บล.ภัทร แจงกำไรปี 49 พุ่ง 72% เหตุค่าคอมมิชชันเพิ่มขึ้นกว่า 25% ขณะที่รายได้จากงานวาณิชฯได้ดีลโรงกลั่นน้ำมันระยอง-ไทยเบฟฯ หนุนรายได้เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว ด้านมาร์เกตแชร์เพิ่มจาก 4.97% เป็น 5.79%
นายสุวิทย์ มาไพศาลสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ ภัทร จำกัด (มหาชน) หรือ PHATRA กล่าวถึง ผลการดำเนินงานสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31ธันวาคม 2549 ว่า บริษัทมีกำไรสุทธิเท่ากับ 719.50 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 301.64 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 72.19% จากกำไรสุทธิจำนวน 417.86 ล้านบาทในปี 2548 โดยมีรายได้รวมทั้งหมดอยู่ที่ 1,952.86 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 593.36 ล้านบาท หรือคิดเป็น 43.65% จากยอดรายได้รวม 1,359.50 ล้านบาทในปี 2548
สำหรับรายได้ค่านายหน้าจากการซื้อขายหลักทรัพย์ถือเป็นรายได้หลักของบริษัทในปี 2549 บริษัทมีรายได้ค่านายหน้าจากการซื้อหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ฯ จำนวน 1,234.79 ล้านบาท คิดเป็น 63.23% ของรายได้รวมและเพิ่มขึ้น 25.10% จาก 987.03 ล้านบาทในปี 2548 โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของมูลค่าการซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทที่มีมูลค่าการซื้อขายหลักทรัพย์เฉลี่ยต่อวันเท่ากับ 1,899.04 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.12% จาก 1,649.62 ล้านบาทในปี 2548 ขณะที่บริษัทมีส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้นจาก 4.97% ในปี 2548 เพิ่มเป็น 5.79% ในปี 2549
นอกจากนี้ รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการบริษัทมีรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการอยู่ที่ 496.12 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 265.36 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 114.99% จาก 230.76 ล้านบาทในปี 2548 และคิดเป็น 25.40% ของรายได้รวมในปี 2549 ซึ่งการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการส่วนใหญ่มารายได้จากการจัดจำหน่ายหุ้นสามัญของบริษัทโรงกลั่นน้ำมันระยองจำกัด (มหาชน) และบริษัทไทยเบฟเวอเรจจำกัด (มหาชน) และรายได้ค่าที่ปรึกษาทางการเงินที่เพิ่มขึ้น
ด้านรายได้ดอกเบี้ยและเงินปันผลในปี 2549 บริษัทฯมีรายได้ดอกเบี้ยและเงินปันผลจำนวน 173.31 ล้านบาท แยกเป็นรายได้ดอกเบี้ยรับจำนวน 118.73 ล้านบาท และเงินปันผล 54.58 ล้านบาท การเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยและเงินปันผลจาก 66.33 ล้านบาทในปี 2548 เป็น 106.98 ล้านบาทในปี 2549 นี้เป็นผลมาจากการที่บริษัทฯมียอดเงินฝากสถาบันการเงินเพิ่มขึ้นและมีเงินลงทุนในหลักทรัพย์มากขึ้น
ส่วนของกำไรจากการซื้อขายหลักทรัพย์ในปี 2549 บริษัทมีผลกำไรจากการซื้อขายหลักทรัพย์เท่ากับ 25.37 ล้านบาท ลดลงจาก 40.33ล้านบาทในปี 2548
อย่างไรก็ตาม เหตุผลที่ทำให้บริษัทฯ มีกำไรสุทธิสำหรับปี 2549 เท่ากับ 719.50 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 301.64 ล้านบาทหรือเพิ่มขึ้น 72.19% จากจำนวน 417.86 ล้านบาทในปี 2548และมีกำไรสุทธิต่อหุ้นสำหรับปี 2549 เท่ากับ 3.37 บาท เปรียบเทียบกับกำไรสุทธิต่อหุ้น 2.16 บาทในปี 2548
|