|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
บล.กรุงศรีฯ ตั้งเป้ากำไรพอร์ตลงทุนปีนี้30% จากมูลค่าลงทุน 200 ล้านบาท ชี้ ภาวะตลาดผันผวนเป็นจังหวะที่ดีในการเข้าไปลงทุน “ผู้บริหาร” เตรียมเพิ่มสัดส่วนลูกค้าสถาบันเป็น 30% หวังดันมาร์เก็ตแชร์เป็น 3.5% ฟุ้งมีงานวาณิชฯในมือกว่า 40 ดีลมูลค่าระดมทุน 4 หมื่นล้าน
ม.ร.ว.ศศิพฤนท์ จันทรทัต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์(บล.)กรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) หรือ AYS เปิดเผยว่า บริษัทคาดว่าปีนี้จะมีกำไรจากบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ (พอร์ตการลงทุน) จำนวน 20-30%จากมูลค่าพอร์ตลงทุน 100-200 ล้านบาท โดยช่วงที่ภาวะตลาดผันผวนถือว่าเป็นจังหวะที่ดีที่จะเข้ามาซื้อหุ้นจากที่ราคาหุ้นมีการปรับตัวลดลงและจะมีการขายหุ้นออกไปในช่วงที่ราคาหุ้นม ีการปรับตัวเพิ่มขึ้น ขณะที่ในปี 2549 บริษัทมีกำไรจากพอร์ตการลงทุนจำนวน 60-80 ล้านบาทจากมูลค่าพอร์ตการลงทุน100-200 ล้านบาท
ทั้งนี้บริษัทได้มีการลงทุนในหุ้นที่อยู่ใน SET 50 จำนวน 80% ที่เหลืออีก 20 % ลงทุนในตราสารอนุพันธ์ โดยในช่วงที่ราคาหุ้นมีการปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงจากมาตรการสกัดกั้นเงินบาทของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) วันที่ 19 ธันวาคม 2549 เพราะบริษัทได้มีการปรับพอร์ตการลงทุนไปก่อนหน้านั้นแล้ว จึงไม่ได้รับผลกระทบจากเรื่องดังกล่าว
สำหรับปีนี้บริษัทมีแผนที่จะเพิ่มสัดส่วนนักลงทุนสถาบันเป็น 30%จากขณะนี้ที่มี 20% ซึ่งเชื่อจากการที่ธปท.ได้มีการผ่อนปรนมาตรการสกัดกั้นการเก็งกำไรค่าเงินในส่วนการลงทุนในตลาดหุ้นไทยและหากนักลงทุนต่างประเทศมีความเข้าใจกับมาตรการดังกล่าวว่าธปท.มีวัตถุประสงค์ให้เม็ดเงินลงทุนต่างประเทศเข้ามาลงทุนระยะยาวจะทำให้ส่วนแบ่งการตลาด (มาร์เกตแชร์)ปีนี้อยู่ที่ 3.5% เพิ่มขึ้น จากปี2549 ที่มีมาร์เกตแชร์ 3% โดยสัดส่วนรายได้ปีนี้จะมาจากการเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ 60% พอร์ตการลงทุน 20% และการเป็นที่ปรึกษาทางการเงินจำนวน 20%
ม.ร.ว.ศศิพฤนท์ กล่าวว่า จากการที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.)มีการจัดตั้งกองทุนอีทีเอฟ นั้นบริษัทมีความสนใจที่ร่วมกับบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน(บลจ.)กรุงศรีอยุธยา จำกัด เพื่อที่จะเสนอเป็นผู้ทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลสภาพคล่อง (มาร์เก็ตเมกเกอร์) เพื่อที่จะสร้างผลตอบแทนและเพิ่มจำนวนลูกค้ามากขึ้น จากขณะนี้ที่บลจ.จะทำหน้าที่ในการเป็นผู้บริหารกองทุน
นายพรทัต อมตวิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ สายงานวาณิชธนกิจ บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรีอยุธยา จำกัด กล่าวว่า ขณะนี้บริษัทมีงานด้านที่ปรึกษาทางการเงินรวมจำนวน 40 บริษัท ซึ่งมีมูลค่าระดมทุนประมาณ 40,000 ล้านบาท ประกอบด้วย การเป็นที่ปรึกษาทางด้านการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (IPO)20% ที่ปรึกษาทางด้านการควบรวมกิจการ (M&A)40% ที่ปรึกษาการเสนอขายหุ้นทั่วไปต่อประชาชน (PO) 15% ที่เหลือการเป็นที่ปรึกษาด้านการปรับโครงสร้างหนี้ และการหาแหล่งเงินทุน โดยบริษัทคาดว่าจะมีรายได้ด้านการเป็นที่ปรึกษาทางการเงินจำนวน 100 ล้านบาท เพิ่มขึ้น เท่าตัวจากปี 2549 ที่มีรายได้จำนวน 50-60 ล้านบาท
|
|
 |
|
|