Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน13 ธันวาคม 2549
กสิกรฯโหมแคมเปญรุกเอสเอ็มอีทุ่ม200ล.ตั้งกองทุน-ตั้งเป้าปีหน้าสินเชื่อโต20%             
 


   
www resources

โฮมเพจ ธนาคารกสิกรไทย

   
search resources

ธนาคารกสิกรไทย, บมจ.
บุญทักษ์ หวังเจริญ
Banking and Finance




แบงก์กสิกรฯเดินหน้ารุกธุรกิจเอสเอ็มอีเต็มสูบ เปิดโครงการ K SME Care ดูแลเอสเอ็มอีอย่างยั่งยืน-ครบวงจร พร้อมจัดตั้งกองทุนรวมเข้าไปถือหุ้นในธุรกิจเอ็มเอสอีเพื่อเป็นอีกทางเลือกของแหล่งเงินทุน ตั้งเป้าปีหน้าปล่อยกู้เพิ่มอีก 20% หรือคิดเป็น 50,000 ล้าน จากยอดสินเชื่อปัจจุบัน 256,000 ล้าน และขยายมาเก็ตแชร์เป็น 30%ในปี 51 จากปีนี้ที่อยู่ในระดับ 21%

นายบุญทักษ์ หวังเจริญ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ในปี 2550 ธนาคารกสิกรไทยจะยังให้ความสำคัญกับกลุ่มลูกค้าเอสเอ็มอีอย่างต่อเนื่อง โดยธนาคารอยู่ระหว่างการจัดตั้งบริษัทหลักทรัพย์จัดการร่วมลงทุน ซึ่งจะให้บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนกสิกรไทยถือหุ้น 100% เพื่อบริหารกองทุน K SME Venture Capital Fund ที่มีนโยบายเข้าไปร่วมถือหุ้นในวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม โดยกองทุนดังกล่าวจะถือหุ้นในธุรกิจเอสเอ็มอีไม่น้อยกว่า 5 ปี สำหรับเงินลงทุนขั้นต้นของกองทุนอยู่ที่ 200 ล้านบาท ทั้งนี้ การจัดตั้งกองทุนดังกล่าวจะเป็นแหล่งเงินทุนนอกเหนือจากสินเชื่อของธนาคาร และเป็นแหล่งเงินทุนที่มีต้นทุนต่ำ ซึ่งถือเป็นทางเลือกของผู้ประกอบการเพื่อขยายธุรกิจในระยะยาว

"ธุรกิจเอสเอ็มอีมีเป็นธุรกิจที่ยังมีความต้องการด้านเงินทุน แต่เอสเอ็มอีบางแห่งก็ไม่สามารถพึ่งพิงแหล่งเงินทุนในด้านของสินเชื่อจากธนาคารเพียงอย่างเดียว เพราะเป็นแหล่งเงินทุนที่มีต้นทุน ซึ่งหากมีเงินเงินทุนในรูปแบบของผู้ถือหุ้นจึงเป็นทางเลือกที่ดีทางหนึ่ง"รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทยกล่าว

ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวเป็นตามนโยบายของธนาคารที่ได้จัดตั้งโครงการ K SME Care ที่เป็นความตั้งใจที่จะใช้ทรัพยากรของธนาคารกลับเข้าไปพัฒนาธุรกิจ SMEs ของไทยให้มีความสามารถในการแข่งขัน มีประสิทธิภาพ และเติบโตอย่างยั่งยืน ซึ่งกองทุนที่เข้าไปร่วมทุนกับลูกค้าเอสเอ็มอีจะได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนของธนาคารน่าจะอยู่ในระดับที่เหมือนกับการลงทุนในหุ้น

นอกจากนี้ ตั้งแต่ต้นปี 2550 ธนาคารกสิกรไทยและพันธมิตรผู้เชี่ยวชาญจากภาครัฐและเอกชนที่มีความเชี่ยวชาญด้านต่างๆ ได้ตกลงที่จะร่วมกันพัฒนาโครงการต่างๆ เพื่อให้คำปรึกษาทางธุรกิจ (Business Consulting) แก่เอสเอ็มอีเพื่อพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจ โดยจะมีการพัฒนาโครงการอย่างต่อเนื่อง โครงการต่างๆ จะครอบคลุมด้านต่างๆ อาทิ การเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการธุรกิจ การจัดการกระบวนการ การบริหารทรัพยากรบุคคล โดยเบื้องต้นได้ร่วมมือกับ สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (ISMED) ที่มีโครงการระบบวินิจฉัยธุรกิจ (Business Competitiveness Diagnosis) เพื่อช่วยผู้ประกอบการวิเคราะห์ประสิทธิภาพการบริหารจัดการของธุรกิจ เพื่อให้ทราบถึงจุดแข็ง และจุดอ่อนของธุรกิจ เพื่อใช้ในการปรับปรุงและพัฒนาต่อไป

รวมถึง การให้ข้อมูล ความรู้ ตลอดจนข่าวสารใหม่ๆ แก่ลูกค้าผู้ประกอบการของธนาคาร เพื่อเป็นแหล่งข้อมูลในการประกอบการตัดสินใจทำธุรกิจ รวมทั้งเพื่อเพิ่มความรอบรู้ และสามารถพัฒนาธุรกิจให้สำเร็จได้ โดยลูกค้าของธนาคารจะได้รับสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลของบริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย (KResearch) เพื่อติดตามสถานการณ์ด้านธุรกิจ และเศรษฐกิจอย่างครอบคลุมรอบด้าน

ทั้งนี้ ภายใต้โครงการ K SME Care นี้ ธนาคารจะมีโปรแกรมออกมาอย่างต่อเนื่อง โดยเริ่มต้นตั้งแต่ต้นปี 2550 โดยโปรแกรมแรกๆ ที่จะออกมาในไตรมาสแรก คือ K SME Venture Capital Fund ซึ่งธนาคารมีความมั่นใจว่าโครงการ K SME Care จะทำให้ SMEs มีความสามารถในการแข่งขันที่ดีขึ้น มีประสิทธิภาพ เพื่อสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนต่อไป

ด้านการปล่อยสินเชื่อให้แก่ธุรกิจเอสเอ็มอี คาดว่าปี 2550 ธนาคารจะปล่อยสินเชื่อให้กับลูกค้าเอสเอ็มอีประมาณ 50,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% จากที่ผ่านมาธนาคารมีลูกค้าเอสเอ็มอีแล้ว 120,000 ราย วงเงินกู้ทั้งหมด 256,000 ล้านบาท ขณะที่ตั้งเป้าจะมีรายได้ค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้นประมาณ 40% หรือคิดเป็นมูลค่า 4,000 ล้านบาท จากปีนี้ที่มีการเติบโตประมาณ 20% หรือคิดเป็นเงินประมาณ 2,800 ล้านบาท เนื่องจากธนาคารจะมีการให้บริการทางการเงินที่เป็นประโยชน์กับลูกค้า เชื่อว่าจะทำให้รายได้ค่าธรรมเนียมของธนาคารจากกลุ่มเอสเอ็มอีเติบโตได้ ส่วนในปีนี้สัดส่วนรายได้ค่าธรรมเนียมจากกลุ่มลูกค้าเอสเอ็มอีมีสัดส่วนอยู่ที่ 20% จากรายได้ค่าธรรมเนียมทั้งหมด และในปีหน้าคาดว่าจะเพิ่มเป็น 22% ขณะที่ส่วนแบ่งทางการตลาดจากกลุ่มลูกค้าเอสเอ็มอีของธนาคารในปีนี้น่าจะอยู่ที่ 21% ซึ่งเป็นอันดับ 1 หรือ 2 ในอุตสาหกรรมรวม โดยมีเป้าหมายที่จะให้ปี 2551 ส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มเป็น 30%

"เป้าหมายมาเก็ตแชร์ที่ตั้งไว้ระดับ 30% ในอีก 2 ปีข้างหน้านั้น เป็นต้วเลขที่มีความเป็นไปได้ เพราะธนาคารได้ให้บริการที่มีคุณภาพกับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ก็จะมีผลทำให้ส่วนแบ่งทางการตลาดของธนาคารเพิ่มขึ้นด้วย"นายบุญทักษ์กล่าว

สำหรับทิศทางอัตราดอกเบี้ยในปีหน้านั้น รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทยกล่าวว่า แนวโน้มน่าจะปรับลดลงตั้งแต่ไตรมาสที่ 2 เป็นต้นไป โดยคาดว่าจะปรับลดลงรวมประมาณ 1% ซึ่งดอกเบี้ยที่ปรับลดลงน่าจะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจทุกประเภทรวมถึงเอสเอ็มอี

"แต่อย่างไรก็ตาม ธนาคารเชื่อว่าอัตราดอกเบี้ยไม่ใช่ประเด็นที่สำคัญของธุรกิจเอสเอ็มอีเท่ากับการเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่จะใช้ในการขยายธุรกิจ สำหรับหนี้เอ็นพีแอล จากกลุ่มเอสเอ็มอี ปัจจุบันมีสัดส่วนไม่ถึง 2% ของพอร์ตสินเชื่อเอสเอ็มอี ที่ธนาคารมีอยู่ประมาณ 2.6 แสนล้านบาท"นายบุญทักษ์กล่าว   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us