|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ ฉบับ กุมภาพันธ์ 2550
|
 |

"ซื้อหรือเช่า ก็จ่ายเท่ากัน"
โอภาส ศรีพยัคฆ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวย้ำประโยคนี้ไม่ต่ำกว่า 3 ครั้ง ในการแถลงข่าวเปิดตัวแบรนด์ใหม่ "ลุมพินี คอนโดทาวน์" ที่นำร่องด้วยโครงการลุมพินี คอนโดทาวน์ รามคำแหง 43/1 ที่มีจำนวนอาคาร 14 อาคาร เป็นจำนวนทั้งสิ้น 3,500 ยูนิต
"เมืองคอนโด" สื่อถึงความใหญ่ของโครงการได้ดี LPN จึงใช้แบรนด์นี้รุกตลาดคอนโดระดับล่าง โดยชูจุดขายที่ความเป็นชุมชนคอนโดขนาดย่อม ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการครบครัน เช่น สระว่ายน้ำ ห้องออกกำลังกาย ศูนย์ดูแลเด็กเล็ก ห้องสมุด มินิมาร์ท และรถรับส่งภายในโครงการ เป็นต้น
เงื่อนไขผ่อนชำระต่ำแค่ 3 พันบาทต่อเดือน ไม่ต่างจากอัตราค่าเช่าบ้าน หรืออพาร์ตเมนต์ในกรุงเทพฯ โครงการนี้จึงตั้งใจจับกลุ่มผู้ที่มีรายได้ต่อเดือนประมาณ 1-1.5 หมื่นบาท และยังไม่มีบ้านเป็นของตัวเอง
"จากสำนักงานสถิติแห่งชาติว่า ประมาณ 40% ของคนในกรุงเทพฯ หรือประมาณ 4.8 ล้านคน ยังไม่มีบ้านของตัวเอง ซึ่งถือเป็นลูกค้าคอนโดทาวน์ของเราได้ทั้งนั้น แต่แค่ 10% เราก็ผลิตไม่ทันแล้ว" โอภาสมั่นใจ
อย่างที่เขาพูดบ่อยๆ "ซื้อหรือเช่า ก็จ่ายเท่ากัน" แต่หากผู้ที่เคยต้องเสียเงินค่าเช่าบ้านนำเงินจำนวนนี้มาจ่ายให้กับ LPN สักวัน พวกเขาก็จะได้บ้านเป็นของตัวเอง แล้วนี่ก็คงจะทำให้ LPN กลายเป็นขวัญใจรากหญ้าเมืองกรุงที่จะกลายเป็นลูกค้ากลุ่มใหม่ได้ไม่ยาก
โครงการขนาดใหญ่เช่นนี้ หากบริหารจัดการชุมชนไม่ดี โครงการนั้นก็อาจถูกมองเป็น "สลัม" แต่โอภาสยืนยันหนักแน่นว่าจะไม่มีทางเกิดขึ้นในโครงการของ LPN
"เราไม่ได้เป็นแค่นักพัฒนาที่อยู่อาศัย แต่เป็นนักสร้างชุมชนที่มีคุณภาพชีวิต"
อันที่จริง บริการหลังการขายถือเป็นจุดแข็งและรากฐานสำคัญในความสำเร็จของ LPN ในวันนี้ และการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีภายในชุมชนคอนโดขนาดย่อมก็ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะ LPN ก็เคยพิสูจน์ให้เห็นมาแล้วในโครงการลุมพินี เซ็นเตอร์ แฮปปี้แลนด์ ที่ขนาด 1,340 ยูนิต
"การซื้อคอนโดไม่ใช่แค่การซื้อห้องเล็กๆ แต่ยังหมายถึงการซื้อคุณภาพชีวิตและชุมชน เพราะชีวิตชาวคอนโดไม่ใช่แค่การอยู่ในห้อง แต่ยังหมายถึงการมีสังคมภายในนั้น"
โอภาสพยายามขายมุมมองนี้ไปยังผู้ที่กำลังจะซื้อคอนโด เพราะเชื่อว่าชื่อเสียงเรื่องคุณภาพชีวิตในคอนโดและบริการหลังการขายของ LPN น่าจะได้เปรียบคู่แข่งอยู่หลายขุม
อย่างไรก็ดี หลังจาก 1 เดือนหลังเปิดการขาย "ลุมพินี คอนโด ทาวน์" รามคำแหง 43/1 บริษัทฯ ก็คงจะพอเดาได้ว่า แบรนด์น้องใหม่นี้จะกลายเป็นดาวรุ่งหรือไม่ และคอนโดระดับล่างจะ "ใช่" ศักราชใหม่ของ LPN จริงหรือเปล่า!?!
ถ้าคำตอบคือ "ใช่" โอกาสที่อภิมหาโครงการระดับหมื่นยูนิต ก็จะเกิดขึ้นภายในเวลา 2-3 ปี ก็มีแววชัดเจนมากขึ้น เช่นเดียวกับทิศทางของ LPN ภายใต้การนั่งเก้าอี้ M.D. ของโอภาสที่กำลังจะก้าวสู่ปีที่ 2
|
|
 |
|
|