|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
เอส.อี.ซี. ออโต้เซลส์ เตรียมแตกไลน์ธุรกิจมากขึ้นดันเป็นผู้ให้บริการรถยนต์ครบวงจรปีหน้าประเดิม 2 ธุรกิจใหม่ จำหน่ายอุปกรณ์เอ็นจีวี-ขายรถมือสอง ตั้งงบลงทุนกว่า 200 ล้านบาท ผู้บริหารเผย ยอดขายรถในงานมอเตอร์โชว์รวมกว่า 500 ล้านบาท รับรู้ปีนี้ 50% มั่นใจรายปีนี้ตามเป้า 2.7 พันล้านบาท
นายสมพงษ์ วิทยารักษ์สรรค์ ประธานกรรมการ บริษัท เอส.อี.ซี. ออโต้เซลส์ แอนด์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ SECC เปิดเผยว่า บริษัทมีแผนที่จะมีการทำธุรกิจใหม่ๆ เพิ่มขึ้นซึ่งเป็นการขยายธุรกิจที่เกี่ยวกับรถยนต์เพื่อที่จะทำให้บริษัทเป็นผู้บริการทางด้านรถยนต์ที่ครบวงจร โดยในปี 2550 บริษัทมีแผนที่จะประกอบธุรกิจใหม่ 2 ธุรกิจ คือ ธุรกิจการนำเข้า จำหน่าย และติดตั้งอุปกรณ์ที่เกี่ยวกับการใช้ก๊าซธรรมชาติ (NGV และ LPG) เป็นเชื้อเพลิงในรถยนต์ รวมถึงการเปิดสาขาให้ครอบคลุมทั่วประเทศ
ทั้งนี้บริษัทอยู่ระหว่างยื่นเรื่องจัดตั้งบริษัทใหม่กับกระทรวงพาณิชย์ โดยจะมีทุนจดทะเบียน 10 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะเริ่มดำเนินธุรกิจในเดือนมกราคม 2550 โดยบริษัทตั้งเป้ายอดขายอุปกรณ์ติดตั้ง NGV และ LPG ในปีแรก 30-100 ล้านบาท ซึ่งบริษัทจะมีการเจาะกลุ่มลูกค้าของบริษัทก่อนโดยปัจจุบันบริษัทมีลูกค้าประมาณ 10,000 ราย และกลุ่มลูกค้าทั่วไป อย่างก็ตามบริษัทมองว่าธุรกิจดังกล่าวมีแนวโน้มการเติบโตที่ดี จากที่ขณะนี้ราคาน้ำมัน ยังคงสูงกว่าการใช้ก๊าซธรรมชาติถึง 3 เท่า จึงทำให้ประชาชนหันมาใช้ก๊าซมากขึ้น
ในส่วนธุรกิจที่สองคือการจำหน่ายรถยนต์มือสอง คาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ในไตรมาส3/50 โดยเหตุผลที่บริษัทจะมีการดำเนินธุรกิจดังกล่าว เนื่องจากขณะนี้มีลูกค้าสนใจที่จะซื้อรถนำเข้าของบริษัท แต่ยังมีเงินสดไม่เพียงพอที่จะซื้อรถใหม่ได้ จึงต้องการที่จะซื้อรถมือสองที่บริษัทจำหน่ายอยู่
นายสมพงษ์ กล่าวอีกว่า บริษัทคาดว่าจะใช้งบลงทุนปีหน้ามากกว่า 200 ล้านบาท แบ่งเป็นลงทุนในการจำหน่ายอุปกรณ์ ติดตั้งNGV และ LPG จำนวน 50 ล้านบาท ลงทุนการทำธุรกิจจำหน่ายรถมือสอง จำนวน 100 ล้านบาท และบริษัทมีแผนที่จะจัดงานมอร์เตอร์โชว์เองในช่วงไตรมาส3/50 ซึ่งถือเป็นงานใหญ่ของบริษัทและเป็นครั้งแรกที่มีการจัดขึ้นเอง โดยจะนำรถทุกรุ่นที่บริษัทจำหน่ายและอุปกรณ์ต่างๆ มาจัดแสดง ซึ่งคาดว่าจะใช้เงินลงทุนประมาณ 30 ล้านบาท รวมถึงการลงทุนในเรื่องการบริการหลังการขายกับลูกค้าของบริษัทเช่นกัน
ทั้งนี้ในเดือนมกราคม2550 บริษัทจะมีการยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล (ไฟลิ่ง)ในการขออนุมัติการเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุน(วอแรนท์) จำนวน 120 ล้านหน่าย แบ่งเป็น จัดสรรให้ผู้ถือหุ้นเดิมจำนวน 100 ล้านหน่าย ในสัดส่วน4 หุ้นเดิมต่อ 1 วอแรนต์ ในราคา 0 บาท ซึ่งมีอายุ 3 ปี ราคาใช้สิทธิแปลงสภาพหุ้นละ 3 บาท ส่วนอีก 20 ล้านหน่ายจัดสรรให้กรรมการและพนักงาน ราคาใช้สิทธิแปลงสภาพหุ้นละ 2 บาท ซึ่งคาดว่าจะมีการจัดสรรวอแรนต์ดังกล่าวได้ภายในไตรมาส2/50
สำหรับรายได้รวมไตมาส4/49 คาดว่าจะมากกว่าไตรมาส3/49 ที่มีรายได้ 698.54 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 19.42 ล้านบาท เนื่องจากเป็นช่วงที่มียอดขายรถมากที่สุดประกอบกับบริษัทมีรายได้จากการจัดงานมอร์เตอร์โชว์ที่มีการจัดขึ้นในช่วงวันที่ 30 พ.ย.-11 ธ.ค.ที่มีจำนวน 500 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะรับรู้ในเดือนธันวาคมนี้ประมาณ 250 ล้านบาท และส่วนที่เหลือจะรับรู้ในเดือนมกราคม2550 โดยมั่นใจว่ารายได้รวมปีนี้จะเป็นไปตามเป้าหมายที่ 2,700 ล้านบาท
นายสมพงษ์ กล่าวว่า ราคาหุ้นของบริษัทในขณะนี้ถือว่ายังอยู่ในระดับที่ต่ำ เนื่องจาก ค่าP/Eของบริษัทอยู่ที่ 8-9 เท่า แต่บริษัทในกลุ่มอุตสาหรรมยานยนต์มีค่าP/E ที่13-15 เท่า ส่วนตัวมองว่าราคาหุ้นของบริษัทสามารถที่จะปรับตัวสูงขึ้นได้อีก โดยบริษัทยังไม่มีแผนที่จะเข้าไปซื้อหุ้นคืน เพราะ ราคาหุ้นของบริษัทยังอยู่ในระดับที่สูงกว่าราคาจอง
|
|
 |
|
|