แม้จะเข้ามาทำงานในฐานะตัวแทนของบรรษัทเงินทุนระหว่างประเทศ (International
Finance Corporation : IFC) อยู่ในประเทศไทยมาก่อนแล้ว แต่การที่ IFC ได้ยกระดับสำนักงานกรุงเทพฯ
ขึ้นเป็นศูนย์ประจำภาคพื้นเอเชียตะวันออกที่สำคัญ เมื่อกลางเดือนมกราคมที่ผ่านมา
จึงถือได้ว่าบทบาทของ Michael J. Higgins ในฐานะผู้จัดการประจำประเทศไทย
ของ IFC ได้ถูกเพิ่มความสำคัญมากขึ้น
"ความมีชื่อเสียงที่ดีเยี่ยมของประเทศไทย และสถานที่ตั้งที่เป็นศูนย์กลางในทวีปเอเชีย
และความมีประสิทธิภาพที่ดี จึงเป็นปัจจัยที่ทำให้เราเลือกประเทศไทยเป็นที่ตั้งของ
IFC ในเอเชีย" Michael Higgins กล่าวถึงเหตุผล ในพิธีเปิดสำนักงานอย่างเป็นทางการ
Michael Higgins มีพื้นฐานความรู้หลากหลายสาขา ขณะเดียวกันเขาก็มีประสบการณ์การทำงานในสถาบันการเงินระหว่างประเทศหลายแห่ง
ก่อนหน้าจะเข้ามาร่วมงานกับ IFC
Higgins จบปริญญาตรีศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาเศรษฐ ศาสตร์ จากวิทยาลัยเดอะ
โฮลี่ ครอส ปริญญาโทบริหารธุรกิจ จากมหาวิทยาลัยชิคาโก ปริญญาโทวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต
(สาขาเศรษฐศาสตร์) จากภาควิชาเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยลอนดอน รวมทั้งปริญญาดุษฎีบัณฑิตด้านกฎหมาย
จากมหา วิทยาลัยกฎหมายเวอร์จิเนีย นอกจากนี้เขายังเป็นสมาชิกสภาทนายความของเวอร์จิเนียด้วย
เขาเริ่มต้นทำงานในธนาคาร Chase Manhattan โดยประจำอยู่ทั้งในกรุงลอนดอน
และนิวยอร์ก ในตำแหน่งต่างๆ ในฝ่ายสินเชื่อ และพลังงาน ก่อนที่จะดำรงตำแหน่งกรรมการ
ผู้จัดการ ของกลุ่มสถาบันการเงิน หลังจากนั้นได้ย้ายมาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนให้กับ
Federal Home Loan Bank System ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. และผู้จัดการประเทศของ
KPMG Barents Group ในรัสเซีย มีหน้าที่รับผิดชอบการฝึกอบรมนักการธนาคารของรัสเซีย
ก่อนเข้าร่วมงานกับ IFC ในเดือนเมษายน 2541
ตำแหน่งใน IFC ของ Higgins เริ่มต้นจากผู้เชี่ยวชาญด้านการธนาคาร ในฝ่ายตลาดเงินตลาดทุนส่วนกลาง
ก่อนที่จะย้ายมาประจำสำนักงานกรุงเทพฯ เพื่อทำหน้าที่ดูแลการลงทุนด้านการธนาคารในภาคพื้นเอเชียตะวันออก
การยกระดับสำนักงานในกรุงเทพฯ ขึ้นเป็นศูนย์ประจำภาคพื้นแห่งใหม่ครั้งนี้
Higgins ให้ความหมายว่า IFC ได้เพิ่มความสำคัญกับบทบาทของสำนักงานแห่งนี้มากขึ้น
โดย IFC จะเพิ่มผู้เชี่ยวชาญเข้ามาประจำยังสำนักงานแห่งนี้ขึ้นอีก 4 สาขา
ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านตลาดเงิน ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพและการศึกษา ผู้เชี่ยวชาญด้านโครงสร้างพื้นฐานและพลังงานไฟฟ้า
และผู้เชี่ยวชาญการปฏิบัติการพิเศษ ที่จะเน้นเรื่องการปรับ โครงสร้างหนี้
นอกจากนี้ ยังจะมีการเพิ่มเจ้าหน้าที่ที่มีความเชี่ยวชาญ ซึ่งเป็นคนท้องถิ่นให้มากขึ้น
รวมทั้งเพิ่มพื้นที่สำนักงานขึ้นอีก 2 เท่าตัว เพื่อรองรับเจ้าหน้าที่ที่จะเพิ่มขึ้นดังกล่าว
สำหรับภารกิจแรก ที่จะทำในปีนี้ Higgins บอกว่ามี 2 ประการด้วยกัน คือการช่วยเหลือธนาคารพาณิชย์ของไทยในการปรับโครงสร้างหนี้
รวมถึงการช่วยเหลือธนาคารพาณิชย์ทางด้านการระดมทุน เพราะเป็นช่วงที่ตราสารการเงินประเภทสลิป
และแคปส์ ที่ธนาคารหลายแห่งออกมาในช่วงที่เกิดวิกฤติเศรษฐกิจ ใกล้ครบกำหนดไถ่ถอน
ในปีนี้ คงจะได้เห็นชื่อของ Michael Higgins ในฐานะ ผู้จัดการประเทศไทยของ
IFC ปรากฏเป็นข่าวตามหน้าหนังสือ พิมพ์เศรษฐกิจบ่อยครั้งขึ้น