Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ มีนาคม 2550








 
นิตยสารผู้จัดการ มีนาคม 2550
ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย???             
โดย สมเกียรติ บุญศิริ
 

 
Charts & Figures

ยอดขายคอนโดมิเนียมปี 2549

   
related stories

Real Estate Season Change
อนุพงษ์ หมายเลข 1 ไม่ใช่อนันต์ หมายเลข 2
ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร หญิงสาวกับปั้นจั่น ที่ SC Asset
อนันต์ อัศวโภคิน มาม่ากำลังขายดี

   
www resources

โฮมเพจ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย
โฮมเพจ บริษัท เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส จำกัด

   
search resources

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย, บจก.
เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส
Real Estate




เป็นปีที่แสนสาหัสสำหรับผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์อีกครั้งหนึ่ง เพราะบริษัทวิจัยหลายแห่งต่างเห็นตรงกันว่า ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยังมีความเสี่ยงสูงจากปัจจัยลบหลายๆ ด้าน

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย : น่าเป็นห่วง

บริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า แนวโน้มอสังหาริมทรัพย์ในปี 2550 มีปัจจัยบวกจากการปรับตัวลดลงของราคาน้ำมัน อัตราเงินเฟ้อ และอัตราดอกเบี้ยแล้วก็ตาม ส่วนปัจจัยลบคือ เรื่องการเมืองที่มีผลต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและผู้ประกอบการ ส่งผลต่อทิศทางเศรษฐกิจและรายได้ในอนาคตของประชาชน ตลาดที่อยู่อาศัยอาจได้รับผลกระทบจากการที่ผู้ที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัยชะลอการตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยออกไป ปัจจุบันปริมาณที่อยู่อาศัยรอขายในตลาดมีปริมาณค่อนข้างสูง

โดยจำนวนที่อยู่อาศัยสร้างเสร็จในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลในปี 2550 มีประมาณ 74,500-77,500 หน่วย มีอัตราการเติบโตอยู่ในระหว่างลดลงร้อยละ 0.7 ถึงเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.3 จากจำนวน 75,000 หน่วย ในปี 2549 และปีนี้จะขยายตัวประมาณร้อยละ 2.5-4.3 จากที่ขยายตัวร้อยละ 3.1 ในปี 2549

ที่อยู่อาศัยประเภทบ้านจัดสรรสร้างเสร็จใหม่ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล จะมีจำนวนประมาณ 29,500 ยูนิต ลดลงร้อยละ 4.8 เทียบกับปี 2549 (ประมาณ 31,000 หน่วย) ซึ่งจะเป็นการลดลงติดต่อกันเป็นปีที่ 3 ที่น่าจับตามองโครงการบ้านจัดสรรที่เปิดตัวในทำเลสุวรรณภูมิ อาจได้รับผลกระทบในเรื่องของยอดขาย เนื่องจากสนามบินสุวรรณภูมิกำลังประสบกับปัญหาในเรื่องของการก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐานเป็นผลให้จำเป็นต้องย้ายเที่ยวบินภายในประเทศบางส่วนกลับไปยังสนามบินดอนเมือง ทำให้เกิดความไม่แน่นอนเกี่ยวกับระยะเวลาการเปิดใช้สนามบินสุวรรณภูมิ หากมีการปิดเพิ่มเพื่อซ่อมแซมสนามบิน จะส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยโครงการบ้านจัดสรรในทำเลแถบนี้

คอนโดมิเนียมที่มีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ผู้ประกอบการยังเน้นตลาดระดับกลาง ความต้องการคอนโดมิเนียมในเขตเมืองของกรุงเทพฯ จะมีสูง ซึ่งเป็นผลมาจากกระแสความต้องการที่อยู่อาศัยที่อยู่ในย่านธุรกิจ หรือใจกลางเมือง และการคมนาคมสะดวกอยู่ใกล้กับเส้นทางที่มีรถไฟฟ้าตัดผ่าน โดยคาดว่าจะมีอุปทานออกสู่ตลาดเพิ่มขึ้นในปี 2550 เนื่องจากความสำเร็จของการขายเปิดตัวโครงการในปี 2549

ภาวะการเก็งกำไรเริ่มมีให้เห็นในตลาด แต่คาดว่าอุปทานที่จะเข้าสู่ตลาดเพิ่มขึ้นจะทำให้เกิดความไม่สมดุลของอุปสงค์และอุปทาน ซึ่งอาจทำให้เกิดความเสี่ยงต่ออุปสงค์ล้นตลาด เนื่องจากผู้ประกอบการหลายรายหันมาจับตลาดคอนโดมิเนียมระดับกลางพร้อมกัน ส่วนตลาดระดับล่างมีผู้ประกอบการเพียงไม่กี่รายที่เข้ามาจับตลาดนี้ โดยระดับราคาที่ประมาณ 5-6 แสนบาทต่อยูนิต ซึ่งปกติแล้วลูกค้ากลุ่มนี้จะเป็นกลุ่มที่เช่าอยู่อาศัยเป็นส่วนใหญ่

จำนวนที่อยู่อาศัยประเภทคอนโดมิเนียมในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลในปี 2550 น่าจะมีประมาณ 15,000-18,000 หน่วย

เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส : ปีนี้ต้องขาย 1 แสนยูนิต

ส่วนโสภณ พรโชคชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส บอกว่า ในปี 2550 เฉพาะในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล มีโครงการที่รอเปิดตัว 111 โครงการ โดยแบ่งเป็นบ้านเดี่ยว 38 โครงการ, บ้านแฝด 1 โครงการ, ทาวน์เฮาส์ 19 โครงการ, คอนโดมิเนียม 53 โครงการ

โครงการที่ประกาศเปิดตัว หากเปิดจริงตามแผนงานที่วางไว้จะมีจำนวนหน่วยที่เปิดขายออกสู่ตลาด ไม่น้อยกว่า 6 หมื่นยูนิตยอดเปิดตัวใหม่ใกล้เคียงกับที่เปิดตัวใหม่ในปี 2549 ที่มีจำนวนที่เปิดขายทั้งสิ้น 66,118 ยูนิต มูลค่ารวม 1.8 แสนล้านบาท หรือประมาณ 94% ของจำนวนอสังหาริมทรัพย์ที่เกิดใหม่ทั้งหมด

จำนวนยูนิตที่เปิดขายในปี 2549 ทั้งหมดกว่า 60,000 ยูนิต สามารถขายได้ 32,000 ยูนิต ที่เหลือประมาณ 34,000 ยูนิต ต้องมาขายในปีนี้ เมื่อรวมกับจำนวนหน่วยที่เหลือขายสะสมในช่วงก่อนหน้านั้น พบว่าสิ้นปี 2549 มีจำนวนสินค้าขายทั้งสิ้นกว่า 92,000 ยูนิต หากคิด ราคาขายเฉลี่ย 2.6 ล้านบาทต่อยูนิต คิดเป็นมูลค่ารวมถึง 240,000 ล้านบาท

บ้านที่เหลือขายทั้งหมดเพิ่มขึ้นจากปี 2548 ประมาณ 20% แบ่งเป็นบ้านเดี่ยว 37,000 ยูนิต, บ้านแฝด 5,100 ยูนิต, ทาวน์เฮาส์ 2,200 ยูนิต, อาคารพาณิชย์ 2,400 ยูนิต และคอนโดมิเนียม 2,450 ยูนิต โดยจำนวนหน่วยที่เหลือขายทั้งหมด จะมีทั้งอยู่ระหว่างการก่อสร้างและยังไม่ก่อสร้าง

เขาย้ำด้วยว่า หากอัตราการขายของจำนวนหน่วยที่เปิดขายใหม่ ทำได้ 40-50% ของจำนวนหน่วยที่เปิดใหม่ในแต่ละปี ถืออยู่ในเกณฑ์ปกติ แต่ถ้าขายได้แค่ 20-30% อาการน่าเป็นห่วง โดยเขาเปรียบ เทียบกับปี 2549 ที่อัตราการขายยังอยู่ในเกณฑ์ปกติเกือบ 50% เมื่อเทียบกับจำนวนหน่วยที่เปิดขายทั้งสิ้น 66,000 ยูนิต

การเปิดตัวโครงการใหม่ในปีนี้ เขาเตือนให้ผู้ประกอบการจะต้องพิจารณาปัจจัยแวดล้อมทั้งจากภายนอกและภายในประเทศประกอบด้วย รวมถึงการลงลึกในทำเล ที่จะต้องพิจารณาถึงภาพการแข่งขันของตลาด และความต้องการของผู้บริโภคนั้นสอดคล้องหรือสมดุลกับ ปริมาณสินค้าที่จะออกมาสู่ตลาดในแต่ละช่วงด้วย   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us