Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน8 ธันวาคม 2549
โซลาร์ตรอนเล็งบกยุโรป-เอเชีย"วันดี"คาดรายได้ปี50โตอีก5%             
 


   
search resources

โซลาร์ตรอน, บมจ.
Electricity




โซลาร์ตรอน เล็ง บุกตลาดแผงโซลาร์เซลล์ แถบยุโรป -ในเอเชีย หลังโรงงานใหม่สร้างเสร็จปลายปี 50 ดันยอดส่งออกพุ่ง จากขณะนี้ที่ 5% "วันดี"คาดรายได้ ปี 50 เพิ่มขึ้น 5% จากปีนี้ 1.3 พันล้านบาท พร้อมทยอยรับรู้รายได้ระบบสูบน้ำแสงอาทิตย์ 250 ล้านบาท หลังเป็นพันธมิตร กรุนด์ฟอส เดนมาร์ค

นางสาววันดี กุญชรยาคง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โซลาร์ตรอน จำกัด (มหาชน)หรือ SOLAR เปิดเผยว่า การที่บริษัทได้มีการร่วมมือกับบริษัทกรุนด์ฟอส (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีเครื่องสูบน้ำชั้นจากประเทศเดนมาร์ค เพื่อนำเอาประสบการณ์ทางเทคโนโลยีชั้นสูงของสองบริษัทมาร่วมพัฒนาระบบสูบน้ำพลังแสงอาทิตย์ เป็นการทำธุรกิจร่วมกับซึ่งจะส่งผลดีต่อทั้งสองบริษัทให้มีการเติบโตที่ดีในอนาคต

ทั้งนี้ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความต้องการระบบสูบน้ำ เพื่อการจัดสรรน้ำให้ได้อย่างมีคุณภาพระบบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์นี้ จะช่วยเพื่อศักยภาพในการจัดสรรน้ำ ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของภาครัฐบาล โดยการร่วมมือครั้งนี้คาดว่าในปี 2550 จะมีการขายโครงการระบบสูบน้ำแสงอาทิตย์มากกว่า 500 ระบบ ในทุกภูมิภาคของประเทศ มูลค่ากว่า 250 ล้านบาท

สำหรับราคารับซื้อคืนไฟฟ้าจากภาคครัวเรือนหรือเอกชนของรัฐว่า คาดว่าจะอยู่ที่ 8 บาทต่อหน่วย แต่ทางภาครัฐอาจจะช่วยเหลือด้วยการรับซื้อสูงกว่าราคา 8 บาท ซึ่งอาจจะอยู่ที่ประมาณ 12 บาทต่อหน่วย ซึ่งนับว่าเป็นอัตราที่น่าสนใจเนื่องจากราคาพลังงานที่ใช้กันอยู่มีต้นทุนที่ 4 บาท โดยจะเป็นแรงหนุนที่ทำให้ยอดขายแผงเซลล์พลังแสงอาทิตย์ของ บริษัทเพิ่มขึ้นในอนาคต เพราะสามารถขายไฟฟ้าได้ในราคาคุ้มค่า

อย่างไรก็ตามซึ่งเรื่องดังกล่าวยังเป็นเพียงแนวคิดจากทางภาครัฐซึ่งต้องรอการทำประชาพิจารณ์ และการประกาศออกมาอย่างเป็นทางการก่อน โดยคาดว่าหลังจากเรื่องนี้เป็นรูปธรรมอย่างชัดเจนจะทำให้ยอดขายแผงเซลล์พลังแสงอาทิตย์ของบริษัทเพิ่มขึ้นอย่างมาก ซึ่งขณะนี้มีบ้านในโครงการ SOLAR HOME ยังเหลือที่ต้องติดตั้งแผงวงจรเซลล์แสงอาทิตย์อีก 80,000 หน่วยครัวเรือน จากทั้งหมดรวมที่ได้ติดตั้งไปแล้ว 230,000 หน่วย ทั้งนี้หากมีการลงนามในสัญญาฉบับใหม่เพื่อสานโครงการณ์เดิมต่อให้เสร็จสิ้น จะทำให้กำไรขั้นต้นของบริษัทในปี 2550 เพิ่มขึ้น เนื่องจากสามารถปรับราคาขึ้นได้ตามต้นทุนที่แท้จริงที่เพิ่มขึ้น

นางสาววันดี กล่าวว่า บริษัทคาดรายได้รวมปีหน้าคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 5% จากปีนี้ที่คาดว่าจะมีรายได้ 1,300 ล้านบาท เนื่องจากรับรู้รายได้จากการติดตั้งโครงการโซลาร์เซลล์ และโครงการพัฒนาระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ที่เป็นธุรกิจใหม่ และเสาไฟฟ้า

ทั้งนี้เมื่อโรงงานผลิตแผ่นโซลาร์เซลล์อาคารใหม่สร้างเสร็จในปี 2550 บริษัทจะมีการขยายตลาดส่งออกไปต่างประเทศมากขึ้น โดยประเทศที่เป็นกลุ่มเป้าหมายของบริษัท เช่น แถบยุโรปได้แก่ เยอรมัน ส่วนประเทศเพื่อนบ้านได้แก่ อินโดนีเซีย ซึ่งจะทำให้สัดส่วนการส่งออกในปี2551 ปรับตัวเพิ่มขึ้นสูง จากขณะนี้ที่มียอดส่งออก 5%   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us