|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
แบงก์ออมสิน โวสินเชื่อปีนี้ตรงตามเป้า 1.2 แสนล้าน ตั้งเป้าปี 2550 ปล่อยสินเชื่อใหม่ 1.4 แสนล้าน เน้นปล่อยให้รายย่อยโดยเฉพาะข้าราชการครู เตรียมเข้าไปแบกหนี้นอกระบบครูเข้ามาอยู่ในระบบ เชื่อไม่มีปัญหา เพราะปล่อยสินเชื่อครูอยู่แล้ว ใช้วิธีหักชำระจากเงินเดือน เผยเอ็นพีแอลไม่ถึง 1% "กรพจน์" เผยออกแคมเปญเงินฝากรับปีใหม่ แจก "โตโยต้า นิว คัมรี" ล่อใจถึง 3 คัน ชี้แค่ซื้อสลาก ทุกหน่วยมีสิทธิ์ลุ้น ยันระดมเงิน 1 หมื่นล้าน ไม่ใช่เพราะมีปัญหาสภาพคล่อง ขณะเดียวกันคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยทรงตัวไตรมาสแรกปีหน้า
นายวรวิทย์ ชัยลิมปมนตรี รองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน อาวุโส เปิดเผยว่า คาดว่าในปี 2549 นี้ ยอดการปล่อยสินเชื่อของธนาคารจะเป็นไปตามเป้าหมายที่ประมาณ 1.1-1.2 แสนล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นสุทธิจากปี 2548 ประมาณ 9-10% คิดเป็นวงเงินประมาณกว่า 3 หมื่นล้านบาท ขณะที่เป้าหมายในปี 2550 ธนาคารตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อใหม่ จำนวน 1.4 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น จากปี 2549 หรือเพิ่มขึ้นสุทธิประมาณ 8% คิดเป็นวงเงินประมาณ 2.8 หมื่นล้านบาท โดยจะยังคงเน้นกลุ่มสินเชื่อบุคคลรายย่อย เป็นหลัก อาทิ สินเชื่อเคหะ ตั้งเป้าหมายปล่อยสินเชื่อใหม่ 2-3 หมื่นล้านบาท สินเชื่อโครงการธนาคารประชาชน ตั้งเป้า 5 พันล้านบาท เป็นต้น
โดยในปี 2550 ธนาคารจะเน้นการปลูกฝังค่านิยมให้ประชาชนรักการออมให้มากกว่าเน้นปล่อยสินเชื่ออย่างเดียว เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายเศรษฐกิจพอเพียงของรัฐบาล ซึ่งธนาคารออมสินตั้งเป้าหมายระดมเงินฝากให้ได้กว่า 2 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราการเติบโตประมาณ 5-6% จากขณะนี้ที่มียอดเงินฝากสะสมประมาณ 5.9 แสนล้านบาท
"ปีนี้ปล่อยสินเชื่อประมาณ 1.1-1.2 แสนล้าน ถือว่าตรงตามเป้า สำหรับนโยบายสินเชื่อปีหน้า สินเชื่อเคหะคิดว่าคงปล่อยได้เรื่อยๆ เพราะความต้องการที่อยู่อาศัยยังมีอยู่มาก เราคงจะเน้นเอารายย่อยมากกว่า เป้าสินเชื่อเคหะคงประมาณ 2-3 หมื่นล้าน ที่เหลือก็จะเป็นสินเชื่อบุคคลเป็นกลุ่มเป้าหมายหลัก ส่วนเงินฝากคิดว่าคงขยายตัวประมาณ 5-6% หรือกว่า 2 หมื่นล้าน ซึ่งตอนนี้ฐานเงินฝากของออมสินอยู่อันดับ 5 รองจาก ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกสิกรไทย" นายวรวิทย์ กล่าว
นอกจากนี้ ในปี 2550 ธนาคารออมสินจะร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการ ในการแก้ไขปัญหาหนี้สินให้กับครู โดยจะให้มีการโอนหนี้สินที่กู้จากนอกระบบเข้ามาอยู่กับธนาคารแทน รวมทั้งจะเข้าไปช่วยหาอาชีพเสริมให้กับครูด้วย โดยปัจจุบันธนาคารปล่อยสินเชื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตข้าราชการ (ครู) เฉลี่ยปีละกว่า 1 แสนล้านบาท ซึ่งในปี 2549 ปล่อยประมาณ 3-4 หมื่นล้านบาท สินเชื่อคงค้างประมาณ 5 หมื่นล้านบาท แต่มีหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ไม่ถึง 1% เนื่องจากใช้วิธีการผ่อนชำระโดยหักจากเงินเดือนทุกเดือน
นายกรพจน์ อัศวินวิจิตร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่า ช่วงเทศกาลปีใหม่นี้ ธนาคารได้ออกแคมเปญพิเศษเพื่อส่งเสริมการออม โดยออกสลากออมสินพิเศษ ภายใต้แนวคิด "สลากออมสินพิเศษ เงินฝาก...คุ้มแล้ว คุ้มอีก" ตั้งเป้าหมายระดมเงินฝาก 10,000 ล้านบาท ซึ่งจะมีการเพิ่มรางวัลพิเศษด้วยการมอบรถยนต์โตโยต้า นิว คัมรี (TOYOTA NEW CAMRY) รุ่น 2.4 G จำนวน 3 คัน มูลค่ากว่า 4.5 ล้านบาท ให้แก่ผู้ที่ฝากสลากออมสินพิเศษงวดที่ 31 ระหว่างวันที่ 12 ธันวาคม 2549 ถึง 20 มกราคม 2550 ซึ่งทุกๆ หน่วยหรือทุก 50 บาทของสลากออมสิน จะถือเป็นหนึ่งหมายเลขที่มีสิทธิ์ได้รถยนต์ดังกล่าว
"การออกแคมเปญดังกล่าว ยืนยันว่า เราไม่ได้มีปัญหาสภาพคล่อง โดยปัจจุบันธนาคารยังมีสภาพคล่องกว่า 3-4 หมื่นล้านบาท แต่เป็นการออกสลากออมสินตามปกติ เพื่อให้คนออมเงิน ทั้งนี้ ยอดเงินฝากสลากออมสินทั้งหมดปัจจุบันอยู่ที่ 1.5 แสนล้านบาท แคมเปญการมอบรถยนต์ถือเป็นการคืนกำไรและของขวัญปีใหม่ให้แก่ลูกค้าของธนาคาร" นายกรพจน์ กล่าว
ทั้งนี้ ผู้ฝากสลากออมสินพิเศษ จะยังคงได้รับประโยชน์ตอบแทนเหมือนเดิม คือ ได้รับผลตอบแทนพร้อมเงินต้นคืน 54.25 บาทต่อหน่วย เมื่อฝากครบ 3 ปี และมีสิทธิลุ้นรางวัลกว่า 832,000 รางวัล รวมมูลค่ากว่า 245 ล้านบาท เป็นประจำทุกเดือนตลอดอายุการฝาก โดยผู้ที่ฝาก 10,000 หน่วย หรือ 5 แสนบาท จะได้รับผลตอบแทนขั้นต่ำ 3.53% ต่อปี และไม่หักภาษี
นายกรพจน์ กล่าวด้วยว่า คาดว่าสถานการณ์ด้านอัตราดอกเบี้ยในปี 2550 จะยังทรงตัวในช่วงไตรมาสแรกของปี เนื่องจากคาดว่าอัตราเงินเฟ้อและราคาน้ำมันยังอยู่ในระดับที่ทรงตัว ไม่ได้ลดลงไปมากนักจากปัจจุบัน รวมถึงสภาพคล่องในตลาดที่ยังมีอยู่มาก อย่างไรก็ดี หากจะมีการปรับลดก็คิดว่าไม่น่าจะเกิน 0.25%
|
|
 |
|
|