| |
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
เมื่อถึงจุดที่"เอ็กซิมแบงก์"ต้องเติบโตขึ้นไปอีกขั้น การเพิ่มทุนจึงเป็นแผนงานของแบงก์...ที่ประทับตราไว้บนหัวกระดาษว่า"ด่วนมาก"นั่นเพราะแบงก์แห่งนี้ต้องการทุนเพื่อต่อลมหายใจอีกเฮือก เงินส่วนนี้วางไว้เพื่อขยายธุรกิจ และขับเคลื่อนผู้ประกอบการภาคส่งออกให้เข้มแข็งตามที่รัฐปรารถนา แต่ด้านฟากกระทรวงการคลังในบทพี่เลี้ยงกลับไม่แสดงท่าทีตอบรับแผนเพิ่มทุน ผลจากความไม่ชัดเจนทำให้ "เอ็กซิมแบงก์"ต้องอยู่คนที่เอาตัวรอดไปวัน ๆ ประคองกายไม่ให้ล้มด้วยเงินทุนที่เหลืออย่างจำกัดต่อการดำเนินธุรกิจ ขณะเดียวกันก็ต้องเผชิญกับปัญหาหนี้เสียที่ต้องกำจัดทิ้งแบบด่วนจี๋...เพื่อสร้างภาพลักษณ์ขององค์กรให้ดีขึ้น
แม้"เอ็กซิมแบงก์"จะเป็นสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ แต่การดำเนินธุรกิจก็ต้องตกอยู่ภายใต้กฎกติกาที่เคร่งครัดไม่ต่างจากเอกชน และวิถีการแข่งขันรุนแรงและไม่เกรงใจผู้ใดบนเวทีประลองยุทธ...การชิงไหวพริบ การคว้าและหาโอกาสแบบมือใครยาวสาวได้ก็เอาไป
ทำให้บางครั้ง เอ็กซิมแบงก์ ตกอยู่บนความเสียเปรียบ โดยเฉพาะ เมื่อลูกค้าชั้นดี ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการรายใหญ่ถูกแย่งไป เรื่องนี้คงโทษใครไม่ได้ เพราะเป็นวงจรและวัฏจักรการดำเนินธุรกิจ
แหล่งข่าว ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (เอ็กซิมแบงก์) เล่าให้ฟังถึงความเสียเปรียบที่เกิดขึ้นว่า "คิดดูน่าเสียดายแค่ไหนที่ลูกค้าชั้นดีของเราถูกแย่งไป เราสู้อุตสาห์ฟูมฟักมาเป็นอย่างดีจากผู้ประกอบการรายย่อยที่ไม่ประสีประสาด้านการส่งออกจนกลายมาเป็นผู้ประกอบการขนาดใหญ่ที่มีความชำนาญ และแกร่งกล้า เมื่อถึงเวลานั้นทีไรลูกค้ากลุ่มนี้มักถูกแบงก์พาณิชย์แย่งไปต่อหน้าต่อตาเสมอ"
เป็นความแสลงใจของ "เอ็กซิมแบงก์" ที่เดียว ในฐานะผู้ที่สร้างและปั้นผู้ประกอบการเหล่านั้นมากับมือ ด้วยหวังว่ายามใดผู้ประกอบการเล่านั้นเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่แข็งแกร่งก็ยังไม่ลืมที่จะหวนมาใช้บริการของแบงก์ต่อไป และแน่นอนว่าการใช้บริการของลูกค้าชั้นดีกลุ่มนี้ย่อมส่งผลให้แบงก์มีผลการดำเนินงานที่ดีด้วย
แหล่งข่าว กล่าวเพิ่มเติมว่า "หลังจากที่เราแต่งตัวให้เขาดูดี เขาก็จากเราไป ส่วนหนึ่งเป็นเพราะแหล่งทุนที่เราไม่สามารถสนองเขาได้อย่างเพียงพอ"
เอ็กซิมแบงก์ ต้องปล่อยสินเชื่อตามข้อจำกัดไม่สามารถให้รายหนึ่งรายใดมากเป็นพิเศษได้ ต้องคำนึงถึงผู้ประกอบการอื่น ๆ ที่ยังลืมตาอ้าปากด้วย เพราะผู้ประกอบการกลุ่มนี้ส่วนมากมาจากแบงก์พาณิชย์ที่ปฏิเสธการให้สินเชื่อจึงต้องหันมาพึ่งใบบุญเอ็กซิมแบงก์แทน
"เอ็กซิมแบงก์"เองก็ยากจะปัดความรับผิดชอบ ในเมื่อเป็นความปรารถนาจากรัฐบาลที่ต้องการให้เข้าไปช่วยเหลือผู้ประกอบการส่งออกรายย่อย...
อภิชัย บุญธีรวร กรรมการ บอกว่า ตอนนี้ทุนของแบงก์เหลือไม่มาก การปล่อยสินเชื่อในอนาคตอาจทำได้ลำบากขึ้นหากกระทรวงการคลังไม่เหลียวแลเรื่องการเพิ่มทุนของแบงก์ ก็จะทำให้วงจรการดำเนินธุรกิจติดขัดได้ ถึงตอนนี้เรื่องเพิ่มทุนได้ส่งเข้าคลังพิจารณาแล้ว
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวการตีกลับแผนเพิ่มทุนของ "เอ็กซิมแบงก์" โดยกระทรวงการคลังอ้างเหตุผลว่า แบงก์สร้างกำไรได้น้อย ส่วนทางหนี้เสียที่เพิ่มพูนขึ้น ถ้าอยากให้แผนผ่านก็ควรกลับไปแก้ไขในจุดเสีย ข้อบกพร่อง พร้อมเสนอแผนการดำเนินธุรกิจของแบงก์มาด้วย...
อภิชัย บอกว่า แบงก์ต้องการเพิ่มทุนประมาณ 1 หมื่นล้านบาท โดยเสนอว่าจะทยอยเพิ่มด้วยการแบ่งเป็น 3 ปี ครั้งแรกในปี 2551 จะเพิ่มทุน 5 พันล้านบาท ปีถัดมา เพิ่มอีก 2.5 พันล้านบาท และปี 2553 อีก 2.5 พันล้านบาท แผนระดมทุนนี้ตั้งอยู่บนกรอบการดำเนินธุรกิจเป็นระยะเวลา 4 ปี ซึ่งมีทั้งเรื่องการขยายสินเชื่อและการรับประกันการส่งออก
การเพิ่มทุนเป็นเพียงหนึ่งในแผนที่ "เอ็กซิมแบงก์"เสนอต่อกระทรวงการคลัง
เอ็กซิมแบงก์มีสิ่งที่ต้องทำควบคู่การเพิ่มทุนด้วย คือการล้างหนี้เสีย (เอ็นพีแอล)จำนวน 7.9 พันล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 13.58% ซึ่ง อภิชัย บอกว่า ถ้าเป็นไปได้ก็ยากทีเดียวหมดล็อต โดยไม่ได้หวังเห็นผลทำกำไรจากการขาย หวังก็เพียงไม่ขาดทุนแต่เสมอตัว ขณะเดียวกันก็เตรียมแผนป้องกันหนี้เสียชุดใหม่ที่จะเกิดขึ้นอีก
โดยแผนการลดหนี้เสียชุดใหม่ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตนั้น เอ็กซิมแบงก์ได้แยกหน่วยงานการตลาดออกจากหน่วยงานวิเคราะห์สินเชื่อ เพื่อให้การทำงานเกิดความชัดเจนมีประสิทธิภาพ และพิจารณาสินเชื่อได้อย่างระมัดระวังมากขึ้น
ส่วนอีกรูปแบบ คือการตั้งหน่วยงานวานิชธนกิจที่ อภิชัย บอกว่า หน่วยงานนี้จัดตั้งขึ้นเพื่อดูแลลูกค้า หรือผู้ประกอบการรายใหญ่ในการอำนวยความสะดวกเรื่องต่าง ๆ หรือแม้กระทั่งการแก้ปัญหาหนี้เอ็นพีแอล เนื่องจากผู้ประกอบการรายใหญ่ที่กลายเป็นลูกหนี้นั้น บางส่วนยังพอที่จะช่วยเหลือได้บ้าง เพียงแต่เพิ่มศักยภาพเข้าไปอีกนิดก็ทำให้ธุรกิจกลับมาขับเคลื่อนได้อีกครั้ง และนี่คือหน้าที่ของหน่วยงานวานิชธนกิจที่จะทำการวิเคราะห์แก้ปัญหาให้ถูกจุด
ส่วนการแก้ปัญหาก็มีหลายวิธี ตั้งแต่การหาผู้ร่วมทุนใหม่ หรือการช่วยออกหุ้นเพิ่มทุนให้บริษัท เป็นต้น
การเพิ่มทุน แผนแก้หนี้เอ็นพีแอล ควบคู่กับการป้องหนี้ที่จะเกิดใหม่ "เอ็กซิมแบงก์" ได้เสนอ กระทรวงการคลังแล้ว ส่วนจะอนุมัติหรือผ่านการพิจารณาหรือไม่เป็นเรื่องต้องลุ้น...เพราะมีเสียงแซวว่า คลังในตอนนี้กำลังง่วนอยู่กับ"แบงก์ทหารไทย"จนไม่อาจเจียดเวลาดูแลแบงก์อื่นได้...ลำพังปัญหานี้ก็ใหญ่เกินกำลังรับไหวแล้ว
|
|
 |
|
|