|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
ลาวเอเชี่ยนบอนด์เจอโรคเลื่อนอีกรอบหลังกนง.ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงอีก 0.25% ระบุขอทบทวนแผนอีกครั้งหลังแนวโน้มผลตอบแทนลด คาดอาจเปิดขายได้ในช่วงไตรมาส 2 ของปีนี้ เชื่อไม่กระทบแผนก่อสร้างเขื่อนน้ำงึม 2 เพราะรัฐบาลลาวใช้แหล่งเงินทุนจากหลายที่ พร้อมปรับแผนระดมทุนใหม่โดยออกพันธบัตรระยะสั้นมากขึ้นลดต้นทุนทางการเงิน
นายอภิชัย บุญธีรวร กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย(ธสน.) หรือเอ็กซิมแบงก์ เปิดเผยว่า หลังจากที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ประกาศลดดอกเบี้ยซื้อคืนพันธบัตรระยะเวลา 1 วัน (อาร์พี 1วัน) ลงจาก 4.9375 % เหลือ 4.75 % ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยทุกประเภทในตลาดมีแนวโน้มปรับตัวลดลง ซึ่งการประกาศปรับลดดอกเบี้ยนโยบายดังกล่าวส่งผลให้เอ็กซิมแบงก์ต้องทบทวนการออกพันธบัตรลาวเอเชี่ยน บอนด์ของทางรัฐบาลลาวออกไปก่อนจากเดิมที่มีกำหนดจะออกพันธบัตรดังกล่าวในไตรมาสแรกของปีนี้ โดยทางเอ็กซิมแบงก์ต้องประเมินผลกระทบที่เกิดขึ้นทั้งในแง่ของผลตอบแทนพันธบัตรและอายุของพันธบัตรที่ออกขายในครั้งนี้ด้วย
“เดิมเราตั้งใจจะเปิดขายพันธบัตรให้เสร็จภายในไตรมาสแรกของปีนี้ แต่เมื่อมีการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายแล้วทำให้อัตราตอบแทนพันธบัตรทุกประเภทปรับตัวลดลงไปด้วย ดังนั้นเอ็กซิมแบงก์จะต้องขอทบทวนการออกพันธบัตรลาวเอเชี่ยนบอนด์อีกครั้ง โดยคาดว่าหากไม่มีปัจจัยลบด้านอื่นมากระทบน่าจะเปิดขายพันธบัตรชุดนี้ได้ภายในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้” นายอภิชัยกล่าว
ทั้งนี้ แผนการขายพันธบัตรลาวเอเชี่ยนบอนด์นั้นเพื่อใช้ระดมทุนในการก่อสร้างเขื่อนน้ำงึม 2 จะเปิดขายพันธบัตรเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 1,500 ล้านบาท เป็นการขายแบบเฉพาะเจาะจง(Private Placement : PP) ให้กับนักลงทุนสถาบันจำนวน 10 รายส่วนใหญ่เป็นบริษัทประกันภัย ประกันชีวิตและธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศ โครงการนี้รัฐบาลลาวลงทุนร่วมกับภาคเอกชนต่างประเทศ โดยมูลค่าที่รัฐบาลลงทุนมีมูลค่า 2,300 ล้านบาท ออกขายเป็นพันธบัตร 1,500 ล้านบาทและกู้จากธสน. 800 ล้านบาท
โดยความร่วมมือลาว-ไทยในการพัฒนาตลาดพันธบัตรเอเชียหรือเอเชียบอนด์ ลาวจะได้ประโยชน์จากการมีเงินทุนที่ต้นทุนไม่สูงในการพัฒนาโครงการที่ช่วยในการพัฒนาประเทศ พัฒนาตลาดเงินตลาดทุน และเตรียมการสำหรับการระดมทุนในอนาคต และสร้างประสบการณ์ในการออกพันธบัตรในประเทศเพื่อนบ้าน และเริ่มมีการทำการจัดอันดับความน่าเชื่อถือให้แก่รัฐบาลลาวหรือหน่วยงานของรัฐบาลลาวในฐานะผู้ออกพันธบัตร เพื่อส่งเสริมในการออกพันธบัตรของลาวให้เป็นที่รู้จักในตลาดต่างประเทศในระยะยาว
ขณะที่ประเทศไทยจะได้รับประโยชน์จากการที่ได้สร้างพันธบัตรรูปแบบใหม่ สร้างความหลากหลายให้ตลาดพันธบัตรไทย ช่วยพัฒนาตลาดพันธบัตรเอเชีย รวมทั้งช่วยเหลือและสร้างความสัมพันธ์อันดีกับประเทศเพื่อนบ้านให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ซึ่งขณะนี้มีการศึกษาการออกพันธบัตรเพื่อใช้ในโครงการเขื่อนน้ำงึม 2 เป็นโครงการแรก
“การเลื่อนเปิดขายพันธบัตรในครั้งนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อโครงการสร้างเขื่อนน้ำงึม 2 แต่อย่างใด เนื่องจากโครงการนี้รัฐบาลลาวได้ใช้เงินกู้จากสถาบันการเงินหลายแห่ง การออกพันธบัตรเป็นเพียงส่วนหนึ่งของโครงการเท่านั้นและใช้ในช่วงท้ายของโครงการจึงไม่น่าจะมีปัญหาต่อโครงการแต่อย่างใด” นายอภิชัยกล่าว
ปรับวิธีลดต้นทุนดอกเบี้ย
การลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายนอกจากผลกระทบจากการออกพันธบัตรลาวเอเชี่ยนบอนด์ในครั้งนี้แล้วยังส่งผลให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยของเอ็กซิมแบงก์มีแนวโน้มลดลงตามไปด้วยซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผลการดำเนินงานและการประเมินผลงานของรัฐวิสาหกิจได้ แต่ทางเอ็กซิมแบงก์ก็หาทางออกในเรื่องนี้โดยจะหันมาระดมทุนจากเดิมที่เน้นการออกพันธบัตรระยะยาวมาเป็นการออกพันธบัตรระยะสั้นแทน
“แม้ว่าเราจะเป็นธนาคารเฉพาะกิจของรัฐแต่ก็ต้องอยู่รอดให้ได้ ซึ่งวิธีแก้ปัญหาส่วนต่างดอกเบี้ยที่ลดลงนั้นเราคงปรับวิธีการระดมเงินทุนใหม่โดยหันมาออกพันธบัตรระยะสั้นเพื่อให้ต้นทุนถูกลง ซึ่งในขณะนี้ฟิทช์เรตติ้งยังให้อันดับเครดิตพันธบัตรของเอ็กซิมไว้ที่ AAA แต่หลังจากทิศทางอัตราดอกเบี้ยเปลี่ยนไปยังไม่รู้ว่าจะมีการปรับอันดับเครดิตอีกครั้งหรือไม่” นายอภิชัยกล่าว
|
|
 |
|
|