|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
ทีดีอาร์ไอประเมินเศรษฐกิจปี 50 โต 4.9% ระบุงบประมาณของหน่วยงานต่าง ๆ ที่จะออกสู่ระบบได้เร็วขึ้น เป็นแรงขับเคลื่อนหลัก ส่วนปัจจัยเสี่ยงมาจากการเปลี่ยนแปลงในภาวะการเงินของโลก แนะต้องมีความร่วมมือกันระหว่างประเทศเกี่ยวกับอัตราแลกเปลี่ยนให้มากกว่านี้ ขณะที่ปี 49 เศรษฐกิจมีทิศทางชะลอตัวจากปัจจัยทางการเมือง ราคาน้ำมัน และค่าเงินบาท
นายฉลองภพ สุสังกร์กาญจน์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวในงานแถลงข่าว "การบริหารเศรษฐกิจมหภาคภายใต้ความผันผวนของการไหลเวียนของเงินทุนระหว่างประเทศ" ถึงแนวโน้มเศรษฐกิจในปี 2550 ว่า สถาบันได้มีการประมาณการณ์อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจปี 2550 มีอัตราการขยายตัวที่ระดับ 4.9% อัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ระดับ 2.8% การส่งออกขยายตัวที่ 9.9% และการนำเข้าขยายตัวที่ 10.0% แต่ยังมีการเกินดุลการค้า 24,500 ล้านบาท เกินดุลบัญชีเดินสะพัด 58,530 ล้านบาท
ซึ่งในปี 2550 คาดว่าเงินงบประมาณของหน่วยงานต่าง ๆ จะออกสู่ระบบได้เร็วขึ้นนอกจากนี้เชื่อว่าในปีหน้าราคาน้ำมันจะเข้าสู่ภาวะทรงตัวเมื่อเทียบกับปีนี้ ขณะที่อัตราแลกเปลี่ยนเชื่อว่าจะอยู่ที่ระดับประมาณ 37 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ และจะไม่มีการปรับเปลี่ยนอัตราแลกเปลี่ยนของเงินสกุลต่างๆ อย่างรุนแรง ประกอบกับการส่งออกยังสามารถขยายตัวได้ประมาณ 12.5% ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ อีกทั้งพระราชบัญญัติงบประมาณฯ 2550 จะเป็นตัวผลักดันทำให้การใช้จ่ายภาครัฐเพิ่มดีขึ้นกว่าในปีนี้
“แรงผลักดันการเติบโตทางเศรษฐกิจในปีหน้าเชื่อว่าจะเป็นเรื่องของการมี พ.ร.บ.งบประมาณออกมา ซึ่งจะเป็นตัวกระตุ้นช่วยให้สภาพคล่องสูงขึ้น ส่วนปัจจัยเสี่ยงในปีหน้านั้นน่าจะมาจากการเปลี่ยนแปลงในภาวะการเงินของโลก ค่าเงินที่ยังมีความเสี่ยงอยู่ ซึ่งในอนาคตควรจะต้องมีความร่วมมือกันระหว่างประเทศเกี่ยวกับอัตราแลกเปลี่ยนให้มากกว่านี้” นายฉลองภพ กล่าว
นายฉลองภพ กล่าวต่อว่า ในส่วนของภาวะเศรษฐกิจปี 2549 มีแนวโน้มชะลอตัวลง เนื่องจากต้องเผชิญกับปัจจัยจากปัญหาทางการเมือง ทำให้ความเชื่อมั่นและการใช้จ่ายของภาครัฐชะลอตัวลง รวมถึงราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว และแนวโน้มการแข็งค่าขึ้นของค่าเงินบาทอย่างต่อเนื่อง ทำให้แรงกระตุ้นจากการส่งออกและการท่องเที่ยวน้อยลง
รวมถึงปัจจัยบวกด้านอื่นลดน้อยลง รวมทั้งการปล่อยสินเชื่อ การบริโภค และการลงทุน จึงคาดว่า เศรษฐกิจปี 2549 จะขยายตัวร้อยละ 4.7 เงินเฟ้อร้อยละ 4.6 การส่งออกขยายตัวร้อยละ 10.7 นำเข้าร้อยละ 2 เกินดุลการค้า 26,814 ล้านบาท ดุลบัญชีเงินสะพัดเกินดุล 53,400 ล้านบาท โดยรายได้จากภาคต่างประเทศยังเป็นปัจจัยหลักสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
“ในปีนี้รายได้จากภาคต่างประเทศยังเป็นพลังหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยภาคการส่งออกก็ยังขยายตัวได้ดีในสินค้าหลายๆ ชนิดและในตลาดต่างๆ ขณะที่ราคาน้ำมันส่งแรงกดดันต่อการนำเข้าและดุลการค้าในช่วงครึ่งแรกของปี โดยในครึ่งหลังของปีก็ได้ส่งแรงกดดันลดลงมา ส่วนรายได้จากการท่องเที่ยวปรับตัวสูงขึ้นมากเมื่อเทียบกับปีที่แล้วซึ่งได้รับผลกระทบจากสึนามิ” นายฉลองภพ กล่าว
|
|
 |
|
|