Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน30 มกราคม 2550
หยุดซ่อมรันเวย์ผวาป่วนบิน ชง ครม.ย้ายใน ปท.กลับดอนเมือง             
 


   
www resources

โฮมเพจ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
โฮมเพจ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)

   
search resources

ท่าอากาศยานสากลกรุงเทพแห่งใหม่
ท่าอากาศยานไทย, บมจ.
Airport




สุวรรณภูมิไม่ไหวแล้ว นักบินแจ้งเศษทรายและหินจากการซ่อมรันเวย์จะส่งผลกระทบการขึ้นลงของเครื่องบิน “ต่อตระกูล” เผยต้องยุติการซ่อมทั้งหมด เร่งหาข้อสรุปวันที่ 9 ก.พ.นี้ “สนธิ ลิ้มทองกุล” ย้ำรัฐบาลต้องเร่งตัดสินใจเพื่อความปลอดภัย ก่อนที่สายการบินต่างชาติจะใช้เป็นเหตุผลไม่บินมาไทย ชี้คมนาคมสั่งย้ายสายการบินในประเทศมาไทยพิสูจน์ชัด แต่ยังอ้อมแอ้ม ด้าน “ธีระ”เตรียมชงครม. 6 ก.พ.นี้กลับมาใช้ดอนเมืองลดความแออัดในช่วงซ่อมแซม ยอมรับกังวลกระทบความปลอดภัยด้วย ไฟเขียวลงดาบโยกย้าย ผู้บริหารทุกหน่วยหลังชี้ชัด 4 เดือนผลงานไม่น่าพอใจ ด้าน"คิงเพาเวอร์"ออกโรงชี้แจงที่มาของเงิน 2พันล้านที่จ่ายผลตอบแทนให้ทอท.เป็นเงินจ่ายล่วงหน้า โอดครวญช่วง 4 เดือนยอดขายวูบ 1.2 พันล้านบาท

ปัญหาสนามบินสุวรรณภูมิเริ่มบานปลาย หลังจากพบรอยร้าว และ ทรุดทั้งทางขับหรือแท็กซี่เวย์ และ ทางขึ้น-ลงเครื่องบินหรือรันเวย์
ล่าสุด วานนี้(29ม.ค.) นายต่อตระกูล ยมนาค กรรมการ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือทอท. ในฐานะประธานทำงานแก้ปัญหารันเวย์สนามบินสุวรรณภูมิกล่าวว่า ขณะนี้จะต้องหยุดการซ่อมรันเวย์ทั้งหมดไว้ก่อน เนื่องจากนักบินได้แจ้งมาว่าเศษทรายและหินจากการซ่อมแซมรันเวย์จะส่งผลกระทบต่อเครื่องบินได้ขณะทำการขึ้น-ลง จากนี้ไปจะเร่งสรุปปัญหาเพื่อหาสาเหตุของรอยร้าวรันเวย์และจะสรุปภายในวันที่ 9 ก.พ.นี้ ซึ่งสาเหตุยังเป็น 4 ประเด็นหลัก คือ มาจากน้ำ การออกแบบ การบริหารจัดการ และทราย

หวั่นสายการบินต่างประเทศหนี

นายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ กล่าวในรายการ"ยามเฝ้าแผ่นดิน" วานนี้ถึงกรณีที่รมว.คมนาคมสรุปย้ายเที่ยวบินในประเทศที่ไม่ต่อเครื่องไปต่างประเทศไปใช้ที่สนามบินสุวรรณภูมิเสนอครม. 6 ก.พ.นี้ว่า อยากให้มองประเด็นเรื่องความปลอดภัยเป็นสำคัญ เพราะอุบัติเหตุเล็กๆเพียงครั้งเดียวเช่น เครื่องบินสไลด์ออกรันเวย์ ก็ทำให้ไทยเสียชื่อได้ ดังนั้นวันนี้หากสายการบินคาเธ่ย์แปซิฟิกตัดเส้นทางเที่ยวบินมาไทยเพราะคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้โดยสารเหมือนเมื่อครั้งที่เกิดโรคซาร์สแล้วยกเลิกเที่ยวบินไปฮ่องกงก็เป็นไปได้ ทำให้ไทยเสียโอกาส หากไทยย้ายไปใช้สนามบินดอนเมืองแทนก็ไม่ทำให้เสียประโยชน์แต่อย่างใด

เมื่อทำการปิดสนามบินสุวรรณภูมิแล้ว ก็ตั้งผู้เชี่ยวชาญที่เป็นกลางเพื่อตรวจสอบโครงสร้างพื้นฐานอย่างละเอียดทั้งรันเวย์ เท็กซี่เวย์และอาคารผู้โดยสาร อาจใช้เวลา 6-8 เดือน แล้วนำผลสรุปว่าซ่อมได้หรือไม่ หากซ่อมได้จะเสียค่าใช้จ่ายเป็นเงินเท่าไร เปรียบเทียบกับค่าใช้จ่ายในการลงทุนขยายดอนเมืองแทน และหากมีการซ่อมบำรุงแล้ว ผู้รับเหมาสามารถรับประกันว่าจะไม่มีการเสียหายเป็นเวลา 15-20 ปี หรือไม่

ทั้งนี้ ตนเห็นว่าการปิดสนามบินสุวรรณภูมิไม่ได้ทำให้ประเทศไทยเสียชื่อแต่อย่างใด แต่น่าจะได้รับคำชมมากกว่า เพราะเราคำนึงถึงความปลอดภัย ซึ่งวันนี้สนามบินสุวรรณภูมิยังไม่ได้รับการต่อใบอนุญาตจากกรมขนส่งทางอากาศ และเป็นสนามบินที่มีมาตรฐานไม่ครบตามที่ICAOกำหนด ซึ่งบริษัทประกันจะไม่รับประกันเครื่องบินของสายการบินหากเกิดอุบัติขึ้นรวมถึงการบินไทยด้วย

ส่วนกรณีที่ให้ย้ายเฉพาะเที่ยวบินในประเทศที่ไม่ต่อเครื่องไปต่างประเทศไปดอนเมืองแบบสมัครใจนั้น ก็ยังไม่รู้ว่าสายการบินใดจะย้ายไปใช้ดอนเมือง เพราะไทยแอร์เอเชียก็อาจไม่ไป ส่วนการบินไทยก็มีเที่ยวบินในประเทศแล้วต่อไปต่างประเทศเช่นกัน

ชง ครม. 6 ก.พ.ย้ายกลับดอนเมือง

วันเดียวกันนี้ พล.ร.อ.ธีระ ห้าวเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังการประชุมการใช้ประโยชน์สนามบินดอนเมือง ร่วมกับ นายสรรเสริญ วงศ์ชะอุ่ม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเช่น กรมการขนส่งทางอากาศ (ขอ.) บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือทอท. วานนี้ (29 ม.ค.) ว่า ที่ประชุมได้ข้อสรุปร่วมกันว่า จะมีความจำเป็นต้องย้ายเที่ยวบินภายในประเทศที่ไม่ต่อกับเที่ยวบินระหว่างประเทศจากสนามบินสุวรรณภูมิกลับมาใช้สนามบิน ดอนเมือง โดยให้เป็นความสมัครใจของแต่ละสายการบินในการใช้สนามบินดอนเมือง ทั้งนี้ เพื่อให้ผู้โดยสารได้รับความสะดวกที่สุด โดยจะเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 6 ก.พ. 2550 นี้

โดยหลังจากคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบแล้วคาดว่าจะต้องใช้เวลาในการแจ้งไปยังสายการบินต่างๆ และให้ทอท. เตรียมพื้นที่สนามบินดอนเมืองสำหรับรองรับการให้บริการดังกล่าวประมาณ 45 วัน – 2 เดือน ส่วนจะเป็นการกลับไปใช้สนามบินดอนเมืองเป็นการถาวรหรือชั่วคราวนั้นยังไม่สามารถตอบได้ในขณะนี้ ซึ่งสาเหตุของการย้ายเที่ยวบินภายในประเทศที่ไม่มีการต่อไปยังต่างประเทศมาใช้ดอนเมืองนั้น เนื่องจาก ปัญหาของสนามบินสุวรรณภูมิทั้งเรื่อง รอยร้าวแท็กซี่เวย์ รันเวย์ หลุมจอด สะพานเทียบเครื่องบินชำรุด อาคารผู้โดยสาร ซึ่งการซ่อมแซมจะทำให้เกิดความแออัด ดังนั้นการย้ายมาใช้ดอนเมืองบางส่วนจะทำให้ลดความแออัดลงได้ประมาณ 30% โดยค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเป็นความรับผิดชอบของสายการบินเพราะไม่ได้บังคับใดๆ ขึ้นกับความสมัครใจ รวมถึงสายการบินต้นทุนต่ำหากจะย้ายมาก็ต้องเป็นเที่ยวบินภายในประเทศที่ไม่มีการต่อไปต่างประเทศ

“ปัญหาของสุวรรณภูมิน่าเป็นห่วงโดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย ทั้งอาคารผู้โดยสาร แท็กซี่เวย์ รันเวย์ มีออกมาทุกวัน ซึ่งผมมีทีมเจ้าหน้าที่คอยตรวจสอบอยู่ตลอด เช่นกรณีที่ท่อประปารั่ว ได้รับรายงานด้วยวาจาว่า เป็นจุดข้อต่อ แต่สาเหตุยังไม่แน่ชัด ซึ่งเป็นไปได้หลายอย่าง ช่างอาจจะต่อไว้ไม่ได้ หรือมีการแกล้งกันก็ได้ ”พล.ร.อ.ธีระกล่าว

ด้านนายชัยศักดิ์ อังค์สุวรรณ อธิบดีกรมการขนส่งทางอากาศ (ขอ.) กล่าวว่า หลังจากนี้จะสรุปรวบรวมข้อมูลเพื่อนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ซึ่งเหตุผลสำคัญเป็นผลมาจากปัญหาที่เกิดขึ้นภายในสนามบินสุวรรณภูมิ ทำให้ขีดความสามารถในการรองรับและให้บริการผู้โดยสารลดลง และจำเป็นจะต้องมีการปิดซ่อมแซมบางส่วน จึงต้องการใช้สนามบินดอนเมืองในการบรรเทาปัญหาและความแออัดที่สนามบินสุวรรณภูมิ ส่วนแผนในระยะยาวนั้นจะต้องมีการพิจารณาหาข้อสรุปอีกครั้ง ภายหลังจากที่สนามบินสุวรรณภูมิได้ดำเนินการปรับปรุงแก้ไขจนเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว

เรืออากาศโทอภินันทน์ สุมนะเศรณี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การบินไทยพร้อมที่จะย้ายเที่ยวบินกลับมาใช้ที่สนามบินดอนเมือง ทุกเส้นทาง แต่เส้นทางหลักที่มีนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่ต้องการเชื่อมต่อเที่ยวบิน เช่น กรุงเทพ-เชียงใหม่- ภูเก็ต –กระบี่ การบินไทยจะยังคงไว้ที่สนามบินสุวรรณภูมิด้วย โดยยอมรับต้นทุนในการปฎิบัติการของการบินไทยจะสูงขึ้นแต่ยังไม่สามารถบอกตัวเลขได้โดยจะเร่งประชาสัมพันธ์ให้ผู้โดยสารทราบเพื่อไม่ให้เกิดความสับสน นอกจากนี้ยังต้องการขอให้ทอท.ใช้อาคารภายในประเทศของดอนเมืองสำหรับให้บริการผู้โดยสารภายในประเทศแทนการใช้อาคาร 1 ระหว่างประเทศ เนื่องจากผู้โดยสารจะได้รับความสะดวกมากกว่า

นายทัศพล แบเลเว็ลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินไทยแอร์เอเชียกล่าวว่า หากให้ย้ายกลับมาเฉพาะภายในประเทศ ทางไทยแอร์เอเชียไม่สามารถย้ายกลับมาได้ เนื่องจากต้องใช้เครื่องบินหมุนเวียนทั้งเส้นทางภายในประเทศและระหว่างประเทศไม่สามารถแบ่งการบริการบางส่วนกลับมาที่สนามบินดอนเมืองได้ เพราะต้องมีฐานปฏิบัติการอยู่ในที่เดียวกัน

นายพินิจ สาหร่ายทอง ผู้อำนวยการท่าอากาศยานดอนเมือง กล่าวว่า พร้อมรองรับเที่ยวบินที่จะกลับมาใช้ดอนเมืองหากเร่งด่วนสามารถใช้เวลา 2 สัปดาห์ก็กลับมาใช้ได้ แต่ถ้าจะให้มีความปลอดภัย และความสะดวกต้องใช้เวลา 45 วันเนื่องจากต้องปรับพื้นผิดรันเวย์ฝั่งตะวันตกหรือฝั่งถนนวิภาวดี-รังสิตให้เรียบก่อน เนื่องจากพื้นผิวเป็นลูกคลื่น

ดอนเมืองรับได้ 16 ล้านคนต่อปี ใช้เงินปรับปรุง 66.248 ล้านบาท

แหล่งข่าวจาก ทอท. กล่าวว่า การที่กระทรวงคมนาคมมีมติชัดเจน ทางบอร์ดทอท.ก็พร้อมที่จะดำเนินการต่อ ซึ่งที่ผ่านมา ทอท.ได้มีการแผนรองรับไว้แล้ว ซึ่งในการประชุมบอร์ดเมื่อวันที่ 25 ม.ค.2550 ยังไม่ได้มีการพิจารณารับทราบเรื่องนี้ คาดว่าจะมีหยิบยกขึ้นมาเสนอต่อที่ประชุมบอร์ดเป็นวาระเพื่อทราบ ในการประชุมบอร์ดวันที่ 1 ก.พ.2550 นี้ ซึ่งแผนปฏิบัติการที่ทอท.เสนอประกอบด้วยแผนปฏิบัติ 7 แผน ดำเนินการภายใน 45 วัน หลังจากที่คณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบแล้ว ใช้วงเงินรวม 66.248 ล้านบาท พร้อมกับเสนอขอเพิ่มอัตรากำลังพนักงาน 23 อัตราและลูกจ้างชั่วคราว 151 อัตรา

แหล่งข่าวจากบอร์ด ทอท.กล่าวว่า แผนหลักเป็นการเตรียมความพร้อมของสนามบินดอนเมือง ซึ่งจะต้องมีการปรับปรุงพื้นที่ภายในอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ อาคาร 1 ซึ่งมีสิ่งอำนวยความสะดวกและระบบเครือข่ายเพื่อใช้ในการปฏิบัติการของสายการบินและผู้ประกอบการบินไว้อยู่แล้ว โดยมีขีดความสามารถรองรับผู้โดยสารได้ถึง 16 ล้านคนต่อปี ซึ่งจะต้องมีการปรับปรุงการใช้งานของพื้นที่ภายในให้สอดคล้องกับรูปแบบการจราจรทางอากาศ ได้แก่ ปรับปรุงอาคาร รื้อถอนและปรับพื้นที่เช่าที่กีดขวางทางเดินของผู้โดยสาร แก้ไขป้ายบอกทาง และทาสีอาคาร เตรียมอุปกรณ์รักษาความปลอดภัย รวมไปถึงการจัดหาผู้ประกอบการให้บริการเชิงพาณิชย์ .จัดหาผู้ประกอบการให้ บริการขนส่งสาธารณะ

ไฟเขียวโยกย้ายบิ๊ก ทอท. ไม่พอใจผลงาน 4 เดือน

พล.ร.อ.ธีระ กล่าวว่า ได้ให้นโยบายกับทุกหน่วยงานรวมถึงทอท.แล้วว่า การทำงานจะต้องพิจารณาถึงเรื่องคนด้วย ซึ่งการโยกย้ายต่างๆ จะต้องคำนึงถึงคุณธรรม และต้องให้ได้บุคคลที่เหมาะสมมีความซื่อสัตย์ สุจริต และทำงานให้เดินหน้าไปได้ ดูว่าหากทำงานไม่ได้ หรืองานไม่เดินหน้าก็ควรปรับเปลี่ยน ไม่ได้หมายถึงจะมีการล้างบาง หรือยกเครื่องกันใหม่ หากเป็นเช่นนั้นก็คงไม่ต้องทำอะไรกันเพราะมัวแต่ยุ่งเรื่องย้าย ส่วนทอท.นั้น จากผลงาน 4 เดือนที่ผ่านมายอมรับว่ายังไม่น่าพอใจและต้องมีการปรับเปลี่ยน โดยเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการที่มีพล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบกเป็นประธาน

สำหรับกรณีสัญญาของบริษัท คิงเพาเวอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด นั้น พล.ร.อ.ธีระกล่าวว่า ในรายละเอียดไม่ทราบแต่ในหลักการต้องดูในแง่กฎหมายว่าถูกต้องหรือไม่ หากพบว่าไม่ได้ทำตามสัญญาชัดเจนก็ถือว่าผิด ทุกอย่างต้องดูตามสัญญาเป็นหลัก

คิงเพาเวอร์ชี้แจงเงิน 2 พันล้าน

วานนี้ ( 29 ม.ค. ) นายวิชัย รักศรีอักษร ประธานกรรมการบริหาร บริษัท คิงเพาเวอร์ เจ้าของสัมปทานร้านค้าปลอดภาษีในสนามบินสุวรรณภูมิ และนายจุลจิตต์ บุณยเกตุ รองประธานกรรมการบริษัท นายสมบัติ เดชาพานิชกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท กล่าวชี้แจงถึงปัญหาของเงิน 2 พันล้านบาทที่เสนอให้เป็นจ่ายล่วงหน้าให้กับบมจ.ท่าอากาศยานไทย (ทอท.) ว่าเป็นเงินตามเงื่อนไขข้อเสนอของบริษัทในการเสนอเงื่อนไขการประมูลกับคู่แข่งขันในตอนแรก โดยเสนอให้ล่วงหน้า 2 ปีเป็นเงินกว่า 2 พันล้านบาท

“ บริษัทเอาเงินอนาคตมาจ่ายให้ล่วงหน้า เพื่อแสดงให้เห็นถึงความพร้อมในการที่จะเข้าไปพัฒนาท่าสุวรรณภูมิ และยืนยันถึงฐานะการเงิน ซึ่งข้อเสนอด้านราคานี้จะเป็นประโยชน์ต่อ ทอท.สูงสุดและเงินดังกล่าวนี้ได้รับการสนับสนุนมาจากธนาคารไทยพาณิชย์”นายวิชัย กล่าว

ทอท.ขอวัดพื้นที่คิงเพาเวอร์อีกครั้ง

สำหรับปัญหาของพื้นที่ในสุวรรณภูมิ นายวิชัย กล่าวว่าพื้นที่กิจกรรมเชิงพาณิชย์ตามสัญญา 20,000 ตรม. แต่พื้นที่จริงปัจจุบัน 21,065 ตรม. โดยคิดค่าตอบแทนตามสัญญาขั้นต่ำปีที่ 1 1,431 ล้านบาท พื้นที่จริง 1,507 ล้านบาท ตามข้อเท็จจริงตามหลักสากลทั่วไปนั้น หากการก่อสร้างมีพื้นที่เพิ่มเติมขึ้นมานั้นจะทำสัญญาต่อท้าย

“ในส่วนที่เราจะเข้าพื้นที่ต้องเสนอและขออนุญาตจากทอท. มีหนังสือตอบอย่างเป็นทางการเพื่อเข้าดำเนินการจึงจะทำได้ ซึ่งบางคนพูดแบบใช้อารมณ์ และให้ปรับพื้นที่บางส่วน ซึ่งถ้าเป็นการปิดบังพื้นที่และรื้อออกแล้วเป็นประโยชน์กับทอท.ก็พร้อมจะทำ ซึ่งทุกวันนี้เราลงทุนมาแล้ว 2 หมื่นล้านบาทจึงต้องการความชัดเจน”นายวิชัย กล่าว

ทั้งนี้การเข้าขอใช้พื้นที่ดังกล่าวในสุวรรณภูมินั้นทางบริษัทต้องขออนุญาตจากทอท.ทุกครั้ง และล่าสุดทางท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้มีหนังสือขอให้ทำการวัดพื้นที่ประกอบกิจการร้านค้าปลอดอากร ที่ท่าอากาศสุวรรณภูมิอีกครั้ง เมื่อวันที่ 24 มกราคม ที่ผ่านมา โดยทาง ทอท.จะส่งผู้แทนของบริษัท ทำการวัดพื้นที่ประกอบกิจการอีกครั้งหนึ่งเพื่อความโปร่งใส จึงได้เชิญสมาคมสถาปนิกสยาม มาเป็นคนกลางในการวัดพื้นที่ร่วมกับผู้แทนของ ทอท.และผู้แทนของบริษัทอีกครั้งหนึ่ง

“ซัพพลายเออร์"ใหญ่เริ่มหวั่นไหว

นายจุลจิตต์ กล่าวว่าปัญหาที่เกิดขึ้นในเรื่องการเงินสร้างความสับสนให้กับกลุ่มพันธมิตรของคิงเพาเวอร์ ทำให้บริษัทมีภาพลักษณ์และภาพพจน์ที่ไม่ดี เสียหายในเชิงธุรกิจ ตอนนี้ต้องยอมรับว่าปัญหาที่เกิดขึ้นจากสนามในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมามีแต่ข่าวร้ายไม่มีข่าวดีเลย คิงเพาเวอร์ตกเป็นจำเลยของสังคม จึงต้องออกมาชี้แจงให้ทราบข้อเท็จจริง

“ทุกเรื่องที่ไม่ดีลงที่คิงเพาเวอร์ ปัญหาระบบต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในสุวรรณภูมินั้นเป็นหน้าที่ของ ทอท.แต่เขาไม่แก้ไข และรัฐบาลที่ผ่านมาก็เร่งให้เปิดสนามบิน หลายคนยังไม่เชื่อว่าจะสามารถเปิดได้ เมื่อมีปัญหาจึงเป็นหน้าที่ของทอท.”

นายวิชัย กล่าวว่า บริษัทได้ดึงพันธมิตรทางการค้าเข้ามาโดยเฉพาะสินค้าแบรนด์เนมเพื่อต้องการพัฒนาให้สุวรณภูมิเป็นศูนย์กลางของช็อปปิ้ง และใช้ความพยายามที่จะโน้มน้าวให้เข้ามา แต่เมื่อเข้ามาแล้ว เกิดความสับสนในนโยบายและปัญหาต่าง ๆ เกิดขึ้นจึงเริ่มหวั่นไหว และต้องการความชัดเจน ซึ่งตอนนี้ยังไม่มีรายใดถอนตัว มีแต่การสอบถามเพื่อต้องการความชัดเจน

ยอดขายคิงเพาเวอร์ตก

นายวิชัย กล่าวถึง ยอดขายในช่วง 4 เดือนที่เปิดสนามบินสุวรรณภูมิ ปรากฏว่ามียอดขายหายไป 1,200 ล้านบาท ซึ่งเป็นสาเหตุจากหลายปัจจัยเช่น การเมือง นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาน้อยลงและปัญหาของสุวรรณภูมิที่นักท่องเที่ยวไม่มั่นใจว่ามีความปลอดภัย เรื่องนี้ทอท.ต้องเป็นผู้ดำเนินการ

“ตอนนี้แผนล่วงหน้าของบริษัทยังไม่มีความชัดเจน รวมถึงแผนโฆษณาประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ เพราะยังไม่มีความมั่นคงและชัดเจน จึงอยากขอความเป็นธรรมจากผู้เกี่ยวข้อง เพราะในแต่ละปีคิงเพาเวอร์นำรายได้เข้าประเทศปีละหลายแสนล้านบาทจากนักท่องเที่ยว และส่งรายได้ให้รัฐปีละหลายหมื่นล้านบาท”

ปชป.เสนอ 7 ยุทธศาสตร์พัฒนา 2 สนามบิน

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตนได้เดินทางไปยื่นหนังสือเพื่อเสนอ 7 ยุทธศาสตร์การพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และสนามบินดอนเมืองแนวใหม่ให้กับ พล.ร.อ.ธีระ ห้าวเจริญ รมว.คมนาคม พิจารณา โดยคมนาคมต้องเร่งตัดสินใจเกี่ยวกับอนาคตของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิให้เสร็จสิ้นก่อนเดือนมี.ค.นี้ ไม่เช่นนั้นจะมีผลกระทบร้ายแรงของสถานะการเป็นฮับในภูมิภาคเอเชีย เพราะปัญหาจากการใช้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิขณะนี้เริ่มลุกลามไปสู่การขึ้นลงของเที่ยวบินทั้งเส้นทางในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะปัญหาที่มาจากการซ่อมทางรันเวย์และแท็กซี่เวย์ที่ร้าว

ซึ่งปัญหารันเวย์และแท็กซี่เวย์ร้าวนั้น ได้เคยเสนอให้รัฐบาลชุดที่แล้วพิจารณาแก้ไขก่อนเปิดใช้ในเดือนก.ย.49 แต่ไม่ได้รับการแก้ไขจนทำให้เกิดปัญหาขณะนี้

สำหรับ 7 ยุทธศาสตร์ที่พรรคประชาธิปัตย์เสนอ ประกอบด้วย

1.ให้ทอท.กำหนดยุทธศาสตร์ท่าอากาศยานใหม่โดยให้เปิดใช้ทั้งท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและสนามบินดอนเมือง เพราะจะทำให้ไทยมีขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารได้ทันทีถึง 80 ล้านคนต่อปี แบ่งเป็นที่สุวรรณภูมิ 45 ล้านคน และดอนเมือง 35 ล้านคน

2.ให้มีการผลักดันใช้สนามบินดอนเมืองเป็นฮับ และฐานที่ตั้งสายการบินต้นทุนต่ำหรือโลว์คอสต์ของเอเชีย-แปซิฟิก เนื่องจากที่ผ่านมา ไม่มีท่าอากาศยานใดในแถบเอเชียตั้งเป้าหมายเป็นท่าอากาศยานสำหรับโลว์คอสต์ และเห็นว่า ทอท.ควรสร้างแรงจูงให้โลว์คอสต์ที่มีแนวโน้มเติบโตมาตั้งสำนักงานใหญ่หรือสำนักงานภูมิภาคไว้ที่ท่าอากาศยานกรุงเทพ โดยควรเสนออัตราค่าธรรมเนียม ค่าบริการและค่าเช่าถูกกว่าปกติ เพื่อเป็นแรงจูงใจ

3.ให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เร่งรัดสร้างรถไฟฟ้าด่วนจากดอนเมือง-สุวรรณภูมิ หรือแอร์พอร์ตลิงค์ ซึ่งจะทำให้ใช้เวลาเดินทางเพียง 15 นาที

4.ทอท.ควรกำหนดให้สนามบินดอนเมืองบริการเที่ยวบินในประเทศ และเที่ยวบินเช่าเหมาลำ รวมถึงโลว์คอสต์

5.ควรเปิดดอนเมืองเป็นแบบ 24 ชั่วโมง เพราะหากสนามบินใดเกิดปัญหาก็จะมีอีกสนามบินให้บริการตลอด

6.การเปิดใช้ดอนเมืองจะช่วยชะลอไม่ให้ไทยก่อหนี้ผูกพันไม่น้อยกว่า 300,000 ล้านบาท ในระยะ 5 ปีข้างหน้า (ปี 2550-54) ในการขยายท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพราะจะมีศักยภาพรองรับผู้โดยสารได้ปีละ 80 ล้านคน แต่หากใช้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเพียงแห่งเดียวจะต้องลงทุนก่อสร้างรันเวย์ใหม่อีก 2 รันเวย์ รวมถึงอาคารที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ สามารถรองรับผู้โดยสารเพียง 45 ล้านคนต่อปี

และ 7.การกลับมาใช้ดอนเมืองจะทำให้ ทอท.สามารถปรับปรุงรันเวย์และแท็กซี่เวย์ และการปรับแก้ให้เป็นไปตามรูปแบบการก่อสร้างที่วางไว้แต่แรก พร้อมแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ในเรื่องความสะดวกสบายแก่ประชาชนและการใช้พื้นที่เชิงพาณิชย์ รวมถึงการแก้ไขปัญหาระบบอากาศไอที และอื่น ๆ เพื่อทำให้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิกลับมาเป็นฮับของเอเชีย   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us