Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ พฤศจิกายน 2536








 
นิตยสารผู้จัดการ พฤศจิกายน 2536
"วงกลมเศรษฐกิจใหม่แห่งเอเซีย"             
โดย วิลเลี่ยม เมลเลอร์
 

 
Charts & Figures

Asia ' Southwest Growth Circle


   
search resources

Economics
International




ที่ปักกิ่ง เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ระหว่างการเยือนประเทศจีนของนายกรัฐมนตรีชวน หลีกภัย หลี่ เผิง ผู้นำรัฐบาลจีนได้พูดคุยกับชวนถึงแผนการพัฒนาพื้นที่ที่อยู่ลึกเข้าไปจากชายฝั่งทะเลของจีน นายกฯ จีนถามว่าไทยสนใจที่จะลงทุนในพื้นที่เหล่านี้บ้างไหม เพราะเสฉวนและยูนนานนั้น ก็อยู่ใกล้ไทยมากกว่าพื้นที่แถบชายฝั่งทะเลที่ได้รับการพัฒนาแล้ว

หลี่ เผิง ให้คำมั่นว่า เขาจะอำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่ให้นักลงทุนไทยที่สนใจจะเข้าไปในภาคตะวันออกเฉียงใต้ของจีน ซึ่งไม่เคยได้รับความสนใจมากเป็นเวลานานมากแล้ว ทั้ง ๆ ที่เป็นตลาดขนาดมหาศาล มีประชากรมากกว่า 220 ล้านคน

ก่อนหน้านั้น 1 เดือนคือในเดือนกรกฎาคม ในการสัมมนาร่วมระหว่างนักธุรกิจไทยกับจีนที่ปักกิ่ง เช่นเดียวกัน พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ตั้งคำถามว่า ทำไมจึงจำกัดความเป็นพันธมิตรการค้าไว้แค่ไทยกับจีนเท่านั้น

พลเอกชาติชายชี้ให้เห็นถึงศักยภาพของพม่าที่จะเป็นสะพานเชื่อม (LAND BRIDGE) ทางการค้าระหว่างภาคตะวันตกเฉียงใต้ของจีนกับภูมิภาคชายฝั่งมหาสมุทรอินเดีย ในอดีตดินแดนแถบนี้เลื่องชื่อในความเป็นแหล่งผลิตยาเสพติด เส้นทางเดินของหยกเถื่อนและไม้สัก แต่ทุกวันนี้ พื้นที่ที่คาบเกี่ยวระหว่างดินแดนพม่า ไทย จีนและลาวนี้คือ ศูนย์กลางของ "สี่เหลี่ยมเศรษฐกิจ" ซึ่งเต็มเปี่ยมไปด้วยศักยภาพแห่งความเจริญมั่งคั่ง เป็นที่ที่ซึ่งการค้ารูปแบบใหม่อย่างถูกต้อง จะเข้ามาแทนที่ธุรกิจเก่าที่ผิดกฎหมาย พลเอกชาติชายเสนอ ให้ดึงพม่าซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นประเทศผู้ส่งออกรายใหญ่ของเอเซีย กลับเข้ามาร่วมวงศ์ไพบูลย์ทางเศรษฐกิจกับเพื่อนบ้าน

ที่ฮานอย NGUUN XUAN OANH รู้สึกตกใจ เมื่อทราบว่า แต่ละสัปดาห์ สินค้าเถื่อนที่ผ่านเข้า-ออกพรมแดนจีน-เวียดนาม มีมูลค่ามากกว่า 5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ย้อนหลังกลับไปในปี 1979 พื้นที่ที่อยู่ใกล้เส้นทางเดินของสินค้าเถื่อนนี้ก็คือสมรภูมิสู้รบระหว่างทหารจีนกับกองทัพเวียดนาม ซึ่งชีวิตนับหมื่นต้องเซ่นสังเวยไปภายในเวลาเพียง 17 วันเท่านั้น

NGUUN XUAN OANH เคยรักษาการตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเวียดนามใต้ เขาจบการศึกษาระดับปริญญาเอกทางเศรษฐศาสตร์จากฮาร์วาร์ด เมื่อเร็ว ๆ นี้ เขาทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาให้คำแนะนำเกี่ยวกับการปฏิรูปตลาดสังคมนิยมให้กับรัฐบาลฮานอย

"มีทางเดียวที่จะเปลี่ยนการค้าที่ผิดกฎหมายนี้ให้กลายเป็นข้อได้เปรียบของเรา" เขาบอกกับเพื่อนร่วมงานที่ฮานอย "นั่นก็คือทำให้ปักกิ่งเห็นด้วยและเข้าร่วมจัดตั้งเขตการค้าเสรี"

ช่วงสองเดือนสุดท้ายก่อนสิ้นปี 1993 เป็นช่วงประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างระบบเศรษฐกิจโลกในศตวรรษที่ 21 เป็นเวลาที่ยุทธศาสตร์สำหรับโลกในศตวรรษหน้าจะได้รับการพิจารณาและตัดสินใจ กล่าวคือข้อตกลงว่าด้วยเขตการค้าเสรีทวีปอเมริกาเหนือหรือนาฟต้า จะเข้าสู่การพิจารณาของสภาคองเกรส สหรัฐฯ การประชุมสุดยอดของกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเซียแปซิฟิคมีขึ้นในเดือนพฤศจิกายนที่ซีแอตเติ้ล หลังจากนี้ไม่นาน ก็ถึงการประชุมแกตต์

ในขณะที่บรรดาผู้นำของประเทศเอเซียยุ่งอยู่กับการประชุมเหล่านี้ นักธุรกิจและเจ้าหน้าที่รัฐบาลก็อยู่ในระหว่างการจัดระเบียบความสัมพันธ์ในระดับอนุทวีปใหม่ เกือบทุกวันตลอดภาคพื้นเอเซียได้มีการทดลองใช้รูปแบบ วิธีการทางการค้าใหม่ ๆ

ปรากฏการณ์และการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นผลจากการสิ้นสุดลงของลัทธิอาณานิคมและการปิดฉากสงครามเย็น

หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เจ้าอาณานิคมในเอเซียอย่างเช่น อังกฤษ ฝรั่งเศส เนเธอร์แลนด์ สหรัฐฯ ต่างก็หมดสิ้นอำนาจหรือไม่ก็เสื่อมอิทธิพลลง แต่สงครามเย็น ทำให้การถอนตัวของชาติตะวันตกออกจากอินโดจีนต้องชะงักลง อย่างไรก็ตามอำนาจอิทธิพลเหล่านี้กำลังเหือดหายลงไป พร้อม ๆ กับการสิ้นสุดของศตวรรษที่ 20

สหรัฐ ฯ กำลังจะยกเลิกการเอ็มบาร์โก้เวียดนาม คาดว่าจะเป็นปีหน้า อีก 3 ปีถัดจากนั้นอังกฤษก็จะถอนตัวออกจากฮ่องกง ในเดือนธันวาคม 1999 ธงโปรตุเกสก็จะถูกชักลงจากยอดเสาในมาเก๊า

และเมื่อรุ่งอรุณของวันที่ 1 มกราคม ปี 2000 มาถึง ดวงอาทิตย์ก็จะโผล่ขึ้นมาบนดินแดน ซึ่งในที่สุดก็อยู่ภายใต้การปกครองของประชาชนผู้เป็นเจ้าของแผ่นดินที่แท้จริงโดยสมบูรณ์แบบ

เอเซียได้ก้าวมาถึงจุดซึ่งปรมาจารย์ทางการบริหาร เคนอิชิ โอมาเอะกล่าวเอาไว้ว่า "เราเลิกหลงงมงายอยู่กับแนวความคิดของศตวรรษที่ 19 ในเรื่องรัฐชาติแล้ว" ผลที่เกิดขึ้นประการหนึ่งก็คือ ทัศนคติเกี่ยวกับเรื่องพรมแดนประเทศที่แตกต่างไปจากเดิมในหมู่นักธุรกิจเอเซีย รวมทั้งหน่วยงานรัฐบาลด้านการค้าและการต่างประเทศ ซึ่งพรมแดนประเทศนี้ แท้ที่จริงแล้วถูกกำหนดขึ้นเพื่อตอบสนองอำนาจทางการเมืองและผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของชาติตะวันตก

หลังการล่มสลายของลัทธิคอมมิวนิสต์ แนวความคิดเรื่อง "ไร้พรมแดน" มีแนวโน้มที่จะได้รับการยอมรับมากขึ้นเรื่อย ๆ รูปธรรมที่ชัดเจนในเรื่องนี้ก็คือ การเกิดขึ้นของสิ่งที่เรียกว่าเขตเศรษฐกิจซึ่งครอบคลุมดินแดนมากกว่าหนึ่งประเทศ เช่น สามเหลี่ยมแห่งความจำเริญเติบโต (GROWTH TRIANGLE) สี่เหลี่ยมเศรษฐกิจ, เขตเศรษฐกิจพิเศษ และอื่น ๆ ที่คล้ายคลึงกัน ความจริงแล้วควรจะเรียกว่าวงรอบหรือวงกลม (CIRCLE) มากกว่า เพราะเป็นคำที่มีนัยถึงการเชื่อมต่อกันของดินแดน และการสอดประสานกันระหว่างสายสัมพันธ์ของนักธุรกิจ

NOORDIN SOPIEE ผู้อำนวยการสถาบันยุทธศาสตร์และนานาชาติศึกษาของมาเลเซีย ระบุว่าพื้นที่ "ภูมิ-เศรษฐกิจ" แบบนี้มีอยู่ถึง 14 แห่งในเอเซียและจะมีเพิ่มมากขึ้นอีก หากสันติภาพในระดับภูมิภาคยังคงอยู่ พื้นที่เหล่านี้คือศูนย์กลางธุรกิจใหม่ ๆ จำนวนมหาศาลที่จะเกิดขึ้นในศตวรรษที่กำลังจะมาถึง

นิตยสารเอเชีย อิงค์ได้ส่งนักเขียนอาวุโสวิลเลี่ยม เมลเลอร์พร้อมด้วยช่างภาพ เดินทางตระเวณเป็นระยะทาง 20,000 กิโลเมตรทั่วเอเซีย เพื่อศึกษา "วงกลมแห่งความเจริญเติบโตใหม่" (NEW GROWTH CIRCLES) นี้ ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 4 ตอนด้วยกัน โดยเริ่มตอนที่หนึ่งในฉบับนี้ และเพื่อความเข้าใจที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เอเชีย อิงค์ร่วมกับมูลนิธิไชย้ง ลิ้มทองกุลจะร่วมกันจัดรายการสัมนาในเรื่องนี้ขึ้น โดยการสัมนาครั้งแรกจะมีขึ้นที่เชียงใหม่ในเดือนมีนาคมปีหน้า และครั้งต่อ ๆ ไปจะจัดขึ้นที่ออสเตรเลียและสหรัฐอเมริกา

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us