"ฟอร์ด" ยกเครื่อง องค์กรครั้งใหญ่ รวบบริษัทในเครือทั้งหมดเป็น ฟอร์ด ประเทศไทย
พร้อมประกาศนโยบายธุรกิจเชิงรุก ด้วย 3 กลยุทธ์หลัก สร้างความเป็นเลิศทางการตลาด
(Retail Excellence) จัดทัพโครงสร้างองค์กรใหม่ นำสุดยอดขุนพลทางการตลาดเสริมความพร้อม
เพื่อทำงานใกล้ชิดกับเครือข่ายผู้จำหน่ายฟอร์ดทั่วไทย มุ่งสร้างขีดความสามารถสูงสุดในการแข่งขัน
และเน้นส่งยานยนต์คุณภาพครอบคลุมทุกตลาดเจาะฐานลูกค้ามากขึ้น
นายฉัตรชัย บุนนาค ประธาน ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าวว่า ในปี 2003 นี้ ฟอร์ดตั้งเป้าที่จะสร้างความเป็นเลิศ
ในการทำตลาดยานยนต์ ซึ่งจะเป็นกลยุทธ์สำคัญที่จะผลักดันให้ฟอร์ดประสบความสำเร็จ
ในการขยายตลาด และสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้า โดยได้เตรียมสร้างรากฐาน
ให้แข็งแกร่งใน 3 ส่วน คือ ส่วนแรก การปรับโครงสร้างองค์กรใหม่ ส่วน ที่ 2 การพัฒนาศักยภาพเครือข่ายดีลเลอร์
ให้แข็งแกร่งมีขีดความสามารถในการแข่งขันสูงสุด และ มีประสิทธิภาพในการให้บริการและจัดการ
และส่วนที่ 3 ซึ่งเป็นส่วน ที่สำคัญมาก คือ การพัฒนาตลาด การขาย และขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ให้หลากหลายมากขึ้น
เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการทำงาน และสอดคล้องกับการปรับโครงสร้างใหม่ในครั้งนี้
บริษัทในเครือ ฟอร์ดทั้งหมด ได้แก่ บริษัท ฟอร์ด โอเปอเรชั่นส์ (ประเทศไทยม) จำกัด,
บริษัท ฟอร์ด เซลส์ แอนด์ เซอร์วิส (ประเทศไทย)จำกัด และบริษัท ฟอร์ด ลีสซิ่ง (ประเทศไทย)
จำกัด จากนี้ไปจะใช้ชื่อ ฟอร์ด ประเทศไทย เพื่อสะท้อนถึงความเป็นเอกภาพและความ
แข็งแกร่งของแบรนด์ฟอร์ด ตลอดจน แสดงถึงความมุ่งมั่นของฟอร์ดที่จะพัฒนาธุรกิจยานยนต์ในตลาดเมืองไทย
ในฐานะที่เป็นผู้ผลิตรถยนต์ชั้นแนวหน้าของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยมี นายฉัตรชัย
บุนนาค เป็นประธานบริษัท
นายฉัตรชัยกล่าวว่า ในการปรับโครงสร้างองค์กรใหม่ ฟอร์ดได้จัดแบ่งหน่วยธุรกิจใหม่
เพื่อความคล่องตัวและประสิทธิภาพ พร้อมแต่งตั้งผู้บริหาร ที่มีความสามารถและความชำนาญเฉพาะด้านเข้า
มาดูแลธุรกิจ โดยแต่งตั้งให้ นายอดิศักดิ์ หวังพงษ์สวัสดิ์ เป็นรองประธานฝ่ายบริการและพัฒนาผู้จำหน่าย
ดูแลงานด้านบริการหลังการจำหน่าย อะไหล่ ลูกค้าสัมพันธ์ รวมถึงการพัฒนาผู้จำหน่าย
ให้มีความพร้อมกับเทคโนโลยีใหม่ๆ ของฟอร์ดที่พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว
ส่วนสายงานฝ่ายขายและการตลาด ได้แต่งตั้ง นายอภิเชต สีตกะลิน เป็นรองประธาน โดยมี
นายวิชิต ว่องวัฒนาการ เป็นผู้จัดการทั่วไปฝ่ายขาย และนายวิชัย บุณยมานนท์ เป็นผู้จัดการฝ่ายขายลูกค้ารายใหญ่และยูสด์คาร์
(Fleet and Used Car)
รวมทั้งแบ่งกลุ่มผลิตภัณฑ์ออกเป็น 3 กลุ่ม เพื่อสร้างความคล่องตัว และวางแผนการตลาด
ได้ตรงกับ ความต้องการของกลุ่มลูกค้ามากยิ่งขึ้น ได้แก่ ธุรกิจรถยนต์นั่งส่วนบุคคล
แต่งตั้ง นาย คมกริช นงค์สวัสดิ์ เป็นผู้อำนวยการผลิตภัณฑ์รถยนต์ ดูแลรถยนต์นั่งฟอร์ด
เทียร่า ด้านธุรกิจ รถเอสยูวี มีนายอรรถพันธ์ ยุกตะนันทน์ เป็นผู้อำนวยการผลิตภัณฑ์รถเอสยูวี
รับผิดชอบตลาด รถอเนกประสงค์ ฟอร์ด เอสเคป และเอ็กซ์พลอเรอร์ สำหรับธุรกิจรถกระบะมี
นายสมพงษ์ ผลจิตจรูญ เป็นผู้อำนวยการผลิตภัณฑ์รถกระบะ ซึ่งผู้อำนวยการทั้ง 3 กลุ่มผลิตภัณฑ์
จะต้องทำงานอย่างใกล้ชิดกับผู้จำหน่ายมากขึ้น ทั้งด้านการขายและการวางแผนตลาดอีกด้วย
ในด้านกลยุทธ์การตลาดและภาพลักษณ์องค์กร นายสตีเวน ตัน ได้รับการแต่งตั้งให้เป็น
ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์ทางการตลาด ดูแลงานด้านการสร้างความเป็นเลิศและความแข็งแกร่งของภาพลักษณ์องค์กร
โดยมี นายธนวัฒน์ คุ้มสิน เป็นผู้จัดการฝ่ายวางแผนผลิตภัณฑ์ นางสาวเหมือนฝัน เอายิ่งเจริญ
เป็นผู้จัดการฝ่ายส่งเสริมกิจกรรมการตลาด และนายนที ศาสตร์ยังกุล เป็นผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์
นายฉัตรชัยกล่าวว่า ฟอร์ดยังมีแผนพัฒนาศักยภาพ และให้การสนับสนุนผู้จำหน่ายอย่างเต็มที่
เพื่อสร้างความเป็นเอกภาพไปในทิศทางเดียวกัน สร้างความสัมพันธ์ และทัศนคติที่ดีต่อกัน
ทั้งฟอร์ด ประเทศไทย และผู้จำหน่ายฟอร์ดทั่วประเทศ ภายใต้การพัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่ง
เพื่อสร้างเครือข่าย ผู้จำหน่ายของฟอร์ด ให้มีความพร้อมเต็มที่ ใน การที่จะสนับสนุนการขยายตลาดอย่างรวดเร็วในอนาคต
โดยเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ในการประชุมผู้จำหน่าย ฟอร์ด ครั้งที่ 1 ประจำปี 2546
ผู้จำหน่ายฟอร์ดจากทั่วประเทศ ได้เลือกตั้งให้ นายทรงเดช หงษ์หยก ประธานบริหาร
บริษัทฟอร์ด อนุภาษ ภูเก็ต เป็นประธานชมรมผู้จำหน่ายฟอร์ดคนใหม่ เพื่อประสานงานและผลักดันให้เกิดการพัฒนาตลาดและขยายธุรกิจในทิศทางที่เหมาะสม
และร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดมากขึ้นระหว่างผู้จำหน่ายกับฟอร์ด ประเทศไทย
"โครงสร้างใหม่ตลอดจนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ที่จะช่วยเพิ่มยอดขายการทำงานอย่างใกล้ชิดกับ
ผู้จำหน่าย รวมทั้งการรุกตลาดอย่างเต็มที่ ด้วยคุณภาพในทุกด้าน จะเป็นแนวทางสำคัญ
ในการทำให้เราบรรลุเป้าหมายทางการตลาด ตามที่วางแผนไว้ พร้อมกันนี้ฟอร์ดยังจะให้ความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมทั้งผู้ที่อยู่ในอุตสาหกรรม
ยานยนต์ และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่อง เพื่อให้เกิดการพัฒนาไปพร้อมๆ กันในทุกด้าน
ซึ่งจะช่วยยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมยานยนต์ ทั้งของไทยและในภูมิภาคนี้ ให้เป็นหนึ่งในภูมิภาคที่ทั่วโลกต้องจับตามอง
โดยมีฟอร์ดเป็นผู้นำในการพัฒนา" นายฉัตรชัยกล่าวสรุป