Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน15 ธันวาคม 2549
ยอดใช้จ่ายบัตรเครดิตต.ค.กระเตื้องนอน-แบงก์หนี้ค้าง-ปริมาณบัตรสูงสุด             
 


   
www resources

โฮมเพจ ธนาคารแห่งประเทศไทย
โฮมเพจ ธนาคารกรุงเทพ

   
search resources

ธนาคารแห่งประเทศไทย
ธนาคารกรุงเทพ, บมจ.
โชค ณ ระนอง
Credit Card




แบงก์ชาติรายงานยอดการใช้บัตรเครดิตเดือนตุลาคมเริ่มกระเตื้อง ทั้งปริมาณบัตร-ยอดใช้จ่าย-ยอดคงค้าง โดยนอน-แบงก์มีหนี้คงค้างสูงสุด 7.6 หมื่นล้าน ขณะที่แบงก์พาณิชย์มีปริมาณใช้จ่ายบัตรสูงสุด 3.5 หมื่นล้าน และนอน-แบงก์มีปริมาณบัตรเครดิตเพิ่มขึ้นมากสุด ด้านแบงก์กรุงเทพระบุยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรทั้งปียังโตแค่ 13.5% ต่ำกว่าเป้าที่ตั้งไว้ 17% คาดปีหน้าอยู่ในระดับใกล้เคียง ระบุราคาน้ำมัน-บาทแข็งกดดัน

รายงานข่าวจากธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) แจ้งว่า ธปท.ได้รายงานยอดคงค้างการให้บริการบัตรเครดิตแยกตามประเภทบัตรเครดิตล่าสุด ณ สิ้นเดือนตุลาคม 2549 พบว่า ในระบบสถาบันการเงินทั้งยอดสินเชื่อคงค้าง ปริมาณบัตรเครดิต และปริมาณการใช้จ่ายโดยรวมในระบบมีการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกส่วน โดยในเดือนนี้มียอดสินเชื่อคงค้างก็เพิ่มขึ้นถึง 2,783.54 ล้านบาท หรือคิดเป็น 1.74% จากยอดสินเชื่อคงค้างในเดือนนี้อยู่ที่ระดับ 163,159.42 ล้านบาท ขณะที่ปริมาณบัตรเครดิตยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน ล่าสุดอยู่ที่ 10,720,532 บัตร เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนจำนวน 65,242 บัตร หรือคิดเป็น 0.62% ส่วนปริมาณการใช้จ่ายโดยรวมในระบบอยู่ที่ 65,464.71 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6,182.96 ล้านบาท จากเดือนก่อน หรือคิดเป็น 10.43%

ทั้งนี้ ในเดือนนี้ทั้งปริมาณบัตรเครดิตและยอดสินเชื่อคงค้างบัตรเครดิตเพิ่มขึ้นในทุกส่วนของผู้ประกอบการทุกประเภทในระบบสถาบันการเงิน โดยในส่วนของธนาคารพาณิชย์จดทะเบียนในประเทศมียอดคงค้างบัตรเครดิตมากที่สุดในระบบสถาบันการเงิน ขณะที่นอนแบงก์ก็มีปริมาณบัตรเครดิตมากที่สุดในระบบเช่นกัน

โดยเดือนตุลาคมบริษัทประกอบธุรกิจบัตรเครดิตที่มิใช่สถาบันการเงิน(นอนแบงก์) มียอดสินเชื่อคงค้างมากที่สุดในระบบถึง 76,485.85 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 946.31 ล้านบาท และมีปริมาณบัตรเครดิตมากที่สุดเช่นกันอยู่ที่ 5,265,302 บัตร เพิ่มขึ้น 37,933 บัตรจากเดือนก่อน ถือมากที่สุดในระบบ รองลงมาเป็นยอดสินเชื่อคงค้างของธนาคารพาณิชย์จดทะเบียนในประเทศจำนวน 53,577.98 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 1,294.49 ล้านบาท และมีปริมาณบัตรเครดิตอยู่ที่ 4,261,235 บัตร หรือเพิ่มขึ้น 15,730 บัตร จากเดือนก่อน ถือมากที่สุดในระบบ และสาขาธนาคารต่างชาติจำนวน 33,095.59 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 543.1 ล้านบาท และมีปริมาณบัตรเครดิตอยู่ที่ 1,193,995 บัตร หรือเพิ่มขึ้น 11,579 บัตร ตามลำดับ

สำหรับในส่วนของปริมาณการใช้จ่ายโดยรวม ภาคธนาคารพาณิชย์มียอดมากที่สุดในระบบสถาบันการเงิน คือ 35,561.30 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 3,511.6 ล้านบาท รองลงมาเป็นธุรกิจนอนแบงก์ 21,356.80 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 1,734.65 ล้านบาท และสาขาธนาคารต่างชาติมีปริมาณการใช้จ่ายโดยรวมอยู่ที่ระดับ 8,546.61 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 936.71 ล้านบาท ดังนั้น ในเดือนนี้เทียบกับเดือนก่อนปริมาณการใช้จ่ายโดยรวมในส่วนของธนาคารพาณิชย์เพิ่มมากที่สุดในระบบสถาบันการเงิน

ขณะเดียวกันปริมาณการใช้จ่ายโดยรวมจากยอดล่าสุดอยู่ที่ 65,464.71 ล้านบาท เกิดจากปริมาณการใช้จ่ายในประเทศมากที่สุดในระบบอยู่ที่ 47,215.14 ล้านบาท ซึ่งในส่วนของธนาคารพาณิชย์ที่จดทะเบียนในประเทศแห่งเดียวก็มียอดใช้จ่ายในประเทศถึง 23,812.53 ล้านบาท ส่วนปริมาณการใช้จ่ายในต่างประเทศมีจำนวน 2,485.15 ล้านบาท ซึ่งในส่วนของนอนแบงก์มีการใช้จ่ายในส่วนนี้มากที่สุดถึง 1,058.17 ล้านบาท และเป็นส่วนที่เกิดจากการเบิกจ่ายเงินสดล่วงหน้าจำนวน 15,764.42 ล้านบาท ซึ่งในส่วนของภาคธนาคารพาณิชย์จดทะเบียนในประเทศมียอดในส่วนนี้มากที่สุดถึง 10,815.43 ล้านบาท

BBLระบุยอดใช้จ่ายทั้งปียังต่ำกว่าเป้า

นายโชค ณ ระนอง ผู้จัดการสายบัตรเครดิต ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตของธนาคารในปีนี้ว่ามีอัตราการเติบโตเพียง 13.5% ซึ่งต่ำจากเป้าหมายที่ตั้งไว้ 17% ขณะที่อัตราการอนุมัติบัตรเครดิตของธนาคารอยู่ที่ 60% ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วเล็กน้อยเนื่องมาจากการมีระบบเครดิตบูโรที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ประกอบกับเกณฑ์การคัดเลือกลูกค้าของธนาคารก็มีความเข้มงวดมากขึ้น

“ในปีนี้ประชาชนไม่กล้าจับจ่ายใช้สอยเนื่องจากมีปัญหาความไม่แน่นอนทางการเมืองที่มีผลกระทบต่อบรรยากาศในการจับจ่ายใช้สอย ส่งผลให้ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรไม่ขยายตัวตามเป้าหมายและคาดว่าในปีหน้ายอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตน่าจะโตใกล้เคียงใกล้ปีนี้โดยอยู่ที่ประมาณ 13-14%”นายโชค กล่าว

ทั้งนี้ ในปัจจุบันยอดผิดนัดชำระหนี้ของลูกค้าบัตรเครดิตธนาคารอยู่ในระดับไม่ถึง 2% ซึ่งเป็นอัตราที่ใกล้เคียงกับปี 48 ที่ผ่านมา เนื่องเป็นสัญญาณที่แสดงให้เห็นว่าแม้เศรษฐกิจจะไม่ค่อยดีแต่ลูกค้าบัตรเครดิตไม่ได้มีปัญหาการชำระหนี้เพิ่มขึ้น ส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) อยู่ที่ 1% ถือว่าอยู่ในระดับที่น่าพอใจ

สำหรับในปีหน้าแนวโน้มของธุรกิจบัตรเครดิตโดยรวมจะขึ้นอยู่กับภาวะเศรษฐกิจและความมั่นใจของผู้บริโภค ซึ่งหากดูจากสถานการณ์แล้ว แนวโน้มการเติบโตของบัตรเครดิตไม่น่าจะดีกว่าปีนี้มากนัก เนื่องจากมีปัจจัย เรื่องการแข็งค่าของเงินบาท และ ราคาน้ำมันเข้ามากระทบ โดยในปีหน้าธนาคารจะตั้งงบประมาณในด้านทำการตลาดมากขึ้นเพื่อกระตุ้นให้ประชาชนกล้าใช้จ่าย และตั้งเป้าเป็นผู้นำในด้านการตลาดธุรกิจบัตรเครดิตโดยคาดว่าในช่วงต้นปีจะมีการเปิดตัวแคมเปญใหม่โดยรูปแบบจะแตกต่างไปจากผู้ประกอบการธุรกิจบัตรเครดิตรายอื่น

“ในปีหน้าธุรกิจบัตรเครดิตไม่น่าโตกว่าปีนี้มากนัก เนื่องจากปัจจัยจากราคาน้ำมัน การแข็งค่าของค่าเงินบาท ซึ่งในปีหน้าธนาคารมีแผนที่จะตั้งงบการตลาดมากขึ้นเพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายผ่านบัตร”นายโชค กล่าว

ล่าสุดธนาคารได้จัดแคมเปญ "ชีวิตสมบูรณ์แบบกับธนาคารกรุงเทพ " ด้วยการมอบสิทธิประโยชน์ให้กับลูกค้าผู้ถือบัตรเครดิตและบัตรบีเฟิสต์ ที่มีการใช้จ่ายผ่านบัตรทุก1,000 บาท จะได้รับ 1 สิทธ์ในการลุ้นรับคอนโดมิเนียมในโครงการ ไอเฮ้าส์ ลากูนา การ์เดน ย่ายอาร์ซีเอ มูลค่ายูนิตละ 1.4 ล้านบาท มีจำนวน 3 ยูนิต โดยจะเริ่มโครงการตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคม 2549-15 มีนาคม 2550   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us