Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายสัปดาห์26 กุมภาพันธ์ 2550
เหล็กจ่อปรับราคาตามตลาดโลกสามชัยฯเบนเข็มส่งออกเพิ่ม30%             
 


   
search resources

สามชัย สตีล อินดัสทรี, บมจ.
Metal and Steel




สามชัยฯลุยส่งออกเหล็กไปเพื่อนบ้าน เหตุค่าเงินบาทแข็ง และความต้องการมาก ขณะที่ราคาเหล็กในตลาดโลกทยานขึ้น 580 ดอลลาร์สหรัฐต่อตันจากเดิม 550 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน

ประวาส สันตวะกุล กรรมการผู้จัดการ บมจ. สามชัย สตีล อินดัสทรี กล่าวว่า ที่ผ่านมาธุรกิจเหล็กอยู่ในภาวะหดตัว เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจโดยรวมหดตัวโดยเฉพาะ ธุรกิจก่อสร้างที่ชะลอการลงทุน จากอัตราดอกเบี้ย ราคาน้ำมัน ทำให้ต้นทุนในการผลิตสูงเป็นเท่าตัว ส่งผลให้ราคาเหล็กในตลาดโลกมีการปรับตัวสูงขึ้นจาก 540-550 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน เป็น580 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน ดังนั้น บริษัทฯจึงมีแผนปรับราคาเหล็กขึ้น จากราคาเดิมอยู่ที่ 20,000-22,000 บาทต่อตัน เป็น 22,000-24,000 บาทต่อตัน ทั้งนี้ เป็นการปรับขึ้นตามราคาเหล็กตลาดโลก

การปรับราคาดังกล่าว มาจากความต้องการใช้เหล็กในตลาดโลกเพิ่มสูงขึ้นโดยเฉพาะในประเทศจีน ที่มีการก่อสร้างอาคารสถานที่ เพื่อรองรับการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ 2008 อีกทั้ง จีนเองยังมีนโยบายควบคุมโรงงานผลิตเหล็กขนาดเล็กให้เหลือเฉพาะโรงงานขนาดใหญ่เท่านั้น ทำให้เหลือโรงงานผลิตเหล็กขนาดใหญ่ไม่กี่ราย รวมถึงรัสเซียที่มีการพัฒนาประเทศมาก จึงมีความต้องการใช้เหล็กเพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนที่จะลงทุนเพิ่มในเครื่องจักร อเมริกัน ปิโตเลียม อินฟิดิ้ว หรือ API ซึ่งเป็นเครื่องจักรผลิตท่อส่งก๊าซหรือน้ำมัน จากเดิมที่บริษัทผลิตเฉพาะท่อส่งน้ำ ERW ขณะนี้อยู่ระหว่างปรึกษาผู้เชี่ยวชาญคาดว่าจะสามารถเริ่มผลิตได้ในปลายปี 2550 ใช้งบลงทุน 250-300 ล้านบาท โดยเงินลงทุนนี้อาจมาจากการเพิ่มทุนหรือเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน

โดยการลงทุนดังกล่าวเป็นการรองรับตลาดในประเทศและตลาดส่งออก เนื่องจากขณะนี้มีผู้ผลิตเพียงรายเดียวจากประเทศสวีเดน ดังนั้น บริษัทจึงเชื่อว่าท่อดังกล่าวจะได้รับการตอบรับที่ดี โดยเฉพาะในเวียดนาม ที่มีอัตราการเติบโตอย่างมาก และมีแนวโน้มความต้องการก๊าซและนำมันเพิ่มอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะส่งผลให้มีความต้องการท่อส่งเพิ่มตามไปด้วย

สำหรับผลการดำเนินงานในปี 2549 ถือว่าโตไม่ได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้เดิมคือโต 30% จากปี 2548 ที่มียอดขาย 3,990 ล้านบาท ซึ่งบริษัทสามารถทำได้เพียงประมาณ 4,000 ล้านบาท เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจโดยรวมมีการชะลอตัว การลงทุนของต่างชาติหดตัวลง รวมถึงความไม่สงบทางการเมือง อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าในปี 2550 ภาวะต่างๆ จะคลี่คลายขึ้น และบริษัทฯตั้งเป้าอัตราการเติบโต 20% โดยจะเน้นการส่งออกเพิ่มจากเดิม 10% เป็น30% และรับงานภาครัฐเพิ่มจาก 10% เป็น 30%

ล่าสุด บริษัทได้ร่วมมือกับกลุ่มบริษัท BISHOP EASTERN PIPE และ SCREWPILE ENGINEERING PTY LTD.(AUSTRALIA) ซึ่งเป็นพันธมิตรจากประเทศออสเตรเลีย เพื่อร่วมกันแปรรูปท่อเสาเข็มเหล็กแบบสกรู หรือสกรูพาวโดยผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจะมีการผลิตที่โรงงานในจังหวัดสมุทรปราการและสมุทรสาคร คาดว่าจะเริ่มผลิตได้ในอีก 3 เดือนข้างหน้า และมีกำลังการผลิตเบื้องต้น 30,000 ตันต่อปี

ส่วนกลุ่มเป้าหมาย คือ ผู้รับเหมา สถาปนิก วิศวกร ทั้งในส่วนของงานเอกชนและงานราชการโดยเฉพาะอย่างยิ่ง การก่อสร้างประเภทอาคารสูง ที่การนำเสาเข็มคอนกรีตหรือปั้นจั่นเข้าไปได้ยาก นอกจากนี้ยังสามารถควบคุมหรือกำหนดเวลาก่อสร้างได้แน่นอน และลดต้นทุนแรงงานได้อีกด้วย

วรัญชัย ลีกาญจนากร ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาการตลาด บมจ.สามชัย สตีล อินดัสทรี กล่าวว่า ผลิตภัณฑ์เสาเข็มเหล็กแบบสกรูพาว (SCREWPILES by Samchai) มีราคาสูงกว่าการตอกเสาเข็มทั่วไปประมาณ 15-20% หากเปรียบเทียบกับงานก่อสร้างแบบเดียวกัน แต่เมื่อเปรียบเทียบกับระยะเวลาตอกเสาเข็มและปริมาณการใช้แรงงานแล้ว ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการตอกมากกว่า ซึ่งเท่ากับว่า การใช้สกรูพาวถูกกว่า

นอกจากนี้ บริษัทจะเริ่มรับงานภาครัฐเพิ่มมากขึ้น โดยจะนำสกรูพาวเข้าไปเสนองาน ขณะนี้อยู่ระหว่างการนำเสนอแก่ผู้รับเหมาที่จะเข้ารับงานก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายต่างๆ และยังมีแผนที่จะเข้าไปรับงานแก้ไขรันเวย์ และเท็กซี่เวย์ ของสนามบินสุวรรณภูมิ หากผลการพิสูจน์ระบุออกมาว่าการแก้ไขต้องใช้เสาเข็ม เพราะปัจจุบันการก่อสร้างดังกล่าวไม่ได้ใช้เสาเข็ม   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us