Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน19 มกราคม 2550
แสนสิริบ่ยั่นกระแสต้านสิงคโปร์             
 


   
www resources

โฮมเพจ แสนสิริ

   
search resources

แสนสิริ, บมจ.
เศรษฐา ทวีสิน
Real Estate




นายเศรษฐา ทวีสิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) (SIRI) เปิดเผยว่า ที่ประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทได้อนุมัติให้ออกหุ้นสามัญใหม่1,473 ล้านหุ้นในราคา 4.28 บาท และอนุมัติให้ออกวอร์แรนต์จำนวนไม่เกิน 1,473 ล้านหุ้น ให้แก่ผู้ถือหุ้นทุกรายในอัตราส่วน 2 หุ้นเดิมต่อ 1 วอร์แรนต์ โดยมีบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน และมีบริษัทหลักทรัพย์ ยูบีเอส (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้จัดจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุน โดยการเสนอขายในแบบ PP หรือนักลงทุนแบบเฉพาะเจาะจง ซึ่งอาจเป็นนักลงทุนต่างชาติ

ทั้งนี้ ระยะเวลาในการเพิ่มทุนนั้น บริษัทไม่ได้ระบุชัดเจนขึ้นอยู่กับภาวะของตลาด ซึ่งโดยปกติจะอยู่ในช่วงไม่เกิน 1 ปี ซึ่งภายหลังดำเนินการแล้ว จะทำให้ทุนจดทะเบียนของบริษัทมีจำนวน 19,238 ล้านบาท สำหรับสาเหตุที่มีการเพิ่มทุนและออกวอแรนต์นั้น เนื่องจากต้องการจะทำให้สภาวะทางการเงินของบริษัทมีความแข็งแกร่ง สามารถขยายธุรกิจก้าวขึ้นสู่ผู้นำตลาดอสังหาริมทรัพย์ได้ตามเป้าหมายในอนาคตอันใกล้

ส่วนทุนที่เพิ่ม 1,473 ล้านหุ้นนั้น จะแบ่งเป็นขายนักลงทุนต่างชาติประมาณ 750 ล้านหุ้น ส่วนที่เหลือตนจะซื้อเอง ซึ่งในส่วนนี้ตนจะเข้าไปปรึกษาสำนักงานคณะ กรรมการกำกับหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ถึงการเข้าไปถือหุ้นว่าจะทำในลักษณะใดได้บ้างภายในสัปดาห์หน้า ซึ่งหากก.ล.ต.ให้ซื้อหุ้นเพิ่มทุนในลักษณะที่เป็น ESOP ก็คงต้องพิจารณาถึงส่วนดีและส่วนเสียว่าจะเป็นอย่างไร ซึ่งการซื้อในลักษณะ ESOP นั้นจะมีข้อจำกัดหลายเรื่อง อาทิ ต้องเสียภาษี 5% รวมถึงมีระยะเวลาในการแปลงสภาพ 5 ปี และ 10 ปี ซึ่งเป็นข้อจำกัดในการลงทุน

"การเข้าซื้อหุ้นดังกล่าวยืนยันว่า เป็นการเข้าซื้อโดยส่วนตัว ไม่มีนักลงทุนรายอื่นเข้ามา แต่จะซื้อในนามของนายเศรษฐา หรือในนามนิติบุคคลก็เป็นอีกเรื่อง และนิติบุคคลที่ว่าจะเป็นบริษัทนายเศรษฐาคนเดียวไม่มีคนอื่นเข้ามาถือหุ้นด้วยแน่นอน "

นายเศรษฐา กล่าวว่า หากก.ล.ต. อนุมัติให้ตนเข้าซื้อหุ้นเพิ่มทุนได้ ก็จะทำให้สัดส่วนการถือหุ้นของตนเอง เพิ่มจาก 0.6% ในปัจจุบัน แต่จะไม่เกิน 24.9% ผู้ถือหุ้นใหญ่คือ บริษัท แนเชอรัล พาร์ค จำกัด (มหาชน) หรือ เอ็นพาร์ค ซึ่งหุ้นใหญ่จำนวน 24.9% จะต้องลดสัดส่วนการถือหุ้นลงเหลือเพียง 12.5% คาดว่าจะได้ข้อสรุปก่อนตรุษจีนนี้ หลังจากนั้นในปลายเดือนกุมภาพันธ์จะเดินทางไปโรดโชว์ต่อนักลงทุนต่างประเทศ อาทิ สิงคโปว์, ฮ่องกง ยุโรป ซึ่งจะต้องปรึกษากับทางที่ปรึกษาทางการเงินอีกครั้ง

ส่วนกรณีที่รัฐบาลไทยออกมาตรการเพื่อป้องกันการเกร็งกำไรค่าเงินบาท และเพิ่มความเข้มงวดในพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจคนต่างด้าว รวมไปถึงเหตุการณ์ไม่สงบทางการเมืองนั้น ส่งผลให้นักลงทุนต่างชาติเกิดความกังวล เชื่อว่าจะกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนอย่างแน่นอน แต่จะมากหรือน้อยนั้นต้องรอดูในช่วงไปโรดโชว์ยังต่างประเทศว่า นักลงทุนจะมีกระแสตอบรับอย่างไรบ้าง

ส่วนยอดขายโครงการของบริษัทในปีนี้ ในเบื้องต้นตั้งเป้าไว้ที่ประมาณ 16,000 ล้านบาท หรือมีมูลค่าเท่ากับปี 2549 ที่ทำได้ 16,000 ล้านบาท โดยบริษัทมียอดขายรอรับรู้รายได้ มีมูลค่ารวมประมาณ 15,000 ล้านบาท ที่สามารถทยอยรับรู้รายได้ได้อย่างต่อเนื่องใน 1-2 ปีข้างหน้า และมีสินค้ารอขาย(สต๊อก)ประมาณ 16,000 ล้านบาท คาดว่าจะระบายได้หมดภายใน 2 ปี

ส่วนแผนการดำเนินงานในปีนี้ บริษัทและบริษัทในเครือคาดว่าจะมีการเปิดตัวโครงการใหม่ประมาณ 20 โครงการ มูลค่ารวม 15,000 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการคอนโดมิเนียม 7-8 โครงการ ,บ้านเดี่ยว 4-5 โครงการ และทาวนเฮาส์ 4-5 โครงการเช่นเดียวกัน

ทั้งนี้ แผนการดำเนินงานดังกล่าวจะอยู่ภายใต้ทุนจดทะเบียนเดิม แต่หากเพิ่มทุนได้จะมีการเปลี่ยนแผนการดำเนินงานใหม่ โดยจะต้องมีการเปิดตัวโครงการเพิ่มมากขึ้น ปัจจุบันบริษัทมีกระแสเงินสดหมุนเวียนจำนวน 1,000 ล้านบาท

สำหรับพ.ร.บ.ประกอบธุรกิจคนต่างด้าว ไม่ได้มีผลกระทบต่อยอกขายบริษัท เนื่องจากลูกค้าส่วนใหญ่ของบริษัทประมาณ 95% เป็นลูกค้าในประเทศ ส่วนลูกค้าต่างประเทศมีไม่เกิน 5%   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us