|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
SGF เผยงบการเงินไตรมาส 3 ปี 49 ที่แก้ไขตามคำสั่ง ก.ล.ต.ส่งผลเกิดตัวเลขขาดทุนสุทธิ 893 ล้านบาท ขณะที่งบเดิมมีกำไรสุทธิ 507.31 ล้านบาท หลังมีข้อพิพาทกับเจ้าหนี้เงินกู้ แจงบริษัทได้ปฏิบัติถูกต้องตามสัญญาและได้มีการขอปฏิบัติการชำระหนี้ถูกต้องตามวิธีการและบทบัญญัติทางกฎหมายแล้ว ทำให้ปลอดจากการเป็นผู้ผิดนัดชำระหนี้และหลุดพ้นจากความรับผิดในหนี้เงินกู้ที่มีอยู่ พร้อมต่อสู้ในชั้นศาล มั่นใจถูกยกฟ้องแน่ และจะไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานในอนาคต
นายธีรภัทร์ โกยสุขโข กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามเจเนอรัลแฟคตอริ่ง จำกัด (มหาชน) (SGF ) แจ้งผลการดำเนินงานไตรมาส 3ปี 49 ที่แก้ไขตามคำสั่งของคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ว่า บริษัท มีผลขาดทุนสุทธิ 893 ล้านบาท ขณะที่งวดเดียวกันของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 15.73 ล้านบาท ส่งผลให้จากเดิมที่มีกำไรสุทธิต่อหุ้นอยู่ 3 สตางค์ เป็นขาดทุนสุทธิต่อหุ้น 0.001 บาท ส่วนงวด 9 เดือนจากเดิมที่มีกำไรสุทธิ 24.33 ล้านบาท เป็นขาดทุนสุทธิ 581.49 ล้านบาท
ทั้งนี้ ตามที่ผลการดำเนินงานตามรายงานของผู้สอบบัญชีและงบการเงินไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2549ของบริษัท สยามเจเนอรัลแฟคตอริ่ง จำกัด (มหาชน) สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2549 และ 2548 สำหรับงวด 3 เดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2549 บริษัทฯ มีขาดทุนสุทธิจำนวน 0.89 ล้านบาท เปลี่ยนแปลงจากงบการเงินไตรมาสที่ 3 ประจำปี 2549 เดิมซึ่งมีกำไรสุทธิจำนวน 507.31 ล้านบาทนั้น
เนื่องจากบริษัทฯจำเป็นจะต้องปรับปรุงรายการตามคำสั่งของ ก.ล.ต. ซึ่งมีความเห็นว่าการที่บริษัทฯและเจ้าหนี้เงินกู้มีคดีพิพาทกันในเรื่องการชำระหนี้ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลยุติธรรมและยังไม่มีคำวินิจฉัยนั้น ทำให้ไม่อาจสรุปได้ว่าบริษัทฯได้รับการปลดจากความรับผิดชอบต่อหนี้สินโดยทางกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายบริหารของบริษัทได้พิจารณาข้อเท็จจริงประกอบกับความเห็นตามความเห็นของที่ปรึกษากฎหมาย บริษัท สำนักกฎหมายสากล สยามพรีเมียร์ จำกัด และบริษัท สำนักกฎหมายวิชัย ทองแตง จำกัดแล้ว มีความเห็นว่า จากข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น และข้อกฎหมายในเรื่องดังกล่าว บริษัทได้ปฏิบัติถูกต้องตามสัญญาและได้มีการขอปฏิบัติการชำระหนี้ถูกต้องตามวิธีการและบทบัญญัติทางกฎหมายแล้ว ทำให้บริษัท ปลอดจากการเป็นผู้ผิดนัดชำระหนี้ และหลุดพ้นจากความรับผิดในหนี้เงินกู้ที่มีอยู่
นอกจากนี้ ตามความเห็นของที่ปรึกษากฎหมายทั้ง2 แห่ง เห็นว่าหากบริษัทได้ดำเนินการต่อสู้คดีตามพยานหลักฐานที่มีอยู่ ก็มีความเป็นไปได้สูงที่ศาลแพ่งจะมีคำพิพากษาให้ยกฟ้องคดีดังกล่าว และความเสียหายดังกล่าวก็น่าจะไม่เกิดขึ้นในอนาคต
บริษัทฯคาดว่าจะสามารถหาแหล่งเงินเพื่อใช้ในการขยายสินเชื่อได้ โดยการนำลูกหนี้สินเชื่อแฟคตอริ่งไปเป็นหลักประกัน และจัดให้มีการค้ำประกันสินเชื่อโดยบริษัทประกัน เพื่อค้ำประกันวงเงินกู้ของบริษัทฯต่อธนาคาร ซึ่งจะทำให้บริษัทฯสามารถขยายสินเชื่อและดำเนินธุรกิจต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง
|
|
 |
|
|