ดราก้อน วัน ฟุ้ง ปี 50 มาร์เกตแคปแตะ 4 พันล้านบาท ขณะที่ผู้ถือหุ้นเพิ่มเป็น 5 พันราย ด้านเทิร์นโอเวอร์ลิสไม่ต่ำกว่า 20% จูงใจนักลงทุนต่างประเทศเข้าลงทุน เหตุมีสภาพคล่องสูง “จเรรัฐ” แย้มเล็งปล่อยหุ้นเพิ่ม เตรียมยื่นไฟลิ่งใหม่ 15 ธ.ค. ยันเข้าจดทะเบียนในตลท. พร้อมตั้งงบลงทุนปีหน้า 1 พันล้านบาท เปรยหุ้นพีพี 60 ล้านหุ้นของนักลงทุน 5 รายพร้อมขายทันทีหากมีกำไร
นายจเรรัฐ ปิงคลาศัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดราก้อน วัน จำกัด (มหาชน) หรือ D1 เปิดเผยว่า บริษัทมีแผนที่จะมีการเพิ่มมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวม (มาร์เกตแคป) เป็น 4,000 ล้านบาทและมีปริมาณการซื้อขายต่อวันมากกว่า 100 ล้านบาทต่อวัน ขณะที่ต้องมีปริมาณหุ้นหมุนเวียนในตลาดหลักทรัพย์ไม่ต่ำกว่า 20% แม้จะถูกมองว่าเป็นหุ้นที่มีเทิร์นโอเวอร์ลิสต์สูงก็ตาม
ทั้งนี้การดำเนินงานดังกล่าวเพื่อจะทำให้หุ้นของบริษัทมีสภาพคล่องในการซื้อขายที่สูง ซึ่งจะทำให้นักลงทุนต่างประเทศเข้ามาลงทุนในหุ้นของบริษัท เพราะสามารถที่จะขายเปลี่ยนมือได้สะดวก นอกจากนี้บริษัทตั้งเป้าที่จะเพิ่มจำนวนผู้ถือหุ้นภายในสิ้นปีนี้เป็น 2,000 ราย และปีหน้าเพิ่มเป็น 5,000 ราย จากปัจจุบันที่มี 1,300 ราย
"มาร์เกตแคปปีหน้าของบริษัทจะอยู่ที่ 4,000 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทมีทุนจดทะเบียนเพิ่มเป็น 650 ล้านบาท ขณะที่คาดว่าสิ้นปีนี้บริษัทจะมีมาร์เกตแคปเพิ่มเป็น 1,000 ล้านบาท จากขณะนี้ที่ 800 ล้านบาท เนื่องจากมีหุ้นเพิ่มทุนแบบเฉพาะเจาะจง(PP)ที่บริษัทได้มีการเสนอขายกับนักลงทุนไปแล้วจำนวน 60 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 2.50 บาท ”
สำหรับการขายหุ้น PP จำนวน 60 ล้านหุ้นให้กับนักลงทุน 5 ราย นั้นบริษัทมีการข้อตกลงว่าจะถือหุ้นไม่เกิน 1 ปี และหุ้นดังกล่าวก็ไม่ได้ติดระยะเวลาห้ามขายไซเรนท์พีเรียด ซึ่งเมื่อราคาหุ้นมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงกว่าต้นทุนที่ได้มากก็จะมีการทยอยขายออกมา เพื่อให้หุ้นของบริษัทมีสภาพคล่องมากขึ้น ซึ่งคาดว่าจะเริ่มมีการขายออกมาในไตรมาส1/50
อย่างไรก็ตามในอนาคต อาจจะมีการขายหุ้นเพิ่มทุนออกมาอีก เพื่อเพิ่มสภาพคล่อง โดยตนมีนโยบายที่จะถือหุ้นไม่ต่ำกว่า 25% จากขณะนี้ที่บริษัทถือหุ้นอยู่ประมาณ 30% และยังมีหุ้นที่ได้รับจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิ(หุ้นอีสป)อีก 15% หรือจำนวน 117 ล้านหุ้น
นายจเรรัฐ กล่าวว่า หุ้น PP ที่เหลืออีก 140 ล้านหุ้น บริษัทจะมีการเสนอขายต่อนักลงทุนก็ต่อเมื่อบริษัทจำเป็นต้องการใช้เงินลงทุนในบริษัทย่อย ซึ่งคาดว่าภายในปีนี้จะไม่มีการลงทุนในบริษัทอื่นเพิ่มขึ้น เพราะไม่สามารถที่ดำเนินการได้ทัน แต่ในปีหน้าคาดว่าจะใช้เงินลงทุนจำนวน 1,000 ล้านบาท ซึ่งจะมากจากการเพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัท
ทั้งนี้บริษัทคาดว่าจะมีการยื่นแบบรายการแสดงข้อมูล(ไฟลิ่ง)ของบริษัท แอพพลิเคชั่น โฮสติ้ง เซอร์วิส จำกัด (A-HOST) ที่จะนำเป็นแกนการดำเนินธุรกิจของ D1 ในวันที่ 15 ธันวาคมนี้ ซึ่งบริษัทต้องการที่จะนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ฯ โดยหากต้องมีการเพิ่มทุนจดทะเบียนในบริษัท A-HOSTเป็น 300 ล้านบาท จากขณะนี้ที่มีทุนจดทะเบียน 23 ล้านบาท บริษัทจะนำเงินจากการขายหุ้น PP ที่เหลือ 140 ล้านหุ้นมาเพิ่มทุน
สำหรับปีนี้สัดส่วนรายได้ของบริษัทจะมาจากการลงทุนใน A-HOST 50% ซึ่งจะรับรู้ในไตรมาส4 จำนวน 100 ล้านบาท 25% จะมาจากรายได้ที่ปรึกษาทางการเงิน และ อีก 25% มาจากเงินปันผล ขณะที่สัดส่วนรายได้ปีหน้าจะมาจากการลงทุนในบริษัทต่างๆ 75% อีก 10 % จากการเป็นที่ปรึกษาการลงทุน และ 15% มาจากเงินปันผล
“ในไตรมาส1/50 บริษัทจะมีการลงทุนในบริษัทที่เกี่ยวกับธุรกิจไอที จำนวน 4 บริษัท ซึ่งบริษัทดังกล่าวจะใช้เงินสดทั้งหมดในการลงทุน ส่วนบริษัทอื่นจะเข้าไปลงทุนเพิ่มบริษัทมีเป้าหมายที่จะเข้าไปลงทุนเดือนละ 1 บริษัท โดยจะใช้เงินสดและการแลกหุ้นซึ่งจะทำให้บริษัทจะต้องมีการเพิ่มทุนใหม่อีกครั้ง”นายจเรรัฐกล่าว
|