Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายสัปดาห์26 กุมภาพันธ์ 2550
เซ็นทรัล กรุ๊ป Our Move in 2007ปรับแผน ลดเป้า 3% รับปัจจัยลบ             
 


   
search resources

เซ็นทรัลกรุ๊ป




เซ็นทรัล กรุ๊ป ประกาศนโยบายทางธุรกิจประจำปี 2550 ปรับเป้ายอดขายลดลง 3% รับความผันผวนทั้งเศรษฐกิจ การเมือง และสังคม พร้อมทุ่มงบ 19,000 ล้านบาท ลงทุนขยายสาขาใหม่ รีโนเวตสาขาเก่า ขณะที่แผนโกอินเตอร์ยังไม่คืบ เงื่อนไขพันธมิตรที่อินโดฯไม่เวิร์ค พุ่งเป้าศึกษาความเป็นไปได้ในจีนและเวียดนาม

"พื้นฐานเศรษฐกิจของไทยถือว่ามั่นคงมีเถียรภาพซึ่งเห็นได้จากดัชนีต่างๆไม่ว่าจะเป็นอัตราการว่างงานที่ต่ำ สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมลดลง เงินเฟ้อก็ลดลงซึ่งเป็นผลจากการปรับเพิ่มดอกเบี้ยทำให้สินเชื่อชะลอตัว ประกอบกับปัจจัยบวกอื่นๆที่จะมาสนับสนุนให้เศรษฐกิจปี 2550 เติบโต แต่ก็มีปัจจัยลบที่ต้องระวังคือการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก การขาดดุลของอเมริกาที่จะเป็นแรงผลักดันให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อนตัว ห่วงโซ่อุปทานของตลาดปิโตรเลียม ตลอดจนปัจจัยภายในประเทศอย่างความไม่สงบในภาคใต้ การวางระเบิดต่างๆก่อให้เกิดความหวาดระแวงไม่กล้าเดินห้าง เอกชนชะลอการลงทุน ความเชื่อมั่นของผู้บริโภค การเบิกจ่ายงบประมาณของภาครัฐ ทำให้คาดการณ์กันว่า GDP ในปีนี้จะอยู่ที่ 3.5-4%" สุทธิชัย จิราธิวัฒน์ ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มเซ็นทรัล กล่าว

ทั้งนี้ความผันแปรต่างๆในปีที่ผ่านมาได้ส่งผลกระทบต่อธุรกิจ โดยในส่วนของเซ็นทรัล กรุ๊ป สามารถสร้างยอดขายได้ 90,900 ล้านบาท คิดเป็นการเติบโต 5.2% ต่ำกว่าประมาณการที่ตั้งเป้าการเติบโตไว้ที่ 11% และถือเป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปีที่กลุ่มเซ็นทรัลมีการเติบโตต่ำกว่า 10% โดยในส่วนของกลุ่มธุรกิจค้าปลีก (CRC) ปิดยอดขายที่ 71,700 ล้านบาทเติบโต 4.6% ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ (CPN) ปิดยอดที่7,800 ล้านบาท เติบโต 11.7% ธุรกิจค้าส่ง (CMG) ปิดยอดที่ 4,630 ล้านบาท ติดลบ 1.1% ธุรกิจโรงแรม (CHR) ปิดยอดที่ 2,600 ล้านบาท เติบโต 12.2% และกลุ่มเรสเตอรองส์ (CRG) ปิดยอด 4,100 ล้านบาทเติบโต 6.9% ซึ่งนอกจากเป็นผลมาจากปัจจัยลบแล้วยังเกิดจากการปิดปรับปรุงห้าง ZEN ในช่วงต้นปี 2549 ทำให้บริษัทขาดรายได้ดังกล่าวไป

สำหรับในปีนี้บริษัทตั้งเป้าการเติบโตไว้ที่ 100,350 ล้านบาท คิดเป็นการเติบโต 10.4% ทั้งนี้ตัวเลขดังกล่าวได้มีการปรับลดจากเป้าเดิม 3% เพื่อให้เป้ายอดขายใกล้เคียงกับความเป็นจริงภายใต้สภาวแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่มีความเสี่ยงและผันผวนสูง โดยตั้งเป้ารายได้จากกลุ่มธุรกิจค้าปลีก (CRC) ไว้ที่ 78,400 ล้านบาทเติบโต 9.3% ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ (CPN) 9,370 ล้านบาท เติบโต 20.2% ธุรกิจค้าส่ง (CMG) 4,700 ล้านบาท เติบโต 1.6% ธุรกิจโรงแรม (CHR) 3,400 ล้านบาท เติบโต 31.1% และกลุ่มเรสเตอรองส์ (CRG) ปิดยอด 4,440 ล้านบาทเติบโต 8.1%

เซ็นทรัล กรุ๊ป ได้ทุ่มงบลงทุนในปีนี้ไว้ที่ 19,000 ล้านบาท โดยจะมีการสำรองงบ 10% จากงบดังกล่าวเพื่อไว้ใช้หากสามารถเจรจากับคู่ค้าในต่างประเทศสำเร็จ ส่วนงบที่เหลือกระจายการลงทุนตามกลุ่มบริษัทต่างๆในเครือโดยกลุ่มธุรกิจค้าปลีก (CRC) ใช้งบ 5,400 ล้านบาทคิดเป็นสัดส่วน 28.4% ของการลงทุนกลุ่มเซ็นทรัล ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ (CPN) ลงทุน 9,700 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 51.% ธุรกิจค้าส่ง (CMG) ลงทุน 180 ล้านบาท เป็นสัดส่วน 1% ธุรกิจโรงแรม (CHR) ลงทุน 3,370 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 17.7% และกลุ่มเรสเตอรองส์ (CRG) ลงทุน 350 ล้านบาทเป็นสัดส่วน 1.9% โดยการลงทุนในปีที่ผ่านมาบริษัทใช้งบลงทุนไป 13,000 ล้านบาท ต่ำกว่างบที่วางไว้ 16,000 ล้านบาท

ทั้งนี้การลงทุนในกลุ่มธุรกิจค้าปลีกกำลังมีการสร้างอาคารต่อขึ้นไปจากห้าง ZEN เพื่อเป็นไลฟ์สไตล์บิลดิ้ง หรือ Fully Integrate Department Store ซึ่งจะมีทั้งฟิตเนส สปา ร้านเสริมสวย การศึกษา ธุรกิจท่องเที่ยว เรสเทอรองสต์ แกลเลอรี่ พื้นที่จัดแสดงนิทรรศการ การเปิดห้างโรบินสันสาขาจังซีลอนภูเก็ต การขยายสาขาใหม่ๆของธุรกิจย่อยในเครืออย่างเซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล โฮมเวิร์ค เพาเวอร์บาย บีทูเอส ซูเปอร์สปอร์ต และการรีโนเวตสาขาเก่า ส่วนกลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์จะมีการทำโปรเจกเซ็นทรัลเวิลด์ให้เสร็จสมบูรณ์ภายในปีนี้ ส่วนโครงการใหม่มีที่แจ้งวัฒนะ ขอนแก่น พัทยา สำหรับสาขาชลบุรีมีความเป็นไปได้ที่จะทันในปีนี้ ขณะที่กลุ่มโรงแรมก็มีการปรับโฉมสาขาเก่าอย่างหัวหิน สมุย พร้อมกับการทำโรงแรมแห่งใหม่คือที่ ภูเก็ต และเซ็นทรัลเวิลด์ซึ่งคาดว่าจะเสร็จทันปลายปีนี้ โดยในส่วนของคอนเวนชั่นฮอลล์ของโรงแรมที่เซ็นทรัลเวิลด์คาดว่าจะสามารถให้บริการได้ในช่วงกลางปีนี้

สำหรับแผนในการรุกตลาดต่างประเทศที่วางไว้เมื่อ 2 ปีที่แล้วยังไม่มีความคืบหน้าเนื่องจากการเจรจากับพันธมิตรที่อินโดนีเซียมีข้อจำกัดและความเสียเปรียบในหลายเรื่อง ดังนั้นทางกลุ่มจึงหันมาศึกษาความเป็นไปได้ในการทำธุรกิจที่ประเทศจีนและเวียดนามก่อน แต่ก็ยังไม่ทิ้งตลาดอินโดนีเซีย

"การลงทุนดำเนินธุรกิจในต่างประเทศจำเป็นจะต้องศึกษารายละเอียดอย่างรอบคอบ ส่วนจะเห็นความชัดเจนในปีนี้ได้หรือไม่ยังไม่สามารถตอบได้ แต่ทางกลุ่มมีการสำรองงบ 10% จาก 19,000 ล้านบาทเผื่อไว้ใช้เป็นเงินลงทุนเบื้องต้นหากการเจรจาในต่างประเทศมีความคืบหน้า" สุทธิชัย กล่าว

ทั้งนี้ วิชั่นของปี 2010 Big step forward จาก Domestic สู่ Regional Leader ที่กลุ่มเซ็นทรัลประกาศแผนดำเนินธุรกิจระยะยาวไว้เมื่อ 2 ปีที่แล้วโดยตั้งเป้าที่จะบุกตลาดต่างประเทศก็อาจจะต้องมีการปรับเปลี่ยนให้เข้ากับสถานการณ์แต่ยังไม่ได้มีการลงรายละเอียดในการปรับเปลี่ยนดังกล่าว

วิชั่น 2010 Big step forward ของเซ็นทรัล กรุ๊ปเกิดจากการเติบโตทางธุรกิจในเมืองไทย แต่ด้วยขนาดของประชากร 60 กว่าล้านคนจึงถือเป็นตลาดที่มีขนาดเล็กเกินไปสำหรับเซ็นทรัล ดังนั้นบริษัทมีแผนที่จะรุกตลาดต่างประเทศ โดยเริ่มต้นจากการขยายตลาดไปสู่ภูมิภาคอาเซียนก่อนเนื่องจากพฤติกรรมการบริโภค วิถีการดำรงชีวิต ความเชื่อ และวัฒนธรรม รวมถึงรสนิยมมีความใกล้เคียงกัน จึงเชื่อว่าจะสามารถเข้าถึงความต้องการของผู้บริโภคในภูมิภาคนี้ได้ดีกว่าคู่แข่งที่มาจากภูมิภาคอื่น

Big step forward วิชั่น 2010 เป็นแผนระยะยาวที่เซ็นทรัลกำลังร่างแนวทางที่จะก้าวไปสู่การเป็น Regional Leader หลังจากประสบความสำเร็จในการเป็น Domestic Leader แต่ปัจจุบันปัจจัยลบมิได้เกิดขึ้นแต่ในประเทศไทยเท่านั้น หากแต่ยังมีการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะการขาดดุลของอเมริกาที่จะทำให้ประเทศยักษ์ใหญ่รายนี้เดินเกมลดค่าเงินดอลลาร์ซึ่งจะส่งผลต่อประเทศคู่ค้าจึงอาจเป็นอุปสรรคในการขยายสาขาสู่ต่างประเทศของเซ็นทรัล กรุ๊ป

นอกจากการดำเนินนโยบายทางธุรกิจแล้วกลุ่มเซ็นทรัลยังคงดำเนินนโยบายด้านสังคมอย่างต่อเนื่อง (Corporate Social Responsibility) ทั้งในเรื่องของการสร้างภาพลักษณ์ให้กับองค์กร การทำกิจกรรมสาธารณกุศล รวมถึงการช่วยเหลือเกษตรกรโดยมีโครงการ Contract Farming ซึ่งมีท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต คอยรับผลิตผลจากเกษตรกรเข้ามาจำหน่ายโดยผ่านกรมส่งเสริมการเกษตร เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อผู้บริโภคและคู่ค้าที่มีกว่า13,400 ราย รวมถึงพนักงานกวา 61,700 คน   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us