ก่อนหน้าที่จะไปรับตำแหน่งในสยามนำโชค ซึ่งปัจจุบันคือยูนิเวสท์แลนด์นั้นสังกัดของประเสริฐศักดิ์
องค์วัฒนคุณ ในเครือเจริญโภคภัณฑ์คือกลุ่มการค้าต่างประเทศ โดยดูแลสายงานธุรกิจวัตถุดิบอาหารสัตว์
2 ปีให้หลังจากที่ไปช่วยงานที่สยามนำโชค ประเสริฐศักดิ์กลับมานั่งทำงานที่เดิมในเดือนธันวาคม
2536 แต่ตำแหน่งที่เขาเคยนั่งนั้นได้มีการสนับสนุนคนอื่นขึ้นมาแทนตอนนี้เขาจึงมาจับสายงานใหม่
"เป็นการหาธุรกิจหรือสินค้าใหม่ ๆ จะเป็นในเชิงซื้อมาขายไปหรือต่อเนื่องไปถึงการลงทุนร่วมกัน
นี่คือสิ่งที่ผมกลับมารับผิดชอบในกลุ่มการค้าฯ อยู่ ณ วันนี้" ประเสริฐศักดิ์เล่าให้ฟัง
โครงการที่เขาศึกษาอยู่เวลานี้เป็นเรื่องธุรกิจอาหารสำเร็จรูป และการเสาะหาเทคโนโลยีต่าง
ๆ ที่จะมาทำเรื่องการแปรผลไม้เป็นน้ำผลไม้ 2 โครงการนี้อยู่ในขั้นศึกษาหาหุ้นส่วนที่มีเทคโนโลยี
และเป็นเจ้าของยี่ห้อซึ่งเป็นที่ยอมรับกันในระดับสากล
"สินค้าในลักษณะที่เป็นเครื่องอุปโภคบริโภคนั้น หากคุณต้องใช้เวลาสัก
5-10 ปีเพื่อให้ได้สิ่งที่ดีที่สุดแก่ผู้บริโภคนั้นบางทีคุณต้องยอมเสียเวลาตรงนี้
เพื่อที่จะหาข้อมูลและทำการตลาด" ประเสริฐศักดิ์อธิบาย และขยายความเพิ่มเติมว่า
"การสร้างโปรดักส์ขึ้นมาให้มีอิมเมจอาจจะไม่ยาก ถ้าเราใช้วิธีเอาโนว์ฮาวของเขาเข้ามาเอายี่ห้อเข้ามา
แล้วก็ทุ่มการโฆษณา ก็อาจจะติดตลาดได้เพราะผู้บริโภคส่วนมากตอนนี้ก็มีประสบการณ์เห็นยี่ห้อเหล่านี้มาจากต่างประเทศ
มันอาจจะง่ายอย่างนี้ แต่ถ้าเราต้องการทำยี่ห้อของเราเอง อันนี้ต้องใช้เวลา
แม้ว่าเราจะมีโนว์ฮาวของเขาก็ตาม"
สินค้าประเภทนี้จะมียี่ห้อเป็นที่รู้จักในแต่ละท้องถิ่นยี่ห้อที่ขายดีในอเมริกาก็จะครองตลาดอเมริกาอยู่
ส่วนยี่ห้อที่มาในย่านเอเชียได้ก็เพราะเริ่มเป็นที่รู้จักของคนที่ไปมีประสบการณ์ในประเทศนั้น
ๆ มาก่อน ซึ่งประเสริฐศักดิ์มองว่าคนรุ่นหลัง ๆ มีโอกาสได้พบเห็นยี่ห้อสินค้าเหล่านี้ในต่างประเทศมากขึ้นและจะเกิด
BRAND AWARENESS หรือ BRAND LOYALTY
เขาเทียบเคียงกับเซเว่นอีเลฟเว่น ซึ่งคนไทยจำนวนมากได้มีโอกาสไปเที่ยวฮ่องกงหรือญี่ปุ่นและเห็นยี่ห้อเซเว่นอีเลฟเว่นที่นั่น
ทำให้ซีพีไม่จำเป็นต้องโหมโฆษณาอย่างมาก
ในส่วนของอาหารสำเร็จรูปนั้น ต้องเป็นกิจการที่ต่อเนื่องกับการผลิตไก่ กุ้งและหมู
ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของอาหารทุกประเภท จากจุดนี้จะมีการศึกษาหาเทคโนโลยีใหม่
ๆ ในการแปรรูป เป้าหมายคือให้ผู้บริโภคนำไปอุ่นแล้วรับประทานได้เลย
ประเด็นสำคัญอยู่ที่ยี่ห้อและโนว์ฮาวที่จะใช้
เหตุที่เป็นเช่นนี้ประเสริฐศักดิ์มองลักษณะสากลของยี่ห้อและโนว์ฮาวสัมพันธ์กับข้อกำหนดของแกตต์
ซึ่งจะเป็นตัวที่เข้ามามีบทบาทมากขึ้นในชีวติคนในอีกหลายปีข้างหน้านี้ "ผมคิดว่ามันจะเป็นการเปิดทางให้สินค้าที่มีคุณภาพและมียี่ห้อดี
ๆ เข้าสู่ทุกตลาดได้ง่ายขึ้น"
ประเสริฐศักดิ์มองว่าแม้เครือซีพีมีความสามารถที่จะทำยี่ห้อของตนเองขึ้นมาได้แต่ขณะที่มียี่ห้อต่าง
ๆ ในตลาดค่อนข้างมากและเป็นยี่ห้อที่เกิดมานานหลายสิบปี หากซีพีมาเริ่มใหม่
ก็ต้องช้ากว่ายี่ห้ออื่น ๆ
"เรามีความพร้อมในแง่ของการผลิตอยู่แล้ว หากเอาเรื่องยี่ห้อและโนว์ฮาวเข้ามาสวมมันก็ง่ายขึ้น"
กรณีของเซเว่น อีเลฟเว่นเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการปรับปรุงจากร้านห้องแถวโชว์ห่วย
มาเป็นร้านติดแอร์มีแนวคิดการจัดการแบบการตลาดยุคใหม่ การอำนวยความสะดวก
บริการตนเอง ซึ่งผู้บริโภครุ่นใหม่ยอมรับได้
โครงการของประเสริฐศักดิ์ก็อยู่ในแนวของการตลาดยุคใหม่เช่นนี้
การเอาโนว์ฮาวของต่างประเทศเข้ามานั้น ต้องมีการปรับให้เข้ากับวัฒนธรรมการบริโภคของคนไทยด้วย
แต่ข้อดีคือภาพพจน์ยี่ห้อนั้นเป็นที่รู้จักในระดับสากลแล้ว
โครงการศึกษาเหล่านี้เมื่อศึกษาสำเร็จแล้วจะมีการนำมาใช้หรือไม่ อยู่ที่ผู้บริหารต้องลงมาพิจารณาตัดสินใจว่าควรจะทำอย่างไรต่อไป
เพราะโครงการเหล่านี้อาจจะมีผู้อื่นศึกษาอยู่เช่นกัน โอกาสที่จะได้เกิดหรือไม่จึงขึ้นอยู่กับจังหวะเวลาที่เหมาะสมกับสถานการณ์การตลาด
โครงการเรื่องน้ำผลไม้และแปรรูปอาหารเป็นโครงการของเครือซีพี ยังไม่ได้เกี่ยวข้องกับกิจการในตลาดหลักทรัพย์ฯ
และเท่าที่ศึกษาตอนนี้ยังจำกัดขอบข่ายพื้นที่เฉพาะเมืองไทยเป็นหลัก
อันที่จริงเครือเจริญโภคภัณฑ์มีกิจการด้านผักผลไม้แช่แข็งอยู่แล้ว ภายใต้การดำเนินงานของบริษัท
ซีพีเอ็นพี จำกัด ซึ่งมีฐานการผลิตอยู่ที่เชียงใหม่เป็นกิจการส่งออกร้อยเปอร์เซนต์
มีตลาดที่ญี่ปุ่นเป็นหลักและมีที่ยุโรปด้วย
อย่างไรก็ดี กิจการส่วนนี้ไม่เกี่ยวกับโครงการศึกษาของประเสริฐศักดิ์ เขากล่าวว่า
"ที่ผมทำนั้นเป็นเพียงการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการนี้เท่านั้น"
เขาให้ความสำคัญกับโนว์ฮาวค่อนข้างมาก ซึ่งเป็นสไตล์การบุกเบิกผลผลิตของกลุ่มซีพีอยู่แล้วที่นำวิชาการเทคโนโลยีต่าง
ๆ เข้ามาพัฒนาตัวสินค้าเกษตรให้มีคุณภาพสูงและใช้การจัดการด้านการตลาดเข้าช่วยในการจัดจำหน่าย
โดยเฉพาะการเน้นเรื่องน้ำผลไม้เข้มข้น ซึ่งตลาดผู้บริโภคจะเป็นตลาดบนราคาอาจจะสูงกว่าที่มีจำหน่ายอยู่ในตลาดเวลานี้
"ผมต้องใช้เทคโนโลยีสูงมากในการที่จะคั้นน้ำผลไม้เก็บเอาไว้ เพื่อเป็นสต็อคสำหรับการผลิตในฤดูที่ผลไม้นั้น
ๆ ขาดแคลนเพราะผมไม่สามารถไปสู้ราคาผลไม้ในช่วงที่ราคาสูง ๆ ได้ ดังนั้นโนว์ฮาวจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก"
ประเสริฐศักดิ์ย้ำ
ประเสริฐศักดิ์ทำงานกับซีพีมาตั้งแต่เดือนมกราคม พ.ศ. 2518 ถึงวันนี้ก็เกือบ
ๆ จะครบยี่สิบปีอยู่แล้ว เขาคิดว่าตัวเองเป็นคนโชคดีมากคนหนึ่งที่ซีพีให้โอกาส
เสมือนหนึ่งเป็นการลงทุนในตัวของเขาการลงทุนในที่นี้คือ การให้โอกาสได้เรียนรู้งานหลายด้านของซีพี
เขากล่าวว่า "ผมถือเป็นโชคดีของผมที่ได้โอกาสเหล่านี้ซีพีโดยเฉพาะคุณธนินท์มองเรื่องบุคลากรไกลมาก
ซีพีใช้งบประมาณจำนวนมากเพื่อเสาะแสวงหาคนที่มีความสามารถมาเสริมองค์กรให้แข็งแกร่งอยู่จนทุกวันนี้"
ในอดีตประเสริฐศักดิ์เคยร่วมกับอดีตคนซีพี คือเจริญ รุจิราโสภณ ในการบุกเบิกตลาดไข่สดซีพี
ซึ่งกลายเป็นสินค้าในซุปเปอร์มาร์เก็ตที่เป็นสิ่งจำเป็นของการจับจ่าย นี่เป็นผลงานที่เขาภาคภูมิใจมากเพราะเป็นสินค้าที่ไม่ได้มีการโปรโมทมากนัก
แต่สามารถทำให้ติดตลาดได้
เมื่อถูกถามถึงเป้าหมายของชีวิต ในขณะที่เพื่อน ๆ ออกไปตั้งตัวเป็นเจ้าของธุรกิจเอง
แต่เขายังคงอยู่กับเครือเจริญโภคภัณฑ์นั้น ประเสริฐศักดิ์อธิบายว่า "โดยพื้นฐานแล้วทุกคนอย่างร่ำรวย
ผมเองก็ไม่ใช่ไม่คิด แต่การที่ผมได้เข้ามาทำงานที่นี่ ผมรู้สึกเสมือนหนึ่งได้ควักเงินเข้ามาลงทุนด้วย
จึงมีความเชื่อว่าองค์กรนี้จะให้ความมั่นใจ ให้อนาคตแก่ผมได้ และโอกาสที่เขาให้ผมก็เต็มที่
เท่าที่ผมได้สัมผัสจึงมั่นใจว่าองค์กรนี้ทำธุรกิจเพื่อสังคม สิ่งที่ซีพีทำทุกวันนี้ไม่ผิดและไม่ได้เอาเปรียบใคร
และสิ่งที่เขากล้าให้คือโอกาสที่เขามาร่วมลงทุนกับชีวิตของผม ดังนั้นการที่ผมทำงานอยู่กับเขาระยะหนึ่ง
ผมก็มีความมั่นใจว่าผมก็ต้องขายชีวิตให้องค์กรนี้เช่นกัน"
ณ วันนี้ ยี่สิบปีหลังจากที่จบจากมหาวิทยาลัยมาทำงานด้วยเงินเดือน สามพันห้าร้อยบาท
ทุกวันนี้เขาไม่ได้น้อยหน้าใครที่เป็นเถ้าแก่ในสังคมนี้เลย เขาเหลือเวลาที่จะทำงานในองค์กรนี้อีกอย่างมากก็
15 ปี ซึ่งสิ่งที่เขากำลังตั้งใจถ่ายทอดไว้แก่องค์กรที่เขารักยิ่งแห่งนี้คือ
การอยู่เบื้องหลังสร้างดารา ซึ่งหมายถึงการเป็นวิทยากรฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ระดับบริหารของซีพี
นี่เป็นงานที่เขาตั้งใจทำเป็นอย่างยิ่งนอกเหนือไปจาก 2 โครงการที่ได้รับมอบหมาย