Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน23 มกราคม 2550
เคเอ็มซี"ลดพาร์เคลียร์ขาดทุนรับทุนงวดแรก525ล.-ผุดโปรเจกต์แนวราบโกย1,400ล.             
 


   
www resources

โฮมเพจ บริษัท กฤษดามหานคร จำกัด (มหาชน)

   
search resources

กฤษดามหานคร, บมจ.
Real Estate




ยอดผู้ใช้สิทธิจองซื้อหุ้นเคเอ็มซี 350.46 ล้านหุ้น เงินเพิ่มทุนไหลเข้า 525.69 ล้านบาท จากแผนทั้งหมด 791.72 ล้านบาท ใช้วิธีลดพาร์ล้างขาดทุนสะสมพลิกเป็นกำไร 133.84 ล้านบาท งัดแผนบริหารโครงการใหม่ เพื่อชดเชยเงินเพิ่มทุนที่ไม่ครบจำนวน ส่วนยอดขายได้ชัวร์ๆ 650 ล้านบาทจากโครงการคอนโดฯดอะคริส รัชดาภิเษก อาคาร 2-3 ลั่นปีนี้ยอดขายตามเป้า 2,5003,000 ล้านบาท

นายวิรัตน์ เอี้ยวอักษร รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท กฤษดามหานคร จำกัด (มหาชน) หรือ KMC เปิดเผยถึงแผนการเพิ่มทุนจดทะเบียนตามมติของที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 2/2549 ว่า หลังจากได้ออกหุ้นสามัญใหม่จำนวน 527.81 ล้านหุ้น จำนวนเงินเพิ่มทุนทั้งสิ้น 791.72 ล้านบาท อัตราส่วน 1 หุ้นเดิม ต่อ 1 หุ้นสามัญใหม่ ราคาหุ้นละ 1.50 บาท จองซื้อระหว่างวันที่ 12-18 ธ.ค.ทีผ่านมานั้น ได้มีผู้ใช้สิทธิจองซื้อหุ้นทั้งหมด 350.46 ล้านหุ้น หรือคิดเป็น 66.40% ได้รับเงินเพิ่มทุน 525.69 ล้านบาท ซึ่งบริษัทได้ดำเนินการจดทะเบียนเพิ่มทุนและหุ้นสามัญเพิ่มทุน โดยได้จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

สำหรับมูลค่าทางบัญชีของบริษัทภายหลังเพิ่มทุนแล้วจะเท่ากับ 2.45 บาท ซึ่งขณะนี้บริษัทกำลังดำเนินการจดทะเบียนลดทุนโดยการลดพาร์อยู่ ซึ่งจะปรับลดพาร์จาก 8.80 บาท เหลือ 2.30 บาท โดยในการปรับลดพาร์ดังกล่าว จะทำให้การขาดทุนสะสมของบริษัท ณ ไตรมาส 2 เป็นกำไรขึ้นทันที 133.84 ล้านบาท แต่เนื่องจากบริษัทไม่สามารถล้างขาดทุนสะสมจนเป็นกำไรได้ ในส่วนกำไรดังกล่าวทางบริษัทจะทำการโอนไปในส่วนของส่วนเกินมูลค่าหุ้นแทน ซึ่งผลในทางบัญชี บริษัทสามารถล้างขาดทุนสะสมหมดตั้งแต่วันที่ 22 ม.ค.ที่ผ่านมา

สำหรับเงินเพิ่มทุนที่บริษัทยังขายหุ้นเพิ่มทุนได้ไม่หมดนั้น จัดว่าไม่ได้เป็นปัญหากับบริษัทเลย เนื่องจากเงินจำนวน 266 ล้านบาทที่ผู้ถือหุ้นยังไม่ได้จองซื้อดังกล่าว ซึ่งเดิมทางบริษัทมีแผนที่จะใช้เป็นค่าก่อสร้างสำหรับโครงการเดอะคริส คอนโดฯนั้น แต่เมื่อไม่ได้ครบตามจำนวนดังกล่าว ทางบริษัทได้เตรียมแผนงานพร้อมรองรับไว้แล้ว โดยได้ทำการจ้างผู้รับเหมาก่อสร้างแบบ turn keyแทนที่การจะใช้เงินที่ได้จากการเพิ่มทุนตามแผนเดิม ซึ่งจะมีมูลค่าทั้งสิ้นประมาณ 150 ล้านบาท

สำหรับการแผนการขยายงานที่กฤษดาดอยเชียงใหม่นั้น ทางด้านการก่อสร้างซึ่งตามประมาณการครั้งแรกว่าจะใช้งบประมาณ 300 ล้านบาท ทางบริษัทจึงได้ทำการปรับแผนและรูปแบบการก่อสร้างอีกครั้ง ช่วยให้บริษัทสามารถลดต้นทุนการก่อสร้างได้ประมาณ 100 ล้านบาท

จากการดำเนินการทั้งสองส่วนนี้ ทางบริษัทสามารถชดเชยในส่วนเงินเพิ่มทุนจำนวนดังกล่าวได้แล้ว และในขณะนี้ทางบริษัทมีเป้าหมายที่จะขายหุ้นในบริษัทราฟเฟิล ซึ่งบริษัทได้ลงทุนไว้ภายในช่วงไตรมาสที่ 1-2 นี้ ซึ่งจะได้รับเงินประมาณ 200 ล้านบาทเข้ามาเพิ่ม จะส่งผลให้บริษัทมีสภาพคล่องในการดำเนินธุรกิจต่อเนื่องไปโดยไม่ติดขัดแต่ประการใด

อีกทั้งการเพิ่มทุนเพียงเท่านี้ยังส่งผลดีกับผู้ถือหุ้นในเรื่อง Dilution effect อีกด้วย ซึ่งผู้ถือหุ้นบริษัทไม่ต้องมี dilution มาก ซึ่งจะดูได้จากมูลค่าทางบัญชีจากเดิมถ้ามีการจองซื้อหุ้นเพิ่มทุนหมดจะเท่ากับ 2.29 บาท แต่ในขณะนี้มูลค่าทางบัญชีของบริษัทอยู่ที่ 2.45 บาทต่อหุ้น

สำหรับแผนการจ่ายเงินปันผล เมื่อบริษัทสามารถล้างขาดทุนสะสมหมดแล้ว (ณ ไตรมาสที่ 2 ปี 2549) ขณะนี้บริษัทมีกำไรสะสมอยู่ทางบัญชีก็คือ ผลกำไรในไตรมาสที่ 3 จำนวน 52.71 ล้านบาท ซึ่งหากบริษัทมีกำไรต่อเนื่อง บริษัทก็สามารถจ่ายเงินปันผลได้

นายวิรัตน์ กล่าวถึงการขายสินค้าในปี 2550 ว่า จะมาจากโครงการคอนโดเดอะคริส รัชดาภิเษก อาคาร 2 อีกประมาณ 350 ล้านบาท ซึ่งรอดำเนินการโอนอยู่ รวมทั้งกำลังเปิดขายโครงการเดอะคริส อาคาร 3 มูลค่าประมาณ 300 ล้านบาท และจะดำเนินการก่อสร้างพร้อมกันทั้งสองอาคารให้แล้วเสร็จภายในปี50 คาดจะสามารถสร้างยอดขายในส่วนนี้ได้ประมาณ 650 ล้านบาท

ในส่วนของการพัฒนาโครงการแนวราบ ทางบริษัทฯมีแผนที่จะเปิดเฟสใหม่เพิ่มเติมอีกหลายโครงการ โดยตั้งเป้าการขายในโครงการแนวราบปี 2550 ไว้ประมาณ 1,400 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นสินค้าที่จะทยอยสร้างเสร็จสมบูรณ์ในทุกโครงการของบริษัทที่กำลังเปิดขายอยู่ ซึ่งบริษัทคาดว่าในปีนี้ จะสามารถทำยอดขายได้ตามเป้าหมาย 2,500-3,000 ล้านบาท   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us