|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
ตลาดเบียร์โลกตอนนี้มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างและสัดส่วนของตลาดไปจากเดิมมาก อย่างน้อยก็เป็นการเปลี่ยนแปลงที่มาจากการที่เบียร์ประเภทโฮม เมด หรือเบียร์จากการนำเข้า ได้เข้าไปมีบทบาทในการแย่งตลาดของเบียร์แบรนด์ดัง ที่ผลิตจากผู้ประกอบการชั้นนำของโลกมากขึ้น
สถานการณ์ทางการตลาดที่มีการเปลี่ยนแปลงไปในแนวทางที่มีความนิยมในเบียร์โนเนมมากขึ้นเช่นนี้ สะท้อนว่าเบียร์จากการนำเข้ามาจากต่างประเทศ จากผู้ผลิตหน้าใหม่ในตลาดโลกจะต้องมีความโดดเด่นในการสนองความต้องการที่ดีกว่า จนทำให้นักดื่มเบียร์ทั้งหลายตัดสินใจปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตนในระยะยาวได้ง่ายๆ
เหตุผลประการแรกที่น่าจะอธิบายการเปลี่ยนแปลงความนิยมไปบริโภคเบียร์นำเข้าที่เป็นแบรนด์ไม่ดังและไม่ได้เป็นที่รู้จักของตลาดกันอย่างกว้างขวางนั้น มาจากรสชาติที่แตกต่างและหลีกหนีความจำเจ ด้วยการใช้สูตรและส่วนผสมของเบียร์ที่ให้รสชาติที่แตกต่างกันออกไป
หลายคนที่ไม่ได้คุ้นเคยกับตลาดเบียร์มากนัก อาจจะนึกไม่ถึงว่าตอนนี้เมื่อพูดถึงเบียร์ ไม่ได้มีเบียร์เพียงชนิดเดียวให้บริโภคเท่านั้น หากแต่มีเบียร์ที่มีหลากหลายสูตร หลากหลายรสชาติออกมาให้เลือกกันแทบไม่หวาดไม่ไหว ไม่ได้มาจากสูตรสำเร็จพื้นฐานของวัตถุดิบอย่างข้าวบาเลย์ และดอกฮอบ แสดงว่านักดื่มเบียร์แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ คือ กลุ่มหนึ่งสนใจดื่มเบียร์ที่รสชาติดีแต่จำกัดด้วยสไตล์ กับอีกกลุ่มหนึ่งที่สนใจเบียร์นวัตกรรม
ในกลุ่มของเบียร์นวัตกรรมนั้น มีหลากหลายประเภท เช่น เบียร์ที่ไร้แอลกอฮอล์ ซึ่งเกิดขึ้นเพราะพื้นฐานของเบียร์ดั้งเดิมจะทำให้เกิดอาการเมาค้าง และอาจนำไปสู่ภาวะติดแอลกอฮอล์หรือแอลกอฮอลิสซึ่ม ที่มีผลทำลายครอบครัวและชีวิตของผู้ที่ดื่มเบียร์นั้นในระยะยาว เบียร์ในกลุ่มนี้จึงเกิดขึ้น แต่จุดด้อยของเบียร์กลุ่มไร้แอลกอฮอล์หรือแอลกอฮอล์ต่ำมากคือ รสชาติไม่ค่อยถูกปากนักดื่มเท่าใดนัก ซึ่งทำให้นักการตลาดในกลุ่มนี้จำเป็นต้องพัฒนารสชาติต่อไป เพื่อให้เป็นที่พอใจและทำให้การดื่มเบียร์เป็นช่วงเวลาของความสุข แถมยังไม่ถูกสังคมและครอบครัวประณามอีกด้วย
กลุ่มที่สอง คือ เบียร์ที่มีแคลอรี่ต่ำ เพราะแคลอรี่เป็นส่วนที่สร้างน้ำหนักตัวเกินต้องการ จึงเป็นที่รังเกียจของนักดื่มทั้งหลาย ตลาดของเบียร์แคลอรี่ต่ำจึงค่อนข้างโดดเด่นในการดึงดูดนักดื่มได้ทุกเพศทุกวัย
กลุ่มที่สาม คือ เบียร์สำหรับผู้หญิง เพราะผู้ประกอบการในส่วนนี้ต้องการหนีจากตลาดส่วนใหญ่ที่มุ่งไปที่กลุ่มลูกค้าผู้ชาย แต่ปัญหาที่ผู้ผลิตในเบียร์กลุ่มนี้ยังแก้ไขไม่ตกก็คือ รสชาติที่ยังแย่และไม่น่าดื่ม และสีก็ออกมาแบบสีน้ำตาลไม่ใช่เหลืองอำพันแบบเบียร์ดั้งเดิม สิ่งที่ต้องปรับปรุงในส่วนแบ่งตลาดนี้จึงยังมีมาก ตั้งแต่รสชาติ ไปจนถึงสีสันที่ต้องชวนดื่มมากกว่านี้
กลุ่มสุดท้ายในตลาดตอนนี้ มีเบียร์ที่เรียกว่า เบียร์ คูลเลอร์ ซึ่งเป็นกลุ่มที่นำส่วนผสมของเบียร์ไปเติมรสชาติกับส่วนผสมอย่างอื่นมากขึ้น เพื่อให้เกิดเครื่องดื่มประเภทใหม่ที่เป็นแบบผสม อย่างเช่น การผสมเบียร์รสชาติเดิมแบบกิงเกอร์ เบียร์ หรือการผสมเหล้ากิงเกอร์กับเลมอนาด เพื่อสร้างเครื่องดื่มใหม่อย่าง Shandy หรือ shandygaff ซึ่งเป็นเครื่องดื่มที่เคยออกมาจำหน่ายแล้วตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 17 ในอังกฤษ
ไม่ว่าจะอยู่ในกลุ่มใดก็ตาม แต่นักการตลาดเบียร์ได้พยายามอย่างยิ่งที่จะลดระดับความแรงของการเป็นเครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์ของเบียร์ลงไปแทบทั้งสิ้น ซึ่งแสดงว่าผู้ผลิตเชื่อว่าแนวโน้มของผู้บริโภค อยากได้เครื่องดื่มที่มีระดับความรุนแรงของรสชาติจากแอลกอฮอล์น้อยลง
การพัฒนาและวิจัยที่กำลังดำเนินการในปัจจุบัน ยังแบ่งออกได้อีกหลายกลุ่ม แนวทางหนึ่งคือ ในการทำแอลกอฮอล์จากการหมักน้ำผลไม้นั้น เบียร์สมัยใหม่ได้มีการแสวงหานวัตกรรมมากขึ้น จากพื้นฐานของการใช้แอปเปิ้ลในการผลิตแอลกอฮอล์ในเบียร์ เพราะแอปเปิ้ลเป็นผลไม้ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ รสชาติดี และมีการปลูกในปริมาณมากพอที่จะนำไปใช้ในอุตสาหกรรมผลิตเบียร์ได้
แนวทางที่สอง คือ การผลิต คอมมูเนี่ยนเบียร์ หรือเครื่องดื่มที่ใช้ในพิธีการให้ศีลมหาสนิท ซึ่งแต่เดิมบรรดาโบสถ์คริสต์ส่วนใหญ่มักนิยมใช้ไวน์กันมาก ยกเว้นบางแห่งที่เคร่งครัดหน่อยอาจใช้น้ำองุ่นแทน หากนักการตลาดสามารถนำเบียร์เข้าใช้ในพิธีการที่สำคัญนี้ได้ ก็จะทำให้สามารถขยายตลาดใหม่ที่ใหญ่มากได้อีกตลาดหนึ่งทีเดียว
การหาข้ออ้างในการแทรกเบียร์เข้าไปในตลาดนักการศาสนา คือ การอ้างว่าเมื่อมองจากประวัติศาสตร์ จะพบว่าเบียร์เป็นเครื่องดื่มที่ผลิตและใช้กันมากว่า 5,000 ปีแล้ว เป็นเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมในสมัยกรีกและโรมัน ดังนั้นเครื่องดื่มแก้วสุดท้ายของพระเยซูอาจจะเป็นเบียร์ก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นไวน์เสมอไป แถมราคาของคอมมูเนี่ยนเบียร์ยังราคาถูกกว่าไวน์ และหาได้ง่ายกว่าอีกด้วย
แนวที่สาม หรือการปรับเปลี่ยนหีบห่อใส่เบียร์ จากที่เคยเห็นเป็นขวดมานานแสนนาน จนอาจเป็นปัจจัยหนึ่งที่สร้างความเบื่อหน่ายให้กับลูกค้า และขวดบรรจุไม่ได้มีผลต่อรสชาติของเบียร์ให้เปลี่ยนแปลงไปมากนัก ยกเว้นความคุ้นเคยกับการที่ดารา หรือนักแสดงยกเบียร์ดื่มจากปากขวดเท่านั้น
นักการตลาดส่วนหนึ่งจึงพยายามทำให้หีบห่อบรรจุเบียร์เป็นเหมือนคอลเลกชั่นดารา หรือโฆษณาพิเศษในบางช่วงเหมือนกับที่เครื่องดื่มประเภทโคล่าใช้กัน แม้แต่การหาเสียงของนักการเมืองในฤดูกาลเลือกตั้ง ทำให้ลูกค้าสนใจจะเก็บรวบรวมหีบห่อบรรจุเบียร์ของดาราคนโปรดของตน เพื่อสะสมเหมือนของสะสมอย่างอื่น ซึ่งจะทำให้การทุบทำลายขวดเบียร์เมื่อดื่มหมดลดปริมาณลงไปได้อย่างมากอีกด้วย
นักการตลาดที่สร้างนวัตกรรมของหีบห่อบรรจุจึงน่าจะมีพัฒนาการที่น่าสนใจออกมาอีกไม่นานนี้ รวมทั้งหีบห่อบรรจุที่สามารถรักษาความเย็นของเบียร์ได้ แม้ว่าจะนำออกมาเก็บนอกตู้เย็นเป็นเวลานาน โดยมีหีบห่อที่เรียกว่า อินสตา-คูลเลอร์ ในการเก็บรักษาสภาพเบียร์ หรือขวดเบียร์ที่มีรูปทรงแบบสปอร์ต ให้ความรู้สึกที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของนักดื่มกลุ่มนี้ อาจนึกถึงขวดใส่เครื่องดื่มประเภทเกเตอเรด หรือขวดที่ทำจากพลาสติกแทนที่จะมาจากแก้วที่แยกง่าย หรือขนย้ายถือไปมาได้ง่ายกว่าเดิม
หรือที่ไปไกลกว่านั้น คือ เบียร์ที่มีสีสันของน้ำเบียร์แตกต่างกันออกไปตามความชอบของแต่ละคนที่แตกต่างกัน และอาจใช้ขวดบรรจุที่แตกต่างกันตามจิตนาการของแต่ละกลุ่มลูกค้า เช่น เขียว ชมพู ม่วง หรือดำ และอาจให้สะท้อนแสงในความมืดก็ได้
ที่กล่าวมาทั้งหมดล้วนแต่เห็นว่าตลาดเบียร์กำลังพัฒนาไปสู่แนวทางที่นวัตกรรมอย่างน่าสนใจ ทั้งรสชาติ ส่วนผสมที่ออกแปลกใหม่ และขวดบรรจุที่ไม่เหมือนเดิม
|
|
 |
|
|