Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน13 ธันวาคม 2549
MSกู้3.5พันล.ผุดโรงถลุงเหล็ก             
 


   
www resources

โฮมเพจ บริษัท มิลเลนเนียม สตีล

   
search resources

มิลเลนเนียม สตีล, บมจ.
สันติ ชาญกลราวี
Metal and Steel




มิลเลนเนียม สตีล กู้เงินอีกประมาณ 3,500 ล้านบาท เพื่อใช้สร้างโรงงานถลุงเหล็กต้นน้ำกำลังการผลิต 5 แสนตันต่อปี หวังลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มคุณภาพเหล็ก คาดเริ่มเดินเครื่องผลิตได้ไตรมาส 3 ปี 51 และโครงการนี้ให้ผลตอบแทนจากการลงทุน ( IRR ) สูงกว่า 15% ขณะที่ผลงานปีนี้คาดกำไรดี ผลจากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น พร้อมเปลี่ยนชื่อเป็น ทาทา สตีล (ประเทศไทย) และใช้ชื่อเทรด TSTH หลังทาทา สตีลเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ 67%

นายสันติ ชาญกลราวี กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิลเลนเนียม สตีล จำกัด (มหาชน) (MS) เปิดเผยว่าขณะนี้ได้รับการอนุมัติจากที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท เพื่อให้ลงทุนโครงการถลุงเหล็กต้นน้ำ ซึ่งมีกำลังการผลิต 500,000 ตันต่อปี มูลค่าเงินลงทุน 3,400-3,500 ล้านบาท โดยโครงการดังกล่าวจะให้ผลตอบแทนการลงทุน (IRR) มากกว่า 15% คาดว่าโครงการจะก่อสร้างเสร็จและเริ่มดำเนินการผลิตได้ประมาณไตรมาส 3 ปี 2551

โดยแหล่งเงินทุนที่บริษัทจะนำมาใช้ในการลงทุนครั้งนี้ คือกู้จากสถาบันการเงิน ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีและได้ดอกเบี้ยที่ระดับ MLR-1.1 และจะส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E RATIO) ของบริษัทเพิ่มจาก 0.6 เท่าเป็น 0.9 เท่า ซึ่งโครงการนี้จะก่อสร้างที่บ่อวิน จังหวัดชลบุรี

"ซึ่งหากโครงการแล้วเสร็จจะทำให้บริษัทสามารถลดต้นทุนการผลิตได้ประมาณ 1,000บาทต่อตัน รวมทั้งยังช่วยเพิ่มคุณภาพเหล็กให้สูงขึ้นและเพิ่มความสามารถในการผลิตเหล็กเพื่อรองรับอุตสาหกรรมรถยนต์แหล่งเงินทุนจะกู้สถาบันการเงินในประเทศ 100% และเราหวังจะผลิตเหล็กเกรดคุณภาพสูงที่ไทยยังไม่มีผู้ผลิต เพื่อรองรับการนำเข้าและทำให้ประเทศลดการขาดดุลการค้า และรองรับความต้องการใช้ในประเทศ และรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมรถยนต์ " นายสันติ กล่าว

สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาสสุดท้ายปีนี้ MS คาดว่ากำไรน่าจะดีขึ้น อันเป็นผลจากกำไรการปรับโครงสร้างหนี้ ซึ่งบริษัทจะบันทึกในไตรมาสดังกล่าวประมาณ 270 ล้านบาท ซึ่งผลการดำเนินงานไตรมาส 3 ปีนี้ที่ผ่านมาพบว่า บริษัทมีกำไรสุทธิ 276 ล้านบาท เนื่องจากยอดขายและราคาขายที่เพิ่มขึ้น ตามความต้องการเหล็กเส้นของตลาดสหรัฐฯ เพิ่มสูง โดยบริษัทสามารถปรับราคาขายได้เพิ่มขึ้นเฉลี่ยตันละ 400 บาท และบริษัทยังสามารถลดผลกระทบเชิงลบจากปัจจัยที่มีผลกระทบต่อต้นทุนวัตถุดิบเฉลี่ยอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้กำไรขั้นต้นสูงขึ้นและยอดขายก็สูงขึ้นด้วย ขณะที่ไตรมาส 3 ปี48 ขาดทุนสุทธิ 69 ล้านบาท

นายสันติกล่าวว่า MS ไม่มีแผนที่เข้าไปเทกโอเวอร์หรือซื้อกิจการที่อยู่ในธุรกิจเดียวกัน แต่ต้องการเน้นไปที่การผลิตสินค้าตัวอื่นที่มีความต้องการในตลาดสูงเป็นเหล็กชนิดพิเศษ ตลอดจนการหาโอกาสในการขยายการลงทุนในไทยเพื่อหาโอกาสการเติบโตทางธุรกิจ ด้วย ขณะที่เป้าหมายของบริษัทคือต้องการหวังให้ EVA ของบริษัทเป็นบวก (EVA คือการประเมินผลที่ได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนสูงกว่าการที่นักลงทุนได้รับจากการลงทุนในตลาด ) ซึ่งขณะนี้ของ MS ยังติดลบอยู่ และคาดว่าอย่างเร็วสุดน่าจะทำได้ภายใน 3 ปีหลังจากนี้ โดยเน้นการลดต้นทุนผลิตและเพิ่มกำลังการผลิตในอนาคต

อย่างไรก็ตาม ในปีนี้MS ยังคาดว่ากำไรน่าจะดีขึ้นเมื่อเทียบกับปี 48 ผลจากปริมาณขายเพิ่มขึ้น โดยตั้งเป้า 1.1 ล้านตัน ขณะที่ปีก่อนมียอดขายอยู่ที่ 9 แสนตันเท่านั้น และขณะนี้กำลังผลิตเหล็กรีดร้อนของบริษัทอยู่ที่ประมาณปีละ 1 -1.1 ล้านตัน และคาดว่าหลังจากนี้ไม่เกิน 2 ปีจะเดินเครื่องผลิตเต็มกำลังการผลิตที่ 1.7 ล้านตันต่อปีได้ และแผนระยะยาวของบริษัทหลังจากนี้ 10 ปี จะมีกำลังการผลิตเกิน 30 ล้านตันต่อปี และมีเครือข่ายที่จะตั้งกระจายอยู่ทั่วโลก

สำหรับแนวโน้มตลาดเหล็กภายในประเทศปี 2550 มองว่าความต้องการใช้เหล็กจะใกล้เคียงกับปีนี้ที่ระดับ 13 ล้านตัน เนื่องจากโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ยังไม่เกิดขึ้นเพราะยังอยู่ในช่วงรัฐบาลรักษาการ ขณะที่ภาพรวมของตลาดเหล็กโลกความต้องการใช้เหล็กน่าจะขยายตัวสูงขึ้นเนื่องจากประเทศจีน รัสเซีย และอินเดียยังมีความต้องการใช้เหล็กในก่อสร้างและอุตสาหกรรมต่าง ๆ ซึ่งราคาเหล็กโดยรวมน่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้นจากปีนี้เล็กน้อย ตามต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น

นายสันติกล่าวว่า ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นของบริษัท ได้อนุมัติการเปลี่ยนแปลงชื่อบริษัทมาเป็น บริษัท ทาทาสตีล จำกัด(มหาชน) หรือ TSTH ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการเพื่อยื่นต่อกับกระทรวงพาณิชย์ คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จในวันที่ 14 ธันวาคม 49 นี้ หลังจากนั้นบริษัทจะดำเนินการยื่นเปลี่ยนแปลงชื่อหุ้นบนกระดานจาก MS เป็น TSTH ต่อไป

ทั้งนี้ เป็นผลจากการที่บริษัท ทาทา สตีล ภายหลังจากที่ ทาทา สตีล เข้าซื้อหุ้น MS จาก SCC จนมีสัดส่วนการถือหุ้น 67% จากก่อนหน้าที่ถือหุ้นอยู่เป็นอันดับ 2 รองจาก NATSTEEL ASIA PTE LTD ซึ่งถืออยู่ 45.32%   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us