TPORP พับแผนอกอหุ้นกู้ หันมาเพิ่มทุน 200.90 ล้านหุ้น ขายให้กับผู้ถือหุ้นเดิมสัดส่วน 4 ต่อ 1 หุ้นละ 4 บาท จากนั้นลดทุนโดยการลดมูลค่าหุ้นจาก 10 บาทเหลือ 6 บาท และแตกพาร์เหลือ 1 บาท ก่อนเพิ่มทุนอีก 1 ล้านหุ้นขาย PP
นายวิทวัส วิภากุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทย พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) (TPROP) เปิดเผยมติที่ประชุมคณะกรรมการของบริษัท ครั้งที่ 1/2550 ซึ่งประชุมเมื่อวันที่ 16 มกราคม 2550 ว่าได้มีมติยกเลิกการออกและเสนอขายหุ้นกู้แปลงสภาพเป็นหุ้นสามัญในวงเงินไม่เกิน 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกา หรือไม่เกิน 400 ล้านบาท รวมถึงยกเลิกการสำรองหุ้นสามัญ 100 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาท รวม 1,000 ล้านบาท ที่ได้สำรองไว้เพื่อรองรับการใช้สิทธิแปลงสภาพหุ้นกู้เป็นหุ้นสามัญ ตามที่เคยได้รับอนุมัติจากที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นของบริษัทครั้งที่ 1/2549 เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2549 เนื่องจากสภาวะการลงทุนในตลาดยังไม่เหมาะสมในการออกและเสนอขายหุ้นกู้แปลงสภาพ บริษัทจึงจำเป็นต้องยกเลิกการออกและเสนอขายหุ้นกู้แปลงสภาพดังกล่าว
พร้อมกับอนุมัติให้บริษัทลดทุนจดทะเบียนของบริษัท จากทุนจดทะเบียนเดิม 3,009 ล้านบาท ให้เหลือทุนจดทะเบียน 2,009 ล้านบาท แบ่งออกเป็นหุ้นสามัญ 200,900,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาท โดยวิธีการตัดหุ้นสามัญจดทะเบียน ที่บริษัทยังมิได้นำออกจำหน่าย 100 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาท รวม 1,000 ล้านบาทออก
หลังจากนั้นให้นำเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาอนุมัติให้บริษัทเพิ่มทุนจดทะเบียนจากเดิม 2,009 ล้านบาท ให้เป็นทุนจดทะเบียน 2,511,250,000 บาท กล่าวคือ ให้เพิ่มทุนจดทะเบียนขึ้นอีก 502,250,000 บาท โดยการออกหุ้นสามัญใหม่เป็น 50,225,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาท และให้นำหุ้นสามัญที่ออกใหม่ทั้งจำนวนออกจัดสรรและเสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทตามสัดส่วนการถือหุ้น
โดยให้สนอขายหุ้นสามัญจำนวน 50,225,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาท ให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทตามสัดส่วนการถือหุ้น ในอัตราส่วนการจองซื้อ 4 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นใหม่ (ในกรณีที่มีเศษหุ้นให้ปัดทิ้ง) ในราคาหุ้นละ 4 บาท ซึ่งเป็นราคาเสนอขายที่มีอัตราส่วนลดหุ้นละ 6 บาท โดยให้ผู้ถือหุ้นที่มีรายชื่อปรากฏอยู่ในสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นระหว่างพักการโอนหุ้น ณ วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2550 เป็นผู้มีสิทธิจองซื้อหุ้นสามัญ ดังกล่าว และกำหนดวันจองซื้อและชำระเงินค่าหุ้นสามัญเพิ่มทุนในระหว่างวันที่ 12-16 มีนาคม 2550 เวลา9.30 น. ถึง 15.30 น.
จากนั้นให้นำเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาอนุมัติให้บริษัทลดทุนจดทะเบียนและทุนชำระแล้วของบริษัทภายหลังที่ได้จดทะเบียนเพิ่มทุนจดทะเบียนและทุนชำระแล้วของบริษัทเป็น 2,511,250,000 บาท โดยการลดทุนจากเดิม 2,511,250,000 บาท ให้เหลือ 1,506,750,000 บาท แบ่งออกเป็นหุ้นสามัญ 251,125,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 6 บาท โดยการลดมูลค่าหุ้นของบริษัทลงจากเดิมมูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาท เป็น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 6 บาท และให้นำทุนที่ลด 1,004,500,000 บาท ไปล้างส่วนต่ำมูลค่าหุ้นและ ผลขาดทุนสะสมของบริษัท โดยการลดทุนในครั้งนี้จะไม่มีผลกระทบต่อจำนวนหุ้นที่มีอยู่ ดังนั้น ผู้ถือหุ้นทุกรายจึงยังคงถือหุ้นในจำนวนเท่าเดิม
หลังลดทุนชำระแล้วให้เหลือ 1,506,750,000 บาท โดยเปลี่ยนแปลงมูลค่าหุ้นของบริษัทเหลือ 1 บาท โดยการแตกหุ้นสามัญ 1 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 6 บาท ให้เป็นหุ้นสามัญ 6 หุ้นมูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท หลังจากนั้นเพิ่มทุนอีก 1 พันล้านบาท โดยการออกหุ้นสามัญใหม่เป็นจำนวน 1,000 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท และให้นำหุ้นสามัญที่ออกใหม่ทั้งหมดออกจัดสรรและเสนอขายเป็นคราวเดียวหรือแบ่งเป็นส่วน ๆ เพื่อเสนอขายเป็นคราวๆ ให้แก่นักลงทุนที่มีลักษณะเฉพาะเจาะจงและ/หรือนักลงทุนประเภทสถาบัน (PP) ในราคาไม่ต่ำกว่า หุ้นละ 1 บาท ซึ่งเป็นราคาไม่ต่ำกว่าร้อยละ 90 ของราคาที่ประเมินโดยที่ปรึกษาทางการเงินไว้ที่ราคา 0.76 บาทต่อหุ้น
กำหนดวันประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นของบริษัทครั้งที่ 1/2550 ในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา10.00 น. ห้องประชุมชั้น 10 เลขที่ 2922/305-306 อาคารชาญอิสสระทาวเวอร์ 2 ถนนเพชรบุรีตัดใหม่แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร โดยกำหนดวันปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหุ้นตั้งแต่วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา 12.00 น.เป็นต้นไปจนกว่าการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นของบริษัทครั้งที่ 1/2550 จะแล้วเสร็จ โดยให้ผู้ถือหุ้นที่มีรายชื่อปรากฏอยู่ในสมุดทะเบียนหุ้นระหว่างพักการโอนหุ้นเป็นผู้มีสิทธิเข้าร่วมประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นของบริษัทครั้งที่ 1/2550 และสิทธิในการจองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุน
|