|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
จับตาการขับเคลื่อนครั้งใหม่ของมือถือ "ซัมซุง" หลังปรับตัวครั้งใหญ่ในช่วงปีที่ผ่านมา ขอกลับมาทวงความยิ่งใหญ่ในตลาดมือถือไทยปี 2550 ด้วยการปรับกลยุทธ์ทั้งเชื่องโปรดักส์ที่เพิ่มความหลากหลายในแต่ละแซกเมนต์ ช่องทางการจัดจำหน่าย "ซิงเกิล แบรนด์" ครั้งแรก พร้อมขยายชอปที่จะตอกย้ำผลิตภัณฑ์ซัมซุงให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากยิ่งขึ้น
นับตั้งแต่ช่วงปี 2549 ซัมซุง โมบาย ถือได้ว่าเป็นช่วงเวลาแห่งการปรับเปลี่ยนครั้งใหญ่ โดยเฉพาะโครงสร้างการบริหารงานภายใน จนได้คนที่เข้ามากุมบังเหียนเป็นแม่ทัพมือถือช่วงปลายปที่ผ่านมา ด้วยการดึง กิตติพงศ์ กนกวิไลรัตน์ จากบริษัท เจมาร์ท จำกัด(มหาชน) เข้ามาดูแลธุรกิจซัมซุง โมบาย ในตำแหน่งผู้จัดการทั่วไป ธุรกิจโทรคมนาคม
และหลังจากที่มีการเปิดตัวกิตติพงศ์ เขาผู้นี้ได้เข้ามาปรับเปลี่ยนนโยบายทางด้านการตลาดให้กับมือถือซัมซุงใหม่ ซึ่งได้เริ่มตั้งแต่ช่วงปลายปี 2549 โดยที่เห็นเด่นชัดมากที่สุดคือการเปลี่ยนตัวโทรศัพท์มือถือหลายๆ รุ่นพร้อมกันในครั้งเดียว นัยว่าจะประกาศให้คู่แข่งขันในตลาดได้รับรู้ถึงการกลับมารุกตลาดอีกครั้งของซัมซุง โมบาย
กิตติพงศ์ กนกวิไลรัตน์ ผู้จัดการทั่วไป ธุรกิจโทรคมนาคม บริษัท ไทย ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัดกล่าวยอมรับว่า ในปีที่ผ่านมา ไทย ซัมซุงมีการปรับโครงสร้างองค์กรในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของช่องทางจัดจำหน่าย เรื่องของผลิตภัณฑ์ ฯลฯ เรื่องราวดังกล่าวได้จัดการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทำให้เชื่อมั่นว่า ในปีนี้ซัมซุงมีความพร้อมที่จะบุกตลาดโทรศัพท์เคลื่อนที่ได้อย่างเต็มที่
"ปีนี้ เราตั้งเป้าหมายทางการตลาดที่จะขยับส่วนแบ่งทางการตลาดโทรศัพท์เคลื่อนที่ในระบบจีเอสเอ็มให้ได้ถึง 20% จากที่ปีที่แล้วมีส่วนแบ่งทางการตลาดอยู่ที่ประมาณ 10%"
ด้วยเป้าหมายที่ดูดุดันในปีนี้ของซัมซุง โมบายที่กิตติพงศ์ตั้งเป้าหมายเอาไว้นั้น ปัจจัยที่จะช่วยหนุนให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าวนั้น ทางกิตตพงศ์บอกว่า ด้วยความมั่นใจในตัวผลิตภัณฑ์ที่ปีนี้จะมีการเปิดตัวซัมซุงในทุกเซกเมนต์ของตลาดเพิ่มขึ้น
"ในเวลา 6 เดือนนี้ ซัมซุงจะทำตลาดไม่น้อยกว่า 20 รุ่นโดยเชื่อมั่นว่าตลาดไทย ยังเป็นตลาดที่ยังสามารถเติบโตได้อีกเมื่อเทียบจากสัดส่วนจำนวนผู้ใช้มือถือที่มีอยู่เพียงกว่า 30 ล้านคนจากประชากรที่มีอยู่ 63 ล้านคนประกอบกับในปัจจุบันผู้ใช้บางรายมีโทรศัพท์ใช้งานมากกว่า 1 เครื่อง"
นอกจากการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ในทุกเซกเมนต์แล้ว กิตติพงศ์ยังมองเรื่องของกลยุทธ์ซิงเกิล แบรนด์ ดิสทริบิวเตอร์ที่เป็นแนวคิดทางด้านช่องทางจัดจำหน่ายของซัมซุงที่ใช้ทั่วโลกจะเป็นปัจจัยที่มีส่วนผลักดันให้ซัมซุงมีส่วนแบ่งทางการตลาดดังกล่าว โดยได้ให้บริษัท แซม คอร์ปอเรชั่น จำกัดเป็นดิสทริบิวเตอร์รายใหม่ที่ดูแลในช่องทางจัดจำหน่ายดังกล่าว ซึ่งเป็นที่มีบริษัท ทีดับบลิวแซด คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทแบ็กอัพให้
กิตติพงศ์กล่าวว่า ซัมซุงและแซม คอร์ปอเรชั่น จะร่วมมือกันในการทำการตลาดทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการจัดกิจกรรมการตลาด ทั้งส่งเสริมการขายและติดต่อกับดีลเลอร์ ผู้จำหน่ายปลีกหรือรีเทลเลอร์รวมไปถึงการจัดหน้าร้านเพื่อแนะนำสินค้าซัมซุงกับดีลเลอร์ต่างๆ โดยตั้งเป้าหมายยอดขายร่วมกันว่าจะทำยอดจำหน่ายให้ได้ถึง 1.6 ล้านเครื่องในปีนี้
"เดือนหน้าซัมซุงจะเปิดชอปของกลุ่มไอทีและมือถือโดยเฉพาะภายใต้ชื่อ ซัมซุง พลาซ่าที่เอสพลานาด ถนนรัชดาเป็นสาขาแรกก่อนขยายให้ครบ 10 แห่ง ภายในปีนี้"
กิตติพงศ์ยังคาดการณ์ตลาดโทรศัพท์เคลื่อนที่ในปี 2550 นี้ว่า จะมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 10% หรือคิดเป็นประมาณ 8 ล้านเครื่อง แบ่งเป็นตลาดของโทรศัพท์เคลื่อนที่เครื่องใหม่ประมาณ 4 ล้านเครื่อง โทรศัพท์เคลื่อนที่ทดแทนประมาณ 4 ล้านเครื่อง ขณะที่ในปี 2549 ตลาดดังกล่าวมีอัตราการเติบโต 15% หรือประมาณ 7.8 ล้านเครื่อง
ถึงแม้ปีนี้ ซังซุงจะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ในทุกเซกเมนต์มากขึ้น กิตติพงศ์ยังบอกว่า ซัมซุงจะไม่ทิ้งความเป็นพรีเมียมแบรนด์อย่างต่อเนื่อง โดยจะใช้วิธีการโฆษณาตอกย้ำความเป็นพรีเมียมแบรนด์ในเครื่องระดับไฮเอนด์ ขณะที่เครื่องระดับล่างจะเน้นเรื่องของกิจกรรมการทางตลาดแบบอื่นแทน
"ปีนี้ซัมซุง โมบายจะใช้งบประมาณในการทำตลาดทั้งการโฆษณาประชาสัมพันธ์ รวมถึงการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายตลอดทั้งปีรวม 300 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นถึง 25% จากงบในปีที่ผ่านมา"
นอกจากนี้ กิตติพงศ์ยังบอกอีกว่า โทรศัทพ์มือถือทุกรุ่นของซัมซุงจะยังคงเน้นลักษณะเด่น 3 ประการหลัก การเป็นโทรศัพท์มือถือระดับพรีเมียมที่มีเทคโนโลยีทันสมัยที่มีการออกแบบดีไซน์ที่สวยหรู ครอบคลุมทุกเซกเมนต์ ทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ นักธุรกิจ ผู้หญิงทำงาน แม่บ้านจนถึงกลุ่มคนทำงานรุ่นใหม่
ล่าสุดซัมซุงได้เปิดตัวโทรศัพท์มือถือจำนวน 3 รุ่น คือ อี890 แซด560 และพี310 ซึ่งเป็นกลุ่มโทรศัพท์เคลื่อนที่รองรับเทคโนโลยี 3จี เน้นกลุ่มเป้าหมายผู้บริหาร นักธุรกิจรุ่นใหม่ รองรับการนำไปใช้งานในชีวิตประจำวันพวกชื่นชอบเทคโนโลยี และ การดีไซน์ โดย อี890 เป็นโทรศัพท์มือถือทัชสกรีนรุ่นล่าสุดในดีไซน์ล้ำสมัยโดดเด่นด้วยระบบหน้าจอแบบสัมผัสและฟังก์ชั่นสั่งงานด้วยการเขียน ให้ผู้ใช้สามารถเลือกคำสั่งต่างๆ หรือโทรออกได้ด้วยการใช้นิ้วสัมผัสหรือปากกา สามารถเขียนได้ถึง 3 ภาษา คือ อังกฤษ จีน และไทย
ส่วนแซด560 พร้อมกับเทคโนโลยี HSDPA - High Speed Downlink Packet Access รับส่งข้อมูลที่มีความเร็วสูงกว่า GPRS 40 เท่าบนเทคโนโลยี 3.5จีเพื่อตอบสนองไลฟสไตล์การรับส่งข้อมูล การเข้าใช้อีเมลและรุ่น P310 โทรศัพท์แบบการ์ดโฟนสุดยอดของความบางเฉียบ สมาร์ท และดีไซน์หรู เป็นเอกลักษณ์ ด้วยรูปทรงแบนบางขนาดเท่ากับเครดิตการ์ด
|
|
 |
|
|