Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน11 มกราคม 2550
ดีแทคเดินเกมรุกตามกลยุทธ์ 3Cผนึก6ธนาคารบริการ"สบายเปย์"             
 


   
www resources

โฮมเพจ DTAC

   
search resources

โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น, บมจ.
ซิคเว่ เบรกเก้
Mobile Phone




ดีแทคเร่งเดินยุทธศาสตร์ 3C ด้วยการจับมือ 6 ธนาคาร บริการสบาย เปย์สำหรับลูกค้าโพสต์เพด ใน 2 รูปแบบเอทีเอ็ม เรียลไทม์ 24 ชม. และชำระค่าบริการผ่านคอลล์เซ็นเตอร์ 1678 เพิ่มทางเลือกให้ลูกค้า หวังดันฐานลูกค้าโพสต์เพดปีนี้ให้ถึง 2.5 ล้านราย “ซิคเว่” ย้ำดีแทคเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯกลางปีนี้

นายซิคเว่ เบรคเก้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) กล่าวว่า ดีแทคได้ปูทางการทำตลาดไว้ก่อนหน้านี้คือยุทธศาสตร์ 3C ประกอบด้วย Call, Care และ Convenient สำหรับซีแรกได้มีการออกแคมเปญและแพกเกจใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง จนทำให้ฐานลูกค้ารายเดือนหรือโพสต์เพดเพิ่มขึ้นจากต้นปี 2549 ที่มีอยู่ประมาณ 1.4 ล้านราย เป็น 2 ล้านรายเมื่อถึงสิ้นปี และเมื่อปลายปีที่ผ่านมาได้เริ่มกลยุทธ์ซีตัวที่ 2 ที่เน้นการเอาใจใส่ลูกค้ามากขึ้น ด้วยโปรแกรมประกันภัยสำหรับลูกค้าที่ใช้บริการตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป โดยใช้ทุนประกันสูงถึง 1.25 แสนล้านบาท ซึ่งตรงนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้น และดีแทคมีแผนจะทยอยออกแคร์ในรูปแบบต่างๆ อย่างต่อเนื่อง

ส่วนซีตัวที่ 3 ดีแทคได้ร่วมมือกับพันธมิตร 6 ธนาคาร ประกอบด้วยธนาคารกรุงศรีอยุธยา, กสิกรไทย, กรุงเทพ, ไทยพาณิชย์, ไทยธนาคาร และยูโอบี เปิดบริการ “สบาย เปย์” ซึ่งเป็นการพัฒนาเพื่อเปลี่ยนความสะดวกสบาย หรือคอนวิเนียน ไม่ให้เป็นเพียงนามธรรม แต่ให้ลูกค้าสามารถจับต้องได้เป็นรูปธรรม

บริการสบาย เปย์ได้รับการพัฒนาและถูกวางให้เป็นโครงสร้างใหญ่ของการชำระเงินของระบบโพสต์เพด ซึ่งมีบริการหลายหลายที่จะทยอยพัฒนาและเปิดให้บริการในอนาคตอันใกล้

สำหรับบริการเป็นจุดเริ่มของซีตัวที่ 3 ดีแทคได้พัฒนาระบบเอทีเอ็ม เรียลไทม์ ที่จะให้ผู้ใช้บริการสามารถทำรายการชำระเงินผ่านตู้เอทีเอ็มของธนาคารใหญ่ทั้ง 6 แห่ง ที่มีอยู่ทั่วประเทศด้วยจำนวนตู้บริการถึง 1.4 หมื่นจุด ตลอด 24 ชั่วโมง ขณะเดียวกันก็เปิดให้บริการชำระเงินผ่านด้วยบัตรเครดิตผ่านคอลล์เซ็นเตอร์ 1678 เพื่อให้ลูกค้าที่ไม่ได้อยู่ในจุดที่สามารถชำระเงินผ่านเคาน์เตอร์ สามารถชำระเงินในกรณีเร่งด่วนผ่านพนักงานได้ตลอดเวลา

ทุกครั้งที่ลูกค้าชำระเงินไม่ว่าจะผ่านตู้เอทีเอ็ม หรือคอลล์เซ็นเตอร์ ลูกค้าจะได้รับเอสเอ็มเอส เพื่อยืนยันการจ่ายเงิน และเพื่อสร้างความมั่นใจในการใช้บริการให้กับลูกค้า ซึ่งผู้บริหารดีแทคเชื่อว่าต่อไปในอนาคตเอสเอ็มเอสจะกลายเป็นมาตรฐานเพื่อใช้ยืนยันการทำธุรกรรมทางการเงินทุกประเภท

“สิ่งที่เราทำอยู่ขณะนี้นอกจากการเป็น trend setter แล้ว นี่คือการนำร่องรูปแบบการชำระเงินแบบใหม่ของอุตสาหกรรมมือถือแบบโพสต์เพด การพัฒนาบริการนี้ดีแทคใช้จุดแข็งด้วยแรงสนับสนุนจากพันธมิตร เพื่อพัฒนาบริการที่แตกต่าง และสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมในปีนี้ โดยการทำธุรกรรมต่างๆ ดีแทคจะจ่ายค่าธรรมเนียมให้ลูกค้าหมด” นายสันติ เมธาวิกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ดีแทค กล่าว

ปัจจุบันลูกค้าโพสต์เพดประมาณ 20% ใช้บริการชำระเงินผ่านเคาน์เตอร์ธนาคาร และจุดรับชำระต่างๆ ที่ไม่ใช่ดีแทคช็อป เมื่อมีบริการชำระเงินแบบใหม่เกิดขึ้น ผู้บริหารดีแทคเชื่อว่ายอดของผู้ชำระเงินในส่วนนี้น่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 30% ภายในปีนี้

“เราจะไม่รอให้ลูกค้ามาหา แต่จะเดินหน้าเข้าหาลูกค้าให้ใกล้ชิดที่สุด ตลอด 24 ชั่วโมงเราจะให้บริการถึงที่สุด”

จากความร่วมมือดังกล่าวดีแทคได้ใช้งบกว่า 100 ล้านบาท ในการพัฒนาระบบแบ็กออฟฟิศ เพื่อเชื่อมโยงระบบออนไลน์เข้ากับระบบบิลลิ่งกับ 6 ธนาคาร เพื่อให้สามารถสร้างบริการที่เป็นเรียลไทม์สำหรับผู้บริโภค

ส่วนรูปแบบการให้บริการชำระเงินผ่านตู้เอทีเอ็ม ลูกค้าสามารถเลือกการชำระได้จากเมนูบนหน้าจอ หลังจากนั้นระบบจะให้ใส่เบอร์โทรศัพท์ และยืนยันการชำระก่อนที่จะเริ่มกระบวนการ ทั้งนี้ เอทีเอ็ม เรียลไทม์จะต่างจากการชำระค่าบริการผ่านตู้เอทีเอ็มปกติ เพราะทันทีที่ผู้ใช้บริการชำระค่าบริการผ่านตู้เอทีเอ็ม ระบบจะตัดเงินจากบัตรเอทีเอ็ม และดำเนินการโอนเงินโดยอัตโนมัติในทันที เมื่อโอนเงินเสร็จผู้ใช้บริการจะได้รับเอสเอ็มเอส เพื่อยืนยันการทำธุรกรรมทันที แทนที่จะต้องใช้เวลา 2 วันทำการในการโอนเงินเข้าสู่บัญชี

กรณีที่ผู้ใช้มือถือถูกระงับสัญญาณ ก็สามารถจ่ายเงินที่ตู้เอทีเอ็ม และได้รับการต่อสัญญาณภายใน 30 นาที ซึ่งโดยปกติการต่อสัญญาณจะสามารถทำได้ต่อเมื่อผู้ใช้ไปจ่ายเงินที่เคาน์เตอร์บริการเท่านั้น ส่วนค่าธรรมเนียมในการต่อเลขหมายจะถูกตัดไปคิดรวมในยอดชำระครั้งต่อไป ขณะที่ผู้ใช้บริการที่ครบกำหนดการชำระในวันนั้นๆ ก็สามารถจ่ายเงินที่ตู้เอทีเอ็มเพื่อเคลียร์ยอดการชำระได้ในทันทีแบบเรียลไทม์

นอกจากการใช้เงินแบบเร่งด่วนเมื่อถึงเวลานัดชำระ และการจ่ายเงินเพื่อขอต่อสัญญาณโทรศัพท์แล้ว ผู้ใช้ที่ใช้บริการครบวงจรเงินที่กำหนด สามารถจ่ายเงินค่าบริการบางส่วน เพื่อให้สามารถใช้บริการต่อไปได้ที่ตู้เอทีเอ็มเช่นกัน ขณะเดียวกันผู้ใช้ก็สามารถที่จะจ่ายเงินค่าใช้บริการล่วงหน้าก่อนที่จะได้รับใบแจ้งค่าบริการที่ตู้เอทีเอ็มได้เช่นกัน หากมีส่วนที่จ่ายเกินจะได้รับการบันทึกเพื่อนำไปหักออกจากยอดค่าใช้บริการในรอบบิลถัดไป โดยลูกค้าสามารถใช้บริการนี้ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

สำหรับการชำระเงินผ่านคอลล์เซ็นเตอร์ ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่ 1 ก.พ.นี้ ลูกค้าสามารถโทร.หาพนักงานเพื่อขอจ่ายค่าบริการผ่านบัตรเครดิตได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งนี้ หากลูกค้าเคยชำระเงินผ่านเคาน์เตอร์ด้วยบัตรเครดิต พนักงานจะสามารถเรียกข้อมูลบัตรเพื่อดำเนินการชำระได้ทันที ส่วนผู้ที่ไม่เคยชำระค่าบริการผ่านบัตรเครดิตจะต้องผ่านขั้นตอนการสมัครเบื้องต้นกับพนักงานซึ่งจะเปิดการชำระเงินด้วยบัตรเครดิตให้ทันที

ส่วนการนำดีแทคเข้าไประดมทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ผู้บริหารดีแทคยืนยันว่าจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในกลางปีนี้   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us