"เมเจอร์" ยันตลาดคอนโดฯหรูยังไม่ทรุด ลูกค้าแค่ชะลอซื้อช่วงสั้น เล็งซื้อที่ดินย่านกลางเมืองเปิดคอนโดฯอีก 2 แห่ง ตั้งเป้าปี 50 รายได้ 4,000 ล้านบาท โต 100% พร้อมเดินหน้าแผนเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ ขณะนี้รอดูสถานการณ์ คาดจบไตรมาส 3
นายสุริยน พูลวรลักษณ์ ประธานเจ้าหน้าที่ลบริหาร บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเมน้นท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงตลาดคอนโดมิเนียมว่า ยังมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ในบางทำเลและประเภทสินค้า อย่างไรก็ดีที่ผ่านมาผู้ประกอบการต่างพัฒนาคอนโดฯออกสู่ตลาดจำนวนมาก ซึ่งในบางทำเลอาจมีสินค้าล้นตลาดได้ ซึ่งในส่วนของบริษัทจะไม่ลงไปเล่นในตลาดล่างและบางทำเลที่คิดว่ามีสินค้าจำนวนมากแล้ว แต่จะมุ่งพัฒนาสินค้าจับกลุ่มตลาดบนอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ยอมรับว่าในช่วงที่มีเหตุการณ์ไม่สงบทางการเมือง การวางระเบิดวันปีใหม่ลูกค้ามีการชะลอตัวไปบ้าง เพราะไม่มั่นใจ แต่ภาวะดังกล่าวเป็นเพียงช่วงสั้นเท่านั้น ซึ่งในปัจจุบันกลับสู่ภาวะปกติแล้ว และเชื่อว่าการชะลอการซื้อ เนื่องจากไม่มั่นใจในผู้ประกอบการว่า หากเกิดความผันผวนขึ้นจะสามารถก่อสร้างต่อไปได้หรือไม่ และหากผู้ประกอบการยังเดินหน้าก่อสร้างอย่างต่อเนื่อง มีความคืบหน้าด้านการก่อสร้าง ลูกค้าจะเกิดความมั่นใจและตัดสินใจซื้อในที่สุด
ล่าสุดบริษัทได้เปิดห้องตัวอย่างในโครงการวอเตอร์มาร์ค เจ้าพระยา ริเวอร์ เพื่อให้ลูกค้าได้เห็นการตกแต่งและวัสดุที่ใช้งานจริง ซึ่งโครงการนี้เป็นคอนโดมิเนียม 2 อาคาร บนเนื้อที่ 11 ไร่ อาคารเอ มี 282 ยูนิต อาคารบี 208 ยูนิต ปัจจุบันอาคารเอมียอดขายแล้ว 70% ก่อสร้างแล้ว 50% ส่วนอาคารบี มียอดขายแล้ว 30% ก่อสร้างแล้ว 25%
ส่วนโครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการอาทิ วินด์ รัชโยธิน ปัจจุบันมียอดขายแล้ว 20% วินด์สุขุมวิท 23 มียอดขายแล้ว 20% เช่นกัน, อกัสตัน สุขุมวิท 22 ยอดขาย 40% , แมนฮัสตัน 70% โดยในปีนี้บริษัทมียอดรอรับรู้รายได้ประมาณ 3,000 ล้านบาท
สำหรับแผนพัฒนาในปีนี้คาดว่าจะเปิดโครงการคอนโดฯ เพิ่มอีก 1-2 โครงการ เน้นทำเลกลางเมือง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจาซื้อที่ดิน ส่วนที่ดินในซอยท่องหล่อและสนามบินน้ำ ขณะนี้ยังไม่มีแผนนำมาพัฒนา โดยตั้งเป้ายอดขายปีนี้ 4,000 ล้านบาทท โตถึง 100% จากปี 2549 ที่คาดว่าจะมีรายได้ประมาณ 2,000 ล้านบาท
"ยอดขายดังกล่าวเชื่อว่าทำได้ไม่ยาก แม้ในภาวะที่เศรษฐกิจชะลอตัว เพราะบริษัทมียอดขายที่รอบันทึกเป็นรายได้กว่า 3,000 ล้านบาท"
สำหรับแผนการเข้ากระจายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างติดตาสถานการณ์ของตลาดหุ้นและเศรษฐกิจโดยรวมอย่างต่อเนื่อง และเชื่อว่าสถานการณ์ทุกอย่างจะคลีคลายขึ้น โดยบริษัทคาดว่าจะสามารถกระจายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ฯได้ประมาณไตรมาส 3 ของปีนี้ โดยมีบริษัทหลักทรัพย์ ซีมิโก้ จำกัด (มหาชน) เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ส่วนราคาที่หุ้นนั้นคาดว่าจะสามารถจะสรุปประมาณ 2 เดือนก่อนเข้าซื้อ-ขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ
"สามารถเหตุที่เข้าเทรดในตลาดจุดประสงค์ไม่ได้ต้องการเม็ดเงินลงทุนมากนัก เพราะปัจจุบันยังมีเงินลงทุนที่เพียงพอ อีกทั้งยังไม่มีแผนเพิ่มทุนจดทะเบียนในขณะนี้ แต่ที่เข้าตลาดฯเพราะการเป็นบริษัทมหาชนจะทำให้เราเป็นที่ยอมรับและสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ" นายสุริยน กล่าว
ล่าสุดกระทรวงการคลัง ได้ลงนามเสนอมาตรการลดภาษีเงินได้นิติบุคคลให้แก่บริษัทที่จะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ และตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ ต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)พิจารณา ซึ่งคาดว่าจะพิจารณาได้ภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้ ซึ่งก่อนหน้านี้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง( สศค.)ได้เสนอให้ต่ออายุมาตรการลดภาษีให้แก่บริษัทจดทะเบียน โดยกำหนดให้บริษัทที่ยื่นจดทะเบียนภายในปี 2550 จะได้รับสิทธิการลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลเหลือ 25 % จากที่ต้องเสียภาษี 30% ส่วนบริษัทที่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ จะได้ลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล เหลือ 20 % จาก 30 % เป็นเวลา 3 ปีบัญชีภาษี
|