|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
"ไดนาสตี้ฯ"ชูหัวหอกกลยุทธ์"ตลาดนัดกระเบื้อง"เจาะกลุ่มลูกค้าและสร้างโอกาสทางยอดขายเพิ่ม ลั่นปี 2550 มีตลาดนัดกระเบื้องรวม 220 แห่ง โหมทำตลาดในประเทศหวังมาร์จิ้นที่สูงพร้อมลดเพดานตลาดส่งออก เหตุแข่งขันสูง กำไรเล็กน้อย ระบุปีนี้รายได้ใกล้เคียง 4,300 ล้านบาท ขณะที่กำไรลดเล็กน้อย ผลจากราคาขายสินค้าไม่ปรับขึ้น
นายชนะ สุทธิหวังเจริญ กรรมการ บริษัท ไดนาสตี้เซรามิค จำกัด (มหาชน) หรือ DCC เปิดเผยว่า บริษัทฯคาดว่ารายได้ในปี 2550 จะมีการขยายตัวประมาณ 20% จากปีนี้ ซึ่งจะเป็นไปในทิศทางเดียวกับอุตสาหกรรมกระเบื้องในปี 2550 จะมีการขยายตัวกลับมาเป็นปกติที่ประมาณ 10-20% จากปีนี้ที่อุตสาหกรรมกระเบื้องมีการขยายตัวเพียง 5-10% เท่านั้น
ทั้งนี้ เป็นผลมาจากสถานการณ์โดยรวมทั้งการเมือง เศรษฐกิจ ราคาน้ำมัน และอัตราดอกเบี้ยปรับตัวไปในทิศทางที่ดีขึ้น ส่งผลให้กำลังซื้อเริ่มกลับมาเป็นปกติ อีกทั้งยังได้รับผลดี หลังจากที่ปัญหาน้ำท่วมลดลง ทำให้ความต้องการใช้กระเบื้องเพื่อซ่อมแซมมีมากขึ้น
โดยในปี 2550 บริษัทฯมีแผนที่จะเปิดตลาดนัดกระเบื้องใหม่อีก 15-20 แห่ง จากปีนี้จะมีตลาดนัดกระเบื้องเปิดใหม่ครบ 200 แห่ง ซึ่งมองว่าความต้องการกระะเบื้องยังคงมีอยู่เป็นจำนวนมาก เพราะเป็นวัสดุตกแต่งและก่อสร้างที่ถือว่ามีราคาถูกที่สุด อีกทั้งกำลังซื้อเริ่มกลับมาเป็นปกติ
เขากล่าวต่อว่า บริษัทฯยังคงมั่นใจว่ารายได้ในปีนี้ยังอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับเป้าหมายที่ประมาณ 20% จากปี 2548 ที่มีรายได้อยู่ที่ 4,300 ล้านบาท แต่ผลกำไรอาจปรับลดลงจากปีก่อนเล็กน้อย เนื่องจากต้นทุนได้ปรับเพิ่มขึ้น แต่บริษัทฯไม่สามารถปรับราคาขายได้ เนื่องจากได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ปรับเพิ่มขึ้น สถานการณ์ทางการเมือง รวมถึงอัตราดอกเบี้ยที่ปรับเพิ่มขึ้น ทำให้ตลาดกระเบื้องโดยรวมมีอัตราการเติบโตน้อยและกำลังซื้อปรับลดลง
ในขณะเดียวกัน บริษัทฯยังคงถือว่าเป็นผู้นำในตลาดกระเบื้อง และสามารถรักษามาร์เก็ตแชร์อันดับ 1 ไว้ได้ ซึ่งในปีนี้มีมาร์เก็ตแชร์อยู่ที่ประมาณ 30% และในปีหน้าคาดว่าจะมีมาร์เก็ตแชร์เพิ่มขึ้นเป็น 33-34% เนื่องจากจะมีการเปิดตลาดนัดกระเบื้องเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ บริษัทฯคาดว่า Gross Profit Margin ในปีนี้จะมากกว่า 30% เนื่องจากบริษัทฯมีข้อได้เปรียบในเรื่องของการขยายตลาดนัดกระเบื้องที่จะมีต่อเนื่องทุกปี ในขณะเดียวกัน ในช่วงปลายปีนี้ต้นทุนการดำเนินเริ่มทรงตัว ทำให้บริษัทฯไม่ต้องแบกรับภาระต้นทุนที่ปรับเพิ่มขึ้นมากนัก อีกทั้ง คาดว่า Gross Profit Margin ในปี 2550 จะอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงหรือมากกว่า 30% หลังจากที่ราคาน้ำมันเริ่มทรงตัว อัตราดอกเบี้ยเริ่มนิ่ง อีกทั้งสถานการณ์ทางการเมืองชัดเจนขึ้น ทำให้ต้นทุนไม่ปรับเพิ่มขึ้นและส่งผลดีให้การแข่งขันด้านราคาขายลดลง
ในขณะเดียวกัน บริษัทฯเน้นจำหน่ายสินค้าในประเทศมากกว่าการจำหน่ายในต่างประเทศ เนื่องจากมองว่าตลาดต่างประเทศไม่น่าสนใจ เพราะมาร์จิ้นต่ำ การแข่งขันรุนแรง ซึ่งในปี 2550 สัดส่วนการส่งออกไปต่างประเทศยังอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับปีนี้ที่ 2%
'เราก็มีขายไปต่างประเทศ ทั้งลาว, พม่า,กัมพูชา หรือจีน แต่มองว่าเป็นตลาดที่ไม่น่าสนใจ เพราะราคาขายไม่ดี มาร์จิ้นไม่ค่อยมี และการแข่งขันสูงมาก โดยเฉพาะในจีน เพราะฉะนั้นจึงยังเน้นตลาดในประเทศเป็นหลัก ซึ่งยังมีช่องทางอีกมากและมาร์จิ้นดีกว่า' นายชนะ กล่าว
เขากล่าวว่า ในช่วงไตรมาสที่ 4/2549 บริษัทฯจะมีการจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นอย่างแน่นอน โดยบริษัทฯมีนโยบายที่จะจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นทุกไตรมาส แต่จะมีการจ่ายเงินปันผลในอัตราใดนั้นคงต้องขึ้นอยู่กับมติของคณะกรรมการบริษัทฯ รวมถึงผู้ถือหุ้นที่จะต้องมีการพิจารณา ทั้งนี้ มีนโยบายจ่ายเงินปันผลไม่ต่ำกว่า 70% ของกำไรสุทธิ
|
|
 |
|
|