Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน12 ธันวาคม 2549
เฟรชมาร์ทปั้นเฟรชไลน์บุกขายตรง             
 


   
search resources

Minimart
เฟรชมาร์ท อินเตอร์เนชั่นแนล, บมจ.




เฟรชมาร์ทแตกไลน์ธุรกิจใหม่ ปั้น "เฟรชไลน์" บุกเข้าสู่ธุรกิจขายตรง ออกรบต้นปีหน้า ชูกลยุทธ์ผนึกธุรกิจในเครือสร้างความแกร่ง ใช้ร้านสะดวกซื้อเป็นช่องทางกระจายสินค้า ส่วนธุรกิจไฟแนนซ์ยังอยู่ระหว่างเจรจา ด้านธุรกิจค้าปลีกเฟรชมาร์ทยังเดินหน้าต่อเนื่องแม้ปีนี้เปิดต่ำกว่าเป้าหมาย เหตุเศรษฐกิจไม่ดี

นางสาวนรินทร์ จิยารมณ์ ประธานกรรมการ บริษัท เฟรชมาร์ท อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ผู้ประกอบการธุรกิจร้านสะดวกซื้อเฟรชมาร์ทและธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่า ในปีหน้าบริษัทฯมีแผนที่จะขยายุธุรกิจใหม่ๆเพิ่มขึ้น ทั้งธุรกิจการขายตรง ธุรกิจเกี่ยวกับไฟแนนซ์ ส่วนธุรกิจเดิม คือ พัฒนาอสังหาริมทรัพย์และร้านค้าปลีกยังดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามในเบื้องต้นนี้จะขยายตัวเข้าสู่ธุรกิจขายตรงก่อน เนื่องจากมีความพร้อมมากกว่า ส่วนธุรกิจเกี่ยวกับไฟแนนซ์นั้นยังอยู่ระหว่างการเจรจากับพันธมิตรที่จะร่วมมือกัน ซึ่งยังไม่สามารถสรุปได้คงต้องรอเวลาอีกระยะหนึ่ง

ทั้งนี้คาดว่าบริษัทฯจะสามารถเริ่มดำเนินธุรกิจขายตรงได้ในช่วงเดือนมกราคม 2550 โดยใช้ชื่อว่า "เฟรชไลน์" ซึ่งต้องถือว่าเป็นการแตกไลน์ธุรกิจใหม่ที่ไม่เกี่ยวกับธุรกิจเดิมเลย แต่บริษัทฯจะพยายามนำเอาธุรกิจขายตรงและธุรกิจเดิมที่ทำอยู่ทั้ง ร้านค้าสะดวกซื้อ อสังหาริมทรัพย์ รวมทั้งธุรกิจใหม่ที่จะทำในอนาคต ให้เข้ามาเชื่อมโยงกันให้ได้ เพื่อสร้างศักยภาพของธุรกิจให้มีความเข้มแข็งและเป็นเครือข่ายกันมากขึ้น ทั้งในด้านการทำตลาด การเป็นช่องทางกระจายสินค้า การทำโปรโมชั่น เป็นต้น เช่น นำใบเสร็จของร้านเฟรชมาร์ทมาเป็นส่วนลดในการซื้อสินค้าขายตรง เป็นต้น

สำหรับสาเหตที่หันมาทำธุรกิจขายตรงนั้น เนื่องมาจากว่า ธุรกิจขายตรงมีแนวโน้มในการเติบโตที่ดีในอนาคตทั้งตลาดในประเทศไทยและต่างประเทศ ทั้งในยุโรป อเมริกา เป็นต้น ซึ่งในเอเชียเองก็เติบโตดี อีกทั้งมูลค่าตลาดรวมขายตรงในไทยนั้นถึงแม้จะมีมากแต่เมื่อเทียบกับต่างประเทศแล้วยังถือว่าน้อยมาก ทำให้ยังมีช่องว่างและโอกาสเข้าทำตลาดอีกมากมาย

โดยแผนการดำเนินธุรกิจนั้นบริษัทฯจะใช้ร้านสะดวกซื้อ เฟรชมาร์ท ที่มีเปิดบริการแล้วในขณะนี้มากกว่า 400 สาขา เป็นจุดกระจายสินค้าแต่ละช่องทางการจำหน่าย เพราะมีทั่วประเทศ สร้างความสะดวกและความง่ายให้กับสมาชิกและผู้บริโภคด้วย โดยสินค้าที่บริษัทฯจะทำตลาดขายตรงก็จะเป็นสินค้าที่ตลาดขายตรงส่วนใหญ่ทำกันอยู่เช่น เครื่องสำอาง อาหารเสริมและผลิตภัณฑ์อื่นๆอีกมาก

นางสาวนรินทร์ กล่าวต่อว่า ในด้านของแผนการตลาดนั้นได้ตั้งงบประมาณไว้สูงถึง 50 ล้านบาท เพื่อใช้ในการจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ทุกรูปแบบทั้ง อะโบฟเดอะไลน์ สัดส่วน เป็น 40% และบีโลว์เดอะไลน์ สัดส่วน 60% อย่างเต็มรูปแบบ“การเข้ามาจับธุรกิจตลาดขายตรงครั้งนี้ ด้วยวิธีการที่แตกต่างจากรายเก่า ด้วยการนำเอาธุรกิจในเครือเข้ามาช่วยกันผลักดันธุรกิจตัวใหม่ ที่สามารถเพิ่มจุดแข็งและเป็นการเสริมศักยภาพในการทำธุรกิจ

ทั้งนี้บริษัทฯเชื่อว่าการขยายไลน์ธุรกิจใหม่ๆจากนี้ไป จะช่วยทำให้ธุรกิจเดิมเช่น ค้าปลีกมีความแข็งแกร่งมากกว่าเดิมด้วย”โดยในปีแรกนั้นบริษัทฯคาดหวังว่า ธุรกิจขายตรง เฟรชไลน์ จะสามารถมีส่วนแบ่งจากตลาดขายตรงโดยรวมได้ประมาณ 10% ซึ่งตั้งเป้าว่า ธุรกิจขายตรงนั้นจะมาช่วยให้ธุรกิจโดยรวมของเครือมีอัตราการเติบโตมากขึ้นกว่า 50%

ส่วนธุรกิจค้าปลีกร้านเฟรชมาร์ทนั้น บริษัทฯยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง แม้ในปีนี้จะเปิดสาขาได้เพียง 50 กว่าสาขาเท่านั้น ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ว่าจะต้องเปิดให้ได้เฉลี่ย 100 สาขาต่อปี เนื่องจากว่า ปีนี้มีปัจจัยลบมากมายที่ส่งผลกระทบต่อการลงทุน ซึ่งในภาพรวมก็เป็นเช่นเดียวกันหมด ไม่ใช่เป็นเฉพาะของบริษัทฯเท่านั้น คาดว่าภายในปีหน้าสถานการณ์เศรษฐกิจโดยรวมจะดีขึ้นกว่าปีนี้แน่นอน ทั้งอัตราภาษีดอกเบี้ยที่ลดลง ราคาน้ำมันที่อ่อนตัวลงบ้าง และการเมืองไม่มีปัญหาเหมือนที่ผ่านมา โดยผลประกอบการของร้านเฟรชมาร์ทก็ยังไปได้ดี   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us