทศไทย) จำกัด ดำเนินธุรกิจขายตรงหลายชั้นในประเทศไทย ซึ่งเป็นสำนักงานที่ 11 จากการดำเนินธุรกิจขายกว่า 40 ประเทศ สำหรับแผนการตลาดในประเทศไทย บริษัทจะรุกกลุ่มอาหารเสริมสุขภาพเป็นหลัก ตามด้วยกลุ่มเพอร์ซันนัลแคร์ จากโครงสร้างธุรกิจในประเทศสหรัฐอเมริกามีทั้งหมด 5 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มอาหารเสริม ควบคุมน้ำหนัก เครื่องสำอาง เพอร์ซันนัลแคร์ และผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์เลี้ยง
โดยกลยุทธ์การทำตลาดบริษัทเน้นการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง พร้อมกับการเน้นการสร้างโอกาสในการทำธุรกิจผ่านตัวแทนจำหน่ายมากกว่าตัวสินค้า ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่บริษัทเพิ่งปรับเปลี่ยนทั่วโลก เมื่อปีที่ผ่านมา จากเดิมการทำตลาดเน้นตัวสินค้าเป็นหลัก โดยบริษัทจะให้ผลตอบแทนในสัดส่วนที่สูงติดอันดับ 1 ใน 3 ของตลาด ระดับสูงให้ค่าตอบแทนในสัดส่วน 64% และระดับผู้นำสัดส่วน 40-50% อีกทั้งยังมีระบบแนะนำซึ่งได้ผลตอบแทน 25% พร้อมกันนี้ยังได้มีการทำประชาสัมพันธ์ ด้วยจัดสื่อนิตยสารขายตรง และการฝึกอบรม
ด้านผลิตภัณฑ์บริษัทได้วางโพซิชั่นเป็นสินค้าเกี่ยวกับภูมิต้านทาน โดยวางกลุ่มเป้าหมายระดับบีขึ้นไป ปีนี้บริษัทจะเปิดตัวสินค้าให้ครบ 7 รายการ โดยชูจุดเด่นนวัตกรรมทรานส์เฟอร์ แฟคเตอร์ ซึ่งหลังบริษัทได้เริ่มทำตลาดมากว่า 2-3 เดือนแล้ว มีผลิตภัณฑ์ทั้งหมด 4 รายการ ได้แก่ ทรานส์เฟอร์ แฟคเตอร์ แอดวานซ์ ฟอร์มูล่า,ทรานส์เฟอร์ แฟคเตอร์ รีนิวออล และทรานส์เฟอร์ แฟคเตอร์ ทู๊สเพส เป็นต้น ล่าสุดเปิดตัวผลิตภัณฑ์ทรานส์เฟอร์ แฟคเตอร์ ริโอวิด้า และชนิดผงลงสู่ตลาดภายใต้ทรานส์เฟอร์ แฟคเตอร์ โกสเท็กซ์ ซึ่งราคาสินค้าจะวางระดับใกล้เคียงกับคู่แข่งขายตรงที่อยู่ในตลาด อาทิ แอมเวย์ นูสกิน เป็นต้น
พร้อมกันนี้บริษัทยังวางแผนเปิดสำนักงานที่ ประเทศโคลัมเบีย และประเทศสเปนต่อจากประเทศไทย ในปีนี้ ส่วนปีหน้าวางแผนเปิดสำนักงานที่ประเทศอินโดนีเซีย โดยปัจจัยการลงทุนจะพิจารณาจากจำนวนประชากร รายได้ ภาวะตลาด คู่แข่งขัน และพฤติกรรมของผู้บริโภค ซึ่งในปัจจุบันประเทศที่สร้างยอดขายมากที่สุดคือ ญี่ปุ่น มาเลเซีย ไต้หวัน ฟิลิปปินส์ เป็นต้น
สำหรับผลประกอบการในประเทศไทยบริษัทตั้งเป้ายอดขาย 370 ล้านบาท โดย 2 ปีแรกตั้งเป้ามีอัตราการเติบโต 20% ส่วนปีต่อไปตั้งเป้าโต 10-15% ขณะที่จำนวนสมาชิกหลังจากเปิดได้ 2-3เดือนมีสมาชิก 2,000 ราย แบ่งเป็น ตัวแทนจำหน่าย 70% และลูกทั่วไป 30% ปีแรกตั้งเป้าสมาชิกเพิ่มเป็น 1.5 หมื่นคน ปีหน้าตั้งเป้าโต 20%
|
|
 |
|
|