|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
โซลาร์ตรอน เล็ง บุกตลาดแผงโซลาร์เซลล์ แถบยุโรป -ในเอเชีย หลังโรงงานใหม่สร้างเสร็จปลายปี 50 ดันยอดส่งออกพุ่ง จากขณะนี้ที่ 5% "วันดี"คาดรายได้ ปี 50 เพิ่มขึ้น 5% จากปีนี้ 1.3 พันล้านบาท พร้อมทยอยรับรู้รายได้ระบบสูบน้ำแสงอาทิตย์ 250 ล้านบาท หลังเป็นพันธมิตร กรุนด์ฟอส เดนมาร์ค
นางสาววันดี กุญชรยาคง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โซลาร์ตรอน จำกัด (มหาชน)หรือ SOLAR เปิดเผยว่า การที่บริษัทได้มีการร่วมมือกับบริษัทกรุนด์ฟอส (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีเครื่องสูบน้ำชั้นจากประเทศเดนมาร์ค เพื่อนำเอาประสบการณ์ทางเทคโนโลยีชั้นสูงของสองบริษัทมาร่วมพัฒนาระบบสูบน้ำพลังแสงอาทิตย์ เป็นการทำธุรกิจร่วมกับซึ่งจะส่งผลดีต่อทั้งสองบริษัทให้มีการเติบโตที่ดีในอนาคต
ทั้งนี้ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความต้องการระบบสูบน้ำ เพื่อการจัดสรรน้ำให้ได้อย่างมีคุณภาพระบบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์นี้ จะช่วยเพื่อศักยภาพในการจัดสรรน้ำ ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของภาครัฐบาล โดยการร่วมมือครั้งนี้คาดว่าในปี 2550 จะมีการขายโครงการระบบสูบน้ำแสงอาทิตย์มากกว่า 500 ระบบ ในทุกภูมิภาคของประเทศ มูลค่ากว่า 250 ล้านบาท
สำหรับราคารับซื้อคืนไฟฟ้าจากภาคครัวเรือนหรือเอกชนของรัฐว่า คาดว่าจะอยู่ที่ 8 บาทต่อหน่วย แต่ทางภาครัฐอาจจะช่วยเหลือด้วยการรับซื้อสูงกว่าราคา 8 บาท ซึ่งอาจจะอยู่ที่ประมาณ 12 บาทต่อหน่วย ซึ่งนับว่าเป็นอัตราที่น่าสนใจเนื่องจากราคาพลังงานที่ใช้กันอยู่มีต้นทุนที่ 4 บาท โดยจะเป็นแรงหนุนที่ทำให้ยอดขายแผงเซลล์พลังแสงอาทิตย์ของ บริษัทเพิ่มขึ้นในอนาคต เพราะสามารถขายไฟฟ้าได้ในราคาคุ้มค่า
อย่างไรก็ตามซึ่งเรื่องดังกล่าวยังเป็นเพียงแนวคิดจากทางภาครัฐซึ่งต้องรอการทำประชาพิจารณ์ และการประกาศออกมาอย่างเป็นทางการก่อน โดยคาดว่าหลังจากเรื่องนี้เป็นรูปธรรมอย่างชัดเจนจะทำให้ยอดขายแผงเซลล์พลังแสงอาทิตย์ของบริษัทเพิ่มขึ้นอย่างมาก ซึ่งขณะนี้มีบ้านในโครงการ SOLAR HOME ยังเหลือที่ต้องติดตั้งแผงวงจรเซลล์แสงอาทิตย์อีก 80,000 หน่วยครัวเรือน จากทั้งหมดรวมที่ได้ติดตั้งไปแล้ว 230,000 หน่วย ทั้งนี้หากมีการลงนามในสัญญาฉบับใหม่เพื่อสานโครงการณ์เดิมต่อให้เสร็จสิ้น จะทำให้กำไรขั้นต้นของบริษัทในปี 2550 เพิ่มขึ้น เนื่องจากสามารถปรับราคาขึ้นได้ตามต้นทุนที่แท้จริงที่เพิ่มขึ้น
นางสาววันดี กล่าวว่า บริษัทคาดรายได้รวมปีหน้าคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 5% จากปีนี้ที่คาดว่าจะมีรายได้ 1,300 ล้านบาท เนื่องจากรับรู้รายได้จากการติดตั้งโครงการโซลาร์เซลล์ และโครงการพัฒนาระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ที่เป็นธุรกิจใหม่ และเสาไฟฟ้า
ทั้งนี้เมื่อโรงงานผลิตแผ่นโซลาร์เซลล์อาคารใหม่สร้างเสร็จในปี 2550 บริษัทจะมีการขยายตลาดส่งออกไปต่างประเทศมากขึ้น โดยประเทศที่เป็นกลุ่มเป้าหมายของบริษัท เช่น แถบยุโรปได้แก่ เยอรมัน ส่วนประเทศเพื่อนบ้านได้แก่ อินโดนีเซีย ซึ่งจะทำให้สัดส่วนการส่งออกในปี2551 ปรับตัวเพิ่มขึ้นสูง จากขณะนี้ที่มียอดส่งออก 5%
|
|
 |
|
|