Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน8 ธันวาคม 2549
พาณิชย์ลั่นส่งออกปีกุน 12.5% เล็งภาษีอุ้ม-ไม่หวั่นบาทแข็ง             
 


   
www resources

โฮมเพจ กระทรวงพาณิชย์

   
search resources

กระทรวงพาณิชย์
Import-Export




พาณิชย์ลุยส่งออกปีหน้า 12.5% มูลค่าสูงถึง 1.45 แสนล้านเหรียญสหรัฐ สวนแนวโน้มบาทแข็ง เศรษฐกิจโลกและคู่ค้าตก มั่นใจทำได้แม้เป้าจะสูงกว่าประมาณการของทุกสำนัก ฟุ้งเตรียมแผนสู้ทั้งเจรจาแก้ปัญหาการค้า บุกเจาะตลาดใหม่ พร้อมเสนอใช้มาตรการด้านภาษีอุ้มผู้ส่งออก เผยบาทแข็งทำกุ้ง ผักและผลไม้กระป๋องอ่วม

นายเกริกไกร จีระแพทย์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ได้มีการหารือร่วมกับผู้ส่งออก สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เพื่อพิจารณาเป้าหมายการส่งออกปี 2550 และพิจารณาปัจจัยที่เกี่ยวข้องต่างๆ ทั้งเศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจประเทศคู่ค้า และปัจจัยที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ทั้งค่าเงินบาทและน้ำมัน และได้ข้อสรุปว่าเป้าหมายการส่งออกปีหน้าน่าจะขยายตัวระหว่าง 10-12.5% แต่กระทรวงฯ จะยึดเป้า 12.5% เป็นเป้าหมายในการทำงาน โดยจะมีมูลค่าการส่งออกประมาณ 145,200 ล้านเหรียญสหรัฐ

“ตัวเลข 12.5% เป็นเป้าที่สูงสุดจากที่ประมาณการไว้ ซึ่งกระทรวงพาณิชย์จะผลักดันมาตรการต่างๆ เพื่อส่งออกไห้ได้ตามเป้า แม้ว่าปีหน้าจะมีปัจจัยกระทบหลายๆ ปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจโลกที่จะขยายตัวเพียง 4.9% การค้าโลก 7.6% เศรษฐกิจคู่ค้า เช่น สหรัฐฯ ขยายตัว 2.9% ญี่ปุ่น 2% ยุโรป 2% จีน 10% อินเดีย 7.3% รวมไปถึงการแข็งค่าของเงินบาท”

ทั้งนี้ เป้าหมายดังกล่าวสูงกว่าที่สำนักอี่นๆ ได้ประมาณการไว้ โดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คาดว่าจะขยายตัว 9% สำนักคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) 9% มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย 10% และสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) 9.2-11.2%

นายเกริกไกรกล่าวว่า มาตรการที่จะนำมาใช้ในการผลักดันการส่งออกในปีหน้า จะเน้นการเจรจาแก้ไขปัญหาอุปสรรคทางการค้าที่มีอยู่ เช่น การใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุน (AD/CVD) ของสหรัฐฯ และยุโรป การผลักดันการส่งออกไปประเทศญี่ปุ่น ซึ่งจะดำเนินการหลังจากที่มีข้อตกลงเอฟทีเอแล้ว การบุกเจาะตลาดเป็นพิเศษโดยเน้นเป็นรายประเทศ เช่น จีน อินเดีย และตะวันออกกลาง

นอกจากนี้ จะเร่งส่งเสริมการส่งออกธุรกิจบริการ เช่น การรักษาพยาบาล ไปตะวันออกกลาง และประเทศเพื่อนบ้าน ร้านอาหารไทย การพิมพ์ และการตกแต่งบ้านใน ขณะเดียวกัน จะเพิ่มจำนวนผู้ส่งออกและผู้ประกอบการใหม่ๆ ให้เข้าสู่ระบบการส่งออก รวมทั้งจะสนับสนุนให้ภาคเอกชนลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์

ในด้านการนำเข้า จากภาวะที่ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง อัตราการขยายตัวน่าจะอยู่ในระดับ 10% โดยจะมีมูลค่าการนำเข้าประมาณ 132,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งจากประมาณการตรงนี้ จะทำให้ปี 2550 ไทยน่าจะเกิดดุลการค้าระหว่าง 13,000-15,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนปี 2549 คาดว่า ไทยจะส่งออกได้มูลค่า 129,090 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 16% จากเป้าหมาย 17.5% ขณะที่การนำเข้าคาดว่าจะมีมูลค่า 120,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

นายเกริกไกรกล่าวว่า สำหรับการค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น ไม่มีผลกระทบต่อการส่งออก เพราะค่าเงินไม่ใช่ปัจจัยเดียว ยังมีปัจจัยอื่นๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง แต่การแข็งค่าของเงินบาท สินค้าส่งออกบางตัวก็ได้รับผลกระทบ แต่บางตัวก็ได้รับประโยชน์ ซึ่งการแก้ไขปัญหาค่าเงินบาทแข็ง ขณะนี้รัฐบาลกำลังดำเนินการอยู่ โดยธปท.และกระทรวงการคลัง กำลังพยายามที่จะหยุดการเก็งกำไรค่าเงิน และมีมาตรการต่างๆ ออกมาแล้ว อย่างไรก็ตาม จะไม่มีการจำกัดการนำเข้า เพราะจะเป็นการส่งสัญญาณไม่ดีต่อประเทศคู่ค้า

ส่วนกระทรวงพาณิชย์ จะเสนอมาตรการเพิ่มเติมให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาช่วยเหลือ โดยเฉพาะการนำมาตรการด้านภาษีมาใช้ เช่น ลดภาษีนำเข้าเครื่องจักร การหักลดหย่อนภาษีได้มากขึ้นหากนำเงินไปใช้ในการวิจัยและพัฒนา (R&D) หรือการพัฒนาความรู้ให้แก่บุคลากร เป็นต้น

นายราเชนทร์ พจนสุนทร อธิบดีกรมส่งเสริมการส่งออก กล่าวว่า จากภาวะค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น กรมฯ ได้วิเคราะห์ผลกระทบต่อส่งสินค้าส่งออก พบว่า สินค้าที่ใช้วัตถุดิบภายในประเทศจะได้รับผลกระทบมาก เช่น กุ้ง และผักผลไม้กระป๋อง โดยกุ้งใช้วัตถุดิบภายในประเทศ 86.4% ผักและผลไม้กระป๋อง ใช้วัตถุดิบภายใน 90% ซึ่งการใช้วัตถุดิบภายในมาก ทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น เพราะต้องซื้อวัตถุดิบแพง แต่ขายส่งออกได้ราคาถูกลง จากค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น ส่วนสินค้าที่นำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศมาผลิต เช่น คอมพิวเตอร์ เครื่องหนัง เสื้อผ้า จะไม่ได้รับผลกระทบ เพราะต้นทุนนำเข้าถูกลง   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us